ไายน์หรูหราของเพนต์เฮ우스ชั้นบนสุดสะท้อนเงาของมหานครยามค่ำคืนราวกับอัญมณีลอยฟ้า แสงไฟระยิบระยับนับล้านดวงเบื้องล่างดูราวกับเศษดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาแทบเท้า ทว่าสำหรับรินทร์แล้ว แสงที่งดงามที่สุดในค่ำคืนนี้กลับไม่ใช่ทัศนียภาพราคาแพงลิบลิ่วจากตึกสูงระฟ้า หากแต่เป็นรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งอกของหญิงสาวผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาต่างหาก
น้ำขิงยังคงกอดอกมองเอกสารตราครุฑและสมุดบัญชีเงินฝากพิเศษที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนด้วยแววตาที่ยังปรับโฟกัสไม่ถูก เธอกะพริบตาปริบๆ ราวกับไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงหรือความฝันอันยาวนานที่เธอเผลอหลับไปในห้องเช่าแคบๆ
"นี่... นี่มันหมายความว่ายังไงคะพี่รินทร์" น้ำขิงเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย เจือปนทั้งความตกใจ ความงุนงง และความตื้นตันจนขอบตาร้อนผ่าว "เมื่อวานเรายังเครียดเรื่องค่าเช่าห้องอยู่เลยนะคะ แล้วทำไมวันนี้... ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นว่าธนาคารกลางแห่งประเทศนี้อยู่ใต้ชื่อของพี่ไปได้ล่ะคะ"
รินทร์ยิ้มละไม เขาก้าวเข้าไปใกล้ภรรยาอย่างช้าๆ ก่อนจะโอบเอวบางเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้น้ำขิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง ซบใบหน้าลงกับอกเสื้อสูทเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต
"ก็บอกแล้วไงคะว่า... ถึงเวลาที่ความอดทนของเราต้องได้รับผลตอบแทนเสียที" รินทร์กระซิบเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักได้รูปกดจูบลงบนเส้นผมหอมกรุ่นของภรรยาอย่างอ่อนโยน "พวกมันเคยหัวเราะเยาะเรา เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเรา และคิดว่าจะเขี่ยเราให้พ้นทางได้ง่ายๆ แต่พวกมันลืมไปค่ะน้ำขิง... ว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แมกระทั่งอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายอนาคตของพวกมัน"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ ทำให้น้ำขิงหัวใจเต้นระรัว เธอจำได้ดีถึงวันที่กวินและพรรคพวกหัวเราะเยาะใส่หน้าพวกเขาที่หน้าล็อบบี้บริษัท วันที่เธอกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลเพราะไม่อยากให้สามีต้องรู้สึกแย่ไปมากกว่านั้น วันที่พวกเขาแทบไม่มีเงินแม้แต่จะซื้ออาหารดีๆ ประทังชีวิตร่วมกัน
"ขอบคุณนะคะ... ที่ไม่ยอมแพ้" น้ำขิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววรักandซาบซึ้งใจจนรินทร์แทบละลาย "ขอบคุณที่อดทนเพื่อขิงมาตลอด"
"พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณขิง" รินทร์ใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มใสของภรรยาออกอย่างเบามือ สายตาที่เขามองเธอนั้นลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดมานาน "ถ้าไม่มีขิงคอยเป็นแสงสว่างในวันที่มืดมนที่สุด พี่คงกลายเป็นปีศาจไปแล้วจริงๆ น้ำขิง... ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวผู้ชายไร้ค่าคนนี้เสมอนะคะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความเงียบสงบในเพนต์เฮ우스หรูขับเน้นให้เสียงหัวใจของคนทั้งสองเต้นประสานกันอย่างชัดเจน รินทร์โน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ ทว่าน้ำขิงกลับหลับตาลงพริ้ม ยอมรับสัมผัสแห่งความรักที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ
ริมฝีปากประกบเข้าหากันอย่างนุ่มนวลและเนิ่นนาน ความหวานล้ำที่หลอมรวมความทุกข์ระทม ความอดทน และชัยชนะเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้จูบนี้ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย รินทร์ประคองกรอบหน้าของภรรยาให้รับองศาพอเหมาะ ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกวาดความหวานอย่างเอาแต่ใจเล็กน้อย แต่นุ่มนวลจนน้ำขิงต้องส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ มือเรียวเล็กขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
ค่ำคืนนี้... เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง ไม่มีหนี้สิน ไม่มีเสียงดูถูกเหยียดหยามจากกวินหรือใครหน้าไหน มีเพียงความมั่งคั่งระดับไร้ขีดจำกัด และอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในโลก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความหวานซึ้งถึงขีดสุด เสียงกริ่งประตูอัจฉริยะหน้าเพนต์เฮ우스กลับดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ
*ติ๊ง... ต่อง...*
รินทร์ชะงักเล็กน้อย เขาผละริมฝีปากออกจากภรรยาอย่างเสียดาย แต่นัยน์ตาคมกลับฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาทันทีราวกับน้ำแข็งขั้วโลก น้ำขิงมองหน้าสามีด้วยความประหลาดใจ ปนความสงสัยระคนหวาดหวั่น
"ดึกขนาดนี้... ใครมาคะ?" น้ำขิงกระซิบถามพลางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
รินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเอง
"แขกที่ไม่ได้รับเชิญค่ะ..." รินทร์ตอบเสียงเรียบ "และดูเหมือนว่า... เขาคงจะรีบมาคุกเข่าขอความเมตตาจากเราเสียเหลือเกิน"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดข้อมือเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินไปที่หน้าจอโฮโลแกรมควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮ우스 ปลายนิ้วเรียวกดเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอก
ภาพบนจอแสดงให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขากำลังยืนหอบหายใจรดประตูกระจกด้วยความกระวนกระวายใจ มือทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบถือโทรศัพท์มือถือไม่อยู่
นั่นคือ... กวิน อดีตผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อผู้เคยหยิ่งผยอง และเป็นคนที่เพิ่งเซ็นเอกสารปฏิเสธการกู้ยืมของรินทร์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบมองภาพนั้นด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนที่เขาจะหันกลับมาส่งยิ้มบางเบาให้ภรรยาที่เดินตามมาสมทบ
"รอดูสقค... ว่าสุนัขที่เคยเห่าหอนใส่เรา จะมีสภาพน่าสมเพชขนาดไหนเวลาที่มันไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน"
ปลายนิ้วของรินทร์แตะลงบนปุ่มปลดล็อกประตูอัตโนมัติ พร้อมๆ กับที่เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวีไอพีดังขึ้นต้อนรับการมาเยือนของศัตรูตัวฉกาจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 19
ค่ำคืนที่แสนหวาน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!