ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 8

น้ำขิงผู้ไม่เคยทอดทิ้ง

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เศษเหรียญสิบบาทสามเหรียญกับแบงก์ยับยี่สิบบาทใบเดียวในกระเป๋าเสื้อคลุม คือทรัพย์สินทั้งหมดที่พวกเรามีในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำจนหลังคารั่ว "กินให้อิ่มก่อนนะคะพี่รินทร์ ส่วนขิง... ขิงยังไม่ค่อยหิวค่ะ" เสียงหวานละมุนที่สั่นเครือเล็กน้อยจากความหนาวเย็นในคืนนั้น ยังคงดังชัดเจนอยู่ในความทรงจำของรินทร์ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน น้ำขิงเลื่อนชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวที่มีไข่ต้มเพียงครึ่งซีกมาตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นพยายามซ่อนความเหนื่อยล้าและความกังวลไว้ภายใต้รอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมอบให้ผู้ชายที่ล้มละลายได้ ในวันที่เขาถูกกวินและพรรคพวกกลั่นแกล้งจนต้องออกจากงานอย่างไร้ความเป็นธรรม ในวันที่ไม่มีใครมองเห็นค่าของวิศวกรต้อยต่ำคนนี้ มีเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้คนเดียวที่กุมมือเขาแน่นแล้วกระซิบข้างหูว่า *'ไม่เป็นไรนะคะ เริ่มต้นใหม่กับขิงนะ ขิงรวยความรักค่ะ เดี๋ยวเราก็ผ่านมันไปได้'* รินทร์หลับตาลงช้าๆ เพื่อขับไล่ภาพอดีตอันแร้นแค้นนั้นออกไป ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับเนื้อผ้าสูทเนื้อดีราคาหลักแสนที่สวมอยู่ ความหรูหราและความมั่งคั่งระดับพันล้านในปัจจุบัน ไม่เคยทำให้เขาลืมเลือนรสชาติของความอดอยากที่เคยร่วมเผชิญมากับน้ำขิงเลยแม้แต่วินาทีเดียว "คิดอะไรอยู่คะ คิ้วขมวดเป็นปมหมดแล้ว" เสียงนุ่มนวลของน้ำขิงดึงรินทร์กลับสู่โลกปัจจุบัน เธอยื่นแก้วชาอุ่นๆ มาให้ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยหว่างคิ้วให้เขาอย่างเบามือ แววตาของเธอยังคงเปี่ยมด้วยความห่วงใยบริสุทธิ์เช่นเดียวกับในวันวาน ไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าตอนนี้เราจะย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง และเธอกำลังสวมชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่เขาเพิ่งกวาดซื้อให้ทั้งร้านก็ตาม รินทร์คว้ามือเรียวนั้นมากุมไว้แนบแก้ม สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ดวงตาคมกวาดมองภรรยาที่รักด้วยความรู้สึกที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมาเป็นหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "พี่แค่นึกถึงตอนที่เรากินบะหมี่ถ้วยเดียวกันที่ห้องเช่ารูหนู... พี่สัญญากับตัวเองไว้นะคะขิง ว่าถ้าวันหนึ่งพี่มีอำนาจพอ พี่จะเหมาทุกอย่างบนโลกใบนี้มาวางแทบเท้าผู้หญิงคนนี้" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความจริงจังและคลั่งรักจนคนฟังต้องแก้มแดงระเรื่อ "บ้าจริงเชียว... พูดอะไรก็ไม่รู้ค่ะ" น้ำขิงหลบตาซ่อนความเขินอาย พวงแก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารักน่าเอ็นดู "ขิงไม่เคยต้องการโลกทั้งใบหรอกค่ะ ขิงต้องการแค่รอยยิ้มของพี่รินทร์ตอนที่ตั้งใจทำงานก็พอแล้ว... จำได้ไหมคะ ตอนที