ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 20

ประมูลเครื่องเพชรพันล้าน

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงปรบมือระลอกใหญ่ในห้องจัดเลี้ยงวีไอพีระดับไฮเอนด์ดังกล้องกังวาน แต่สำหรับน้ำขิงแล้ว บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่ายอดเขาหิมะ บนเวทีเบื้องหน้าคือสร้อยเพชรน้ำงามดีไซน์รูปหยดน้ำฝังเพชรเม็ดโตเจียระไนอย่างประณีต แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาจนประกายระยิบระยับบาดตา สิ่งนั้นคือ "น้ำตาแห่งนารา" เครื่องเพชรล้ำค่ามูลค่าเริ่มต้นการประมูลที่สูงถึงพันล้านบาท และเป็นสิ่งที่กวินตั้งใจจะซื้อเพื่อใช้เป็นเครื่องมือตอกหน้าพวกเขาในงานสังคมนี้ "ห้าร้อยล้าน! ครั้งที่หนึ่ง... ห้าร้อยล้าน! ครั้งที่สอง..." เสียงประกาศของพิธีกรดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ขณะที่สายตาทุกคู่ในห้องโถงต่างหันมามองที่โต๊ะของกวินด้วยความชื่นชมระคนอิจฉา กวินยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง เขาจงใจหันมามองทางน้ำขิงและรินทร์ด้วยแววตาสสมเพชเวทนา ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่า ระหว่างเขาผู้มั่งคั่งกับอดีตพนักงานต๊อกต้อยอย่างรินทร์นั้น อยู่คนละชั้นกันอย่างสิ้นเชิง "คุณรินทร์คะ..." น้ำขิงดึงแขนเสื้อของสามีเบาๆ ความกังวลฉายชัดบนดวงตากลมโต แม้เธอจะรู้ว่าตอนนี้พวกเขาร่ำรวยขึ้นมาก แต่ตัวเลขพันล้านก็ยังเป็นอะไรที่เกินกว่าจะจินตนาการไหว "เราพอกันแค่นี้เถอะนะคะ มันแพงเกินไป..." รินทร์ไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของภรรยาไว้แน่น ปลายนิ้วอุ่นๆ เกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของเธอเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคง ปลายนิ้วที่เพิ่งจะกดปลดล็อกประตูนิรภัยระดับสูงสุดเมื่อครู่ ยังคงมีความนิ่งสนิทไร้ซึ่งความลังเล ดวงตาคมกริบของรินทร์มองตรงไปยังเวที ก่อนจะเหลือบไปสบตากับกวินที่ส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ "ห้าร้อยห้าสิบล้านจากคุณกวิน! มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ..." พิธีกรลากเสียงยาวด้วยความตื่นเต้น "หกพันล้านค่ะ" เสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานดังขึ้นจากปากของรินทร์ น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังตะคอก แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้เสียงพูดคุยรอบห้องเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง ทุกคนในห้องหันขวับมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว กวินสำลักแชมเปญที่เพิ่งดื่มเข้าไปจนไอโขลก หน้าตาแดงก่ำด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "แก! ไอ้รินทร์! แกเสียสติไปแล้วหรือไงวะ!" กวินลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังลั่นห้อง "แกเอาเศษเงินที่ไหนมาพูดจาเพ้อเจ้อ หกพันล้านเรอะ? แค่ค่าเข้างานนี้แกยังเกือบจะไม่มีปัญญาจ่ายเลยด้วยซ้ำ!" เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นอีกครั้ง บรรดาไฮโซและนักธุรกิจต่างพากันหัวเราะเยาะ มองรินทร์ด้วยสายตารังเกียจและสมเพช "นั่นสิ คงจะเป็นพวกสติหลุดอยากเด่นในงานประมูลสินะ" "น่าสมเพชชะมัด เอาเมียมาขายหน้าแท้ๆ" น้ำขิงเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความไม่สบายใจ เธอขยับเข้าไปใกล้รินทร์มากขึ้น พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่มือใหญ่ของรินทร์กลับกุมมือเธอไว้แน่นขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างล้นเหลือ "ผมไม่ได้เพ้อเจ้อครับคุณกวิน..." รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนกวินถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "และที่สำคัญ... ผมไม่ได้เสนอราคาหกพันล้านเพื่อแข่งกับคุณหรอกนะ เพราะคุณไม่มีป้ายะดับนั้นตั้งแต่แรกแล้ว" "แกหมายความว่ายังไง!" กวินคำรามลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห "แปดพันล้าน" รินทร์เอ่ยต่อหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจเสียงโวยวายของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ผมขอเพิ่มเป็นแปดพันล้าน และช่วยห่อของชิ้นนี้ใส่กล่องกำมะหยี่สีแดงให้ภรรยาผมด้วย เธอไม่ชอบของมีตำหนิที่ผ่านมือคนอื่นมาเยอะ" ประโยคหลังของรินทร์ทำเอากวินหน้าชาดิก ไฮโซหลายคนในห้องถึงกับกลั้นหายใจ การประมูลระดับนี้ไม่เคยมีใครกล้าทุ่มเงินขนาดนี้มาก่อนเพื่อซื้อใจผู้หญิงคนเดียว! พิธีกรบนเวทีเหงื่อแตกพลั่ก มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นจนเกือบทำไมค์หลุดมือ "วะ...แปดพันล้าน! ครั้งที่หนึ่ง... มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ!แปดพันล้านครั้งที่สอง..." กวินกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น เขารู้ว่าถ้าปล่อยให้รินทร์ชนะ ศักดิ์ศรีของเขาในสังคมไฮโซจะป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี เขาหันไปตะโกนใส่หน้าพนักงานประมูล "ผมสู้! หนึ่งหมื่นล้าน! ผมให้หนึ่งหมื่นล้าน!" เสียงฮือฮาดังกระหึ่มห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง หนึ่งหมื่นล้านเพื่อสร้อยเพชรเส้นเดียว มันคือความบ้าคลั่งชัดๆ! กวินหันมามองรินทร์ด้วยรอยยิ้มเยาะที่เต็มไปด้วยชัยชนะปลอมๆ "เป็นไงล่ะไอ้จนตรอก! แกเอาปัญญาที่ไหนมาสู้กับฉัน!" น้ำขิงหันมามองหน้าสามี ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความกังวลระคนตกใจ "คุณรินทร์คะ พอเถอะนะคะ มันมากเกินไปจริงๆ เราไม..." รินทร์หันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยา แววตาสดใสและเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ มืออุ่นเอื้อมไปแตะแก้มเนียนเบาๆ "เพื่อความสุขของเธอ น้ำขิง... เงินแค่นี้เป็นเพียงแค่เศษกระดาษในบัญชีของผมเท่านั้นครับ" พูดจบ รินทร์ก็หันกลับไปสบตากวินด้วยแววตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขาหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ไร้รอยต่อขึ้นมาถือไว้ในมือ มันคือการ์ด 'Black Infinity Card' บัตรเครดิตพิเศษที่ออกโดยธนาคารกลางระดับโลก ซึ่งมีวงเงินไม่จำกัด และมีผู้ถือครองทั่วโลกไม่ถึงห้าคน! "หนึ่งหมื่นล้านเหรอครับ?" รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทรงพลังจนทำให้กวินรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไร้สาเหตุ "งั้นผมขอเสนอราคา... ซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัทประมูลแห่งนี้ รวมถึงหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในเครือธุรกิจของคุณกวินด้วยทันที" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่ได้ยินเสียงเข็มตกพื้น กวินหน้าซีดเผือด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยิน ซื้อกิจการทั้งหมด? ซื้อหุ้นในบริษัทของเขา? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! รินทร์ก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนเวทีทีละก้าวอย่างมั่นคง ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความหวาดผวา เขายื่นการ์ดสีดำในมือให้กับผู้จัดการประมูลที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความเคารพสูงสุด "รูดเลยครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบขาด "และช่วยบอกแขกผู้เกียรติในที่นี้ด้วยนะ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจ่ายเงินสร้างตึกจัดเลี้ยงแห่งนี้ตั้งแต่แรก" เสียงเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติส่งสัญญาณดังขึ้น... *ติ๊ด!* ตามด้วยไฟสีเขียวสว่างวาบเด่นชัด พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของธนาคารที่ดังเชื่อมต่อกับลำโพงทั่วทั้งห้อง [ ยืนยันการทำรายการสำเร็จ... ยินดีต้อนรับท่านประธานสูงสุด มหาเศรษฐีรินทร์ ] หัวใจของกวินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างหมดสภาพ ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้นในหัว รินทร์ไม่ได้เป็นแค่คนรวยหน้าใหม่... แต่เขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในเครือข่ายการเงินที่กวินกำลังจะกู้เงินเพื่อพยุงบริษัท! น้ำขิงยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้าตา เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ยอมก้มหัวอดทนมาตลอดหลายปี จะกลายเป็นราชาผู้กุมอำนาจชะตากรรมของทุกคนในที่นี้ได้ภายในชั่วข้ามคืน รินทร์เดินกลับมาหาน้ำขิง รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่บรรจุสร้อยเพชรพันล้านให้เธอด้วยมือของเขาเอง "ของขวัญสำหรับภรรยาคนสวยของผมครับ" รินทร์กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูเธอ น้ำขิงยิ้มทั้งน้ำตา เธอรับกล่องนั้นมาถือไว้ แต่วินาทีที่เธอกำลังจะเปิดฝากล่องออกเพื่อดูความงามของมัน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินที่นอนกองอยู่กับพื้นก็แผדเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ กวินตัวสั่นเทา มือขวาที่ไร้เรี่ยวแรงควโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูด้วยความหวาดผวา เสียงปลายสายตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดจนคนรอบข้างได้ยินชัดเจน *“คุณกวิน! บัญชีบริษัทของคุณถูกอายัดทุกธนาคารแล้ว! และตอนนี้ท่านประธานใหญ่คนใหม่กำลังจะเซ็นคำสั่งล้มละลายบริษัทเราภายในสามนาทีนี้... คุณไปทำอีท่าไหนมาถึงไปหาเรื่องกับคนคนนั้นวะ!”* ดวงตาของกวินเหลือกค้าง สมองขาวโพลน ร่างกายสั่นระริกราวกับจับไข้หัวโขน เขากัดฟันแน่นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรินทร์ที่กำลังยืนโอบกอดภรรยาด้วยสายตาเย่อหยิ่งดั่งพญามาร รินทร์ก้มมองกวินที่นอนคุกเข่าแทบเท้าด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเมตตาใดๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน "เกมพลิกแล้วนะกวิน... และตาต่อไป ฉันจะเป็นคนแจกไพ่เอง" --- (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%