“คุณพูดว่าอะไรนะ... เมื่อครู่นี้คุณบอกว่าปฏิเสธงั้นเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจของกวิน บัดนี้สั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดขึ้นฟ้าเสมอในยามปกติ ยามนี้กลับซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู ริมฝีปากอ้าค้างราวกับปลาขาดน้ำ
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงระยับในห้องรับรองพิเศษของธนาคาร ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นทอดมองไปยังชายหนุ่มผู้กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธและตกใจตรงหน้าอย่างใจเย็น เรียวิวนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนที่วางแขน เป็นจังหวะเนิบนาบที่บีบหัวใจคนมองให้แทบหยุดเต้น
ข้างกายของเขาคือน้ำขิง ภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจ หญิงสาวส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างสุภาพ มือเรียวเล็กของเธอกำลังรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพง กลิ่นหอมกรุ่นของชาวยามบ่ายลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
“หูของคุณไม่ได้ฝาดไปหรอค่ะ คุณกวิน” น้ำขิงเอמהยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของอีกฝ่าย “คำขอสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าพันล้านของคุณ... ถูกปฏิเสธอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ”
โป้ง!
ราวกับมีฆ้อนยักษ์ตกลงมาทุบกลางศีรษะของกวินจนมึนงง เขาล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างหมดแรง ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ โครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ที่เขาลงทุนลงแรงไปมหาศาล กำลังจะถึงกำหนดชำระงวดแรกในอีกสามวันข้างหน้า หากไม่มีเงินก้อนนี้มาหมุนเวียน บริษัทของเขาจะต้องล้มละลาย และบรรดานักลงทุนที่เขาเคยไปคุยโวไว้คงไม่ปล่อยให้เขาคลาดสายตาแน่
“พวกคุณ... พวกคุณกล้าดียังไง!” กวินตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนถ้วยชาสั่นไหว เขาชี้หน้ากราดไปที่รินทร์และน้ำขิงด้วยความลืมตัว “แกมันก็แค่พนักงานกระจอกๆ ที่เพิ่งถูกไล่ออกจากบริษัทไม่ใช่หรือไงรินทร์! แกเอาอำนาจอะไรมาปฏิเสธฉัน! เรียกผู้จัดการสาขาออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันจะฟ้องผู้บริหารระดับสูงว่าพวกแกใช้อำนาจในทางมิชอบ!”
รินทร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันเต็มไปด้วยพลังอำนาจอันล้นเหลือที่กดดันให้กวินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาค่อยๆ เอนหลังพิงพนักโซฟา สายตาคมกวาดมองชายหนุ่มผู้กำลังดิ้นรนราวกับสุนัขจนตรอก
“ผู้จัดการสาขาอย่างนั้นเหรอคะ?” รินทร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เกรงว่าเขาคงไม่มีอำนาจมากพอที่จะเปลี่ยนคำตัดสินของ ‘เจ้าของธนาคารตัวจริง’ หรอกค่ะคุณกวิน”
“เจ้าของธนาคาร? ฮ่าๆๆ อย่ามาตลกน่า! แกเนี่ยนะเจ้าของธนาคารระดับประเทศ!” กวินหัวเราะลั่นด้วยความสติแตก แม้ลึกๆ ในใจจะเริ่มหวาดกลัวกับความนิ่งสงบผิดมนุษย์ของรินทร์ แต่ทิฐิและอีโก้ก็ยังคงค้ำคอไม่ยอมรับความจริง “ถ้าแกเป็นเจ้าของธนาคาร ฉันคงเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้วล่ะวะ!”
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของกวินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา อีเมลจากสำนักงานใหญ่ของธนาคารส่งตรงถึงหน้าจอ ข้อความสั้นๆ แต่ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าสิ่งใด— *“เรียน คุณกวิน ทางธนาคารขอแจ้งยกเลิกการพิจารณาคำขอสินเชื่อทุกกรณี เนื่องจากมติจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ ซึ่งถือหุ้นบุริมสิทธิ์ 99.99% ของธนาคาร”*
ดวงตาของกวินเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยแทบแตก สมองของเขาขาวโพลน ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลไม่ทัน ภาพของรินทร์ในชุดสูทราคาแพงที่ตัดเย็บด้วยมือจากช่างเสื้อชื่อดังระดับโลก เรือนนาฬิกาหรูเรือนละหลายสิบล้านที่ข้อมือ และรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเหนือกว่า ทุกอย่างเพิ่งจะกระจ่างชัดในวินาทีนี้เอง
รินทร์ไม่ได้เป็นแค่พนักงานกระจอกๆ ที่เขาเคยกลั่นแกล้งและไล่ออกจากบริษัทอีกต่อไปแล้ว... แต่เป็น ‘อภิมหาเศรษฐี’ ผู้กุมชะตาชีวิตของเขาไว้ในกำมืออย่างแท้จริง!
