เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรکاریราคาแพงระยับดังสนั่น หักล้างบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องประชุมใหญ่ของธนาคารชั้นนำได้อย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของกวินในยามนี้บิดเบี้ยวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของความหล่อเหลาที่เคยใช้สร้างภาพลักษณ์ไฮโซจอมปลอมอีกต่อไป ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววหยิ่งผยอง บัดนี้กลับมีหยดเหงื่อผุดซึมเต็มขมับ ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกจนกระดาษสัญญาเงินกู้ในมือปลิวตกลงสู่พื้นทีละแผ่น
"เป็นไปไม่ได้! ฉันยื่นเรื่องขออนุมัติวงเงินพันล้านนี่ไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำไมจู่ๆ ถึงถูกปฏิเสธทุกช่องทางแบบนี้!" กวินตวาดลั่นใส่ผู้จัดการสาขาหน้าซีดเผือดที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ
ผู้จัดการธนาคารกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอย่างสบายใจอยู่ตรงมุมห้อง รินทร์... อดีตลูกน้องที่กวินเคยตบหัวและไล่ออกจากบริษัทอย่างไม่ใยดีเมื่อไม่กี่เดือนก่อน บัดนี้กลับสวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารด้วยท่าทีสงบนิ่งและทรงอำนาจ
"คุณกวินคะ... กรุณาควบคุมอารมณ์ด้วยค่ะ ที่นี่คือธนาคาร ไม่ใช่ตลาดสด"
น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น น้ำขิงก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุมด้วยชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีขาวสะอาดตา เธอยืนเคียงข้างรินทร์พร้อมกับวางแท็บเล็ตราคาแพงลงบนโต๊ะ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอดีตหัวหน้างานของสามีด้วยแววตานิ่งSงบ ทว่าแฝงไปด้วยความสะใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน
"น้ำขิง! เธอ... เธอมันก็แค่ผู้หญิงขายประกันกระจอกๆ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้!" กวินแผดเสียงด้วยความเคียดแค้น มือทั้งสองข้างกำ
แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
น้ำขิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเธองดงามแต่ทว่าเย็นเยียบเสียจนกวินต้องหนีบขาเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
"ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องทำให้ผิดหวัง พอดีว่าบริษัทประกันที่ฉันถือหุ้นใหญ่... เพิ่งจะเซ็นสัญญาควบรวมกิจการกับกลุ่มทุนใหม่ และบังเอิญจริงๆ ที่ประธานกลุ่มทุนนั้นคือสามีของฉันเองค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม กวินเบิกตากว้างจนแทบถลน หันขวับไปมองรินทร์ที่ค่อยๆ วางถ้วยกาแฟลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาๆ ของเซรามิกกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้อง
รินทร์ปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทของตนเอง เขายิ้มมุมปากน้อยๆ รอยยิ้มที่ทำให้กวินรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ก้นบึ้ง
"ตกใจอะไรกันล่ะครับ คุณกวิน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวมหาภูเขา "จำไม่ได้แล้วเหรอครับว่า เมื่อสามเดือนก่อน คุณเคยพูดอะไรกับผมไว้บ้าง... *'คนอย่างแก ต่อให้ทำงานจนตายก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำของฉันหรอกไอ้กระจอก'*... ประโยคนี้ ผมยังจำมันฝังใจเลยล่ะครับ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ผู้จัดการธนาคารและพนักงานสินเชื่อต่างพากันก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่กวินเซถอยหลังไปชนกับตู้เก็บเอกสาร ร่างกายสั่นสะท้านราวกับคนเป็นไข้ป่า
"แก... แกต้องการอะไร รินทร์! อยากได้เงินเท่าไหร่ แกบอกมาสิ! ฉันยอมคุกเข่ากราบเท้าแกก็ได้!" กวินหมดสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี ความเป็นไฮโซจอมปลอมมลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า อนาคตและทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลกวินกำลังจะมลายหายไปในชั่วข้ามคืน
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนกวินต้องทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
"กราบเหรอครับ? น่าเสียดายจัง..." รินทร์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูกวินด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยียบเย็น "เพราะต่อให้คุณเอาหัวโขกพื้นจนเลือดสาด ที่ดินผืนนั้น บ้านหลังงามของคุณ และหุ้นทุกตัวในตลาด... ผมก็กว้านซื้อไว้หมดแล้วในฐานะ 'เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด' ของคุณ"
น้ำขิงก้าวตามสามีมาติดๆ เธอก้มมองกวินด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเลื่อนแท็บเล็ตในมือให้กวินดูภาพถ่ายบ้านพักตากอากาศสุดหรูริมทะเลของตระกูลกวิน ที่ตอนนี้มีป้ายประกาศขายทอดตลาดติดหราอยู่หน้าบ้าน
"อ้อ... ทางเราเพิ่งส่งทีมแม่บ้านไปเคลียร์ข้าวของของคุณออกจากคฤหาสน์หลังนั้นเมื่อสิบนาทีที่แล้วนะคะ" น้ำขิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวกับกำลังรายงานสภาพอากาศ "หวังว่าคุณจะชอบโรงแรมแคปซูลราคาประหยัดที่เราจองไว้ให้คืนนี้นะคะ พอดีพวกเราไม่อยากให้คุณต้องนอนข้างถนนตั้งแต่คืนแรกค่ะ"
กวินกรีดร้องออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง มือไม้ปัดป่ายสะเปะสะปะราวกับคนเสียสติ ความพ่ายแพ้ยับเยินทำให้เขาแทบกระอักเลือดออกมาเป็นคำโต ภาพของความร่ำรวย อำนาจ และการเหยียดหยามคนอื่นที่เขาเคยภาคภูมิใจ พังทลายลงในพริบตาด้วยฝีมือของผู้ชายที่เขาเคยเหยียบย่ำไว้ใต้เท้า
รินทร์ยืนมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาเรียเฉย ความแค้นหลายปีที่สุมอกได้รับการชำระสะสางจนหมดสิ้น แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ดวงตาของเขาอบอุ่นขึ้นมาได้ คือการเหลือบไปมองภรรยาคนสวยที่ยืนส่งยิ้มหวานละมุนให้กำลังใจอยู่ข้างกาย มือหนาเอื้อมไปกอบกุมมือเรียวนุ่มของน้ำขิงไว้แน่น ราจะย้ำเตือนว่าต่อจากนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนสามารถมาทำลายความสุขของพวกเขาได้อีกแล้ว
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินทร์สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะความเงียบ เขาหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารส่วนตัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนยอดเงินฝากที่เพิ่มเข้ามาอีกสามหลักพันล้านบาทจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินรอบแรกของตระกูลกวิน
รินทร์กดยืนยันรายการบนหน้าจอด้วยรอยยิ้มเยር ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้จัดการธนาคารที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่
"จัดการเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยด้วยนะครับ" รินทร์เอ่ยสั่งเสียงเรียบ "ส่วนคุณกวิน... ถ้าเอกสารการล้มละลายพร้อมเมื่อไหร่ ก็เซ็นซะนะครับ เพราะชีวิตใหม่ของคุณ... กำลังจะเริ่มต้นในคุกแล้วล่ะครับ"
ทว่า ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะหมุนตัวพาน้ำขิงเดินออกจากห้องประชุม ประตูบานใหญ่ด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของชายชราในชุดสูทสากลสีดำสนิท ผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและมีแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ซึ่งเป็นบุคคลที่แม้แต่ผู้จัดการธนาคารยังต้องรีบวิ่งไปโค้งคำนับให้ด้วยความหวาดกลัว
"ท่านประธานใหญ่... เชิญครับ!"
ชายชราคนนั้นไม่ได้สนใจผู้จัดการธนาคารแม้แต่น้อย เขาก้าวผ่านร่างของกวินที่นอนฟุบอยู่กับพื้น แล้วเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้ารินทร์ ก่อนจะโค้งคำนับลงเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมที่สุด พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มประทับตราลับสุดยอดด้วยมือทั้งสองข้าง
"ยินดีต้อนรับกลับสู่ 'ตระกูลอัครเดชาภัทร' ครับ... คุณรินทร์ ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของธนาคารกลางแห่งประเทศ"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ บทหน้าความลับที่ใหญ่กว่ากำลังจะถูกเปิดเผย ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 18
ดักทางด้วยเงิน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!