ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 17

แผนชั่วของตระกูลกวิน

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
หน้าจอคอมพิวเตอร์สี่จอเรียงรายบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสะท้อนแสงสีแดงฉานจากกราฟหุ้นที่ดิ่งเหวลงอย่างน่าใจหาย กวินใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาเคาะโต๊ะกระจก เสียงก๊อกแก๊กถี่รัวสะท้อนถึงความกระวนกระวายใจที่กัดกินจิตสำนึกของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี ในหัวของไฮโซหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ยังคงหลอนประสาท ดวงตาคมกริบของรินทร์ที่มองลงมายังเขาจากเบื้องสูง รอยยิ้มเยือกเย็นที่ไม่ได้แสดงถึงความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเวทนา... ความเวทนาจากคนที่กุมชะตากรรมของตระกูลกวินไว้ทั้งใบ "เป็นไปไม่ได้... มันจะเป็นไปได้อย่างไร!" กวินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นผสมความหวาดกลัว ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังถูกดูดกลืนอย่างไร้ร่องรอย ผ่านคำสั่งซื้อขายปริศนาที่ไม่ว่าเขาจะใช้เส้นสายสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางเจาะทะลวงกำแพงไฟไซเบอร์นั้นได้เลย "คุณกวินคะ ทีมงานฝั่งตลาดหลักทรัพย์รายงานมาว่า... หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างต่อเนื่องค่ะ!" เลขาสาววิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องทำงาน เอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเต็มพื้นแต่เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะก้มลงเก็บ "เทขายเหรอ? ใครเป็นคนซื้อ! ฉันถามว่าใครกว้านซื้อหุ้นที่หลุดออกมาทั้งหมด!" กวินตวาดลั่น เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังสะท้อนไปทั่วห้องจนเลขาหน้าซีดเผือด "ไม่ทราบค่ะ... ระบบระบุแค่ว่าเป็นนิติบุคคลลึกลับภายใต้กองทุนเงา แต่ข้อมูลถูกเข้ารหัสระดับทหาร เราไม่สามารถเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงได้เลยค่ะคุณกวิน" กวินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง สมองของเขาหมุนวนด้วยความตื่นตระหนก หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกไม่ถึงชั่วโมง ตระกูลกวินที่ยิ่งใหญ่จะล่มสลายกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ และเขาจะต้องกลายเป็นยาจกที่ไร้แม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน! ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของร้านกาแฟหรูหราริมกระจกใส บรรยากาศช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาและกาแฟคั่วบดลอยอบอวล น้ำขิงกำลังใช้ช้อนเงินคนฟองนมในแก้วลาเต้เบาๆ ดวงตากลมโตมองสามีหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งห่วงใยและทึ่งระคนกัน "รินทร์คะ... คุณแน่ใจเหรอว่าวิธีนี้จะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับพวกเราในระยะยาว?" น้ำขิงเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าสามีของเธอในตอนนี้ไม่ใช่รินทร์คนเดิมที่เคยถูกกดขี่ข่มเหงในออฟฟิศอีกต่อไปแล้ว แต่ความใจดีและห่วงใยในตัวเธอก็ยังคงไม่เคยเปลี่ยน รินทร์วางแก้วกาแฟลงบนจานรองช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นช่างนุ่มนวล เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวเล็กของภรรชาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านจากฝ่ามือทำให้หัวใจดวงน้อยของน้ำขิงสงบลงได้อย่างน่าประหลาด "มองตาผมสิครับ... เอ่อ, มองตาผมนะน้ำขิง" รินทร์เกือบหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามในใจเพื่อความแนบเนียน "ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกครับที่รัก คนพวกนั้นเหยียบย่ำเรามามากพอแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขาต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่พวกเขามี... เพื่อคุณและเพื่ออนาคตของเราสองคน" น้ำขิงเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองลึกลงไปในดวงตาคมคริบที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคงคู่นั้น ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยต้องอดมื้อกินมื้อ ร้องไห้เงียบๆ ในห้องเช่าคับแคบย้อนกลับเข้ามาในหัว แต่วันนี้... มือคู่นี้ที่เคยหยาบกร้านจากการทำงานหนัก กลับกุมอนาคตของคนทั้งเมืองไว้ในกำมืออย่างง่ายดาย "ฉันเชื่อคุณค่ะ... ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" น้ำขิงระบายยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่เป็นแสงสว่างเดียวในโลกอันมืดมนของรินทร์เสมอมา รินทร์ยิ้มรับด้วยความอบอุ่นหัวใจ ก่อนที่ดวงตาคู่เดิมจะเปลี่ยนเป็นคมกริบราวนับคมมีดเมื่อเขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวยาวกดสลับหน้าจอไปยังระบบจัดการสินทรัพย์ระดับโลกที่เชื่อมต่อกับตลาดหลักทรัพย์โดยตรง "ในเมื่อกวินอยากเล่นเกมปั่นหุ้นเพื่อโค่นผมนัก... ผมก็จะจัดให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการ 'ล้มละลาย' แบบเรียลタイムก็แล้วกัน" รินทร์พึมพำเบาๆ แต่เต็มไปด้วยพลังกดดันมหาศาล ที่ห้องทำงานของตระกูลกวิน ความโกลาหลพุ่งถึงขีดสุด หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักแสดงกราฟดิ่งลงจนชนเพดานล่าง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงับทั่วห้องราวกับเสียงกรีดร้องแห่งความตาย "คุณกวินคะ! แย่แล้วค่ะ! หุ้นร่วงเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ เจ้าหนี้ทุกรายเริ่มแห่กันมาทวงหนี้หน้าบริษัทแล้วด้วย!" เลขาสาววิ่งเข้ามาตะโกนสุดเสียง ใบหน้าอาบด้วยหยาดเหงื่อ กวินลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำ เขาหน้าซีดเผือดราวกับศพเดินได้ สติสตางค์หลุดลอยไปหมด "โทรหาท่านประธานธนาคาร... โทรหาผู้มีอำนาจทุกคนที่เรารู้จักสิ! บอกว่าฉันยอมลดศักดิ์ศรีทุกอย่างแล้ว!" "ไม่มีใครรับสายเลยค่ะ... ทุกคนตัดช่องทางติดต่อเราหมดแล้วค่ะคุณกวิน!" ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเข้ากัดกินหัวใจของกวินจนแทบแหลกสลาย ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างสูงโปรสง่าของชายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ กลิ่นอายความมั่งคั่งและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดทับจนทุกคนในห้องแทบหายใจไม่ออก กวินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามาอย่างชัดเจน ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน รินทร์แย้มยิ้มที่มุมปาก ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของอดีตเจ้านายผู้เคยเหยียดหยามเขา ก่อนจะวางนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้ลงบนโต๊ะกระจกด้วยปลายนิ้วเพียงข้างเดียว "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของตระกูลกวินนะครับ... อดีตหัวหน้างานผู้แสนดี" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าสะพรึงกลัว "อ้อ... ลืมบอกไปว่า ตอนนี้ตึกที่คุณยืนอยู่ ที่ดินที่คุณนอน และแม้แต่ลมหายใจที่คุณกำลังใช้หายใจอยู่... กลายเป็นของผมทั้งหมดแล้วครับ" เค้กวานิลลาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสะใจในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%