“คุณ... คุณกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของธนาคารนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...” กวินพึมพำออกมาด้วยเสียงที่แทบจะขาดหาย ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี ความเย่อหยิ่งทระงองตนที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงไม่เป็นท่าในพริบตา
“ก็ตั้งแต่ตอนที่คุณกำลังหัวเราะเยาะฉันในห้องประชุมวันนั้นไงล่ะคะ” รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสอดมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋าางเกงสลักลายอย่างเนี้ยบ สายตาก้มลงมองอดีตเจ้านายผู้เคยเหยียดหยามเขาด้วยความสมเพชเวทนา “จำได้ไหมคะที่คุณบอกว่า ‘คนอย่างฉัน ต่อให้ทำงานอีกสิบชาติก็ไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าแตะแบรนด์เดียวกับนายหรอก’ ตอนนี้... คุณยังคิดแบบนั้นอยู่หรือเปล่าล่ะคะ?”
กวินน้ำตาคลอเบ้า เขาคลานเข้ามาใกล้โซฟา พยายามจะเอื้อมมือไปควชายสูทของรินทร์เพื่ออ้อนวอนขอความเมตตา “รินทร์... เพื่อน... ไม่สิ ท่านประธานรินทร์ครับ ผมขอร้องล่ะ ช่วยผมด้วยเถอะ! ถ้าโปรเจกต์นี้ล่ม ชีวิตผมจบสิ้นแน่ๆ ครับ! อยากให้ผมทำอะไร ผมยอมหมดเลย! ได้โปรด... เมตตาผมสักครั้งเถอะนะครับ!”
น้ำขิงมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอไม่ได้รู้สึกสงสารชายผู้เคยเหยียบย่ำสามีของเธอจนจมดินเลยแม้แต่น้อย ความโหดร้ายที่กวินเคยกระทำไว้ในอดีต มันฝังรากลึกเกินกว่าจะให้อภัยได้โดยง่าย
“ความเมตตาเหรอคะ?” น้ำขิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง เธอลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี พรางจัดปกเสื้อให้รินทร์อย่างเบามือ “ตอนที่คุณไล่สามีฉันออกจากงานอย่างไร้ความปรานี ตอนที่คุณเหยียดหยามหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรีของเขา คุณเคยมีความเมตตาให้เราบ้างไหมคะ?”
กวินสะอึกพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าซบกับพื้นพรม สะؤกสะอื้นด้วยความสิ้นหวัง
รินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา เขาปัดชายเสื้อที่กวินเกือบจะเอื้อมมาแตะออกราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก ก่อนจะเอ่ยประโยคพิพากษาชีวิตของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
“ธนาคารของผมไม่ต้อนรับคนไร้ความสามารถหรอกนะคะคุณกวิน... และที่สำคัญที่สุด อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คุณกำลังสร้างอยู่บนหยาดเลือดและน้ำตาของคนอื่น ถึงเวลาที่มันจะต้อง ‘ล่มสลาย’ เพื่อชดใช้สิ่งที่แกทำแล้วล่ะค่ะ”
พูดจบ รินทร์ก็โอบเอวบางของน้ำขิงไว้แน่น ทั้งสองเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องรับรองเพื่อไปจัดการกับเป้าหมายชิ้นต่อไป—การเข้าซื้อกิจการบริษัทเดิมที่เคยไล่เขาออก เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแค่สำนักงานสาขาเล็กๆ ใต้เท้าของภรรยาเขา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่มือหนากกำลังจะผลักบานประตูไม้สักทองออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ฉับไว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูกลอนทองเหลืองถูกเปิดออกโดยเลขาคนสนิทของรินทร์ ใบหน้าของเธอดูตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่ดวงตากลับฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์รูปมงกุฎเพชรล้อมเพชรมาตรงหน้ารินทร์ทันที
“ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ มีคำสั่งด่วนจาก ‘สภาการลงทุนสูงสุดระดับโลก’ แจ้งเข้ามาผ่านระบบวงเงินดำนิรันดร์ค่ะ” เลขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้แม้แต่รินทร์ยังต้องชะงักฝีเท้า “มีนักลงทุนนิรนามระดับตำนานผู้หนึ่ง กำลังเทขายหุ้นทั้งหมดในมือเพื่อเข้าซื้อกิจการ... ทั้งหมดของเครือตระกูลของคุณกวิน ณ วินาทีนี้เลยค่ะ!”
ดวงตาคมกริบของรินทร์หรี่แคบลงทันที รอยยิ้มที่มุมปากระบายกว้างขึ้นอย่างมีความหมาย ในขณะที่กวินที่นอนกองอยู่กับพื้นถึงกับเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด เพราะนั่นหมายความว่า... ไม่ใช่แค่ธนาคารแห่งนี้ แต่ ‘ทรัพย์สินทั้งหมด’ ของตระกูลเขา กำลังถูกกว้านซื้อและฮุบเป็นเจ้าของโดยบุคคลลึกลับที่แม้แต่เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อมาก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 16
การลงทุนครั้งใหญ่
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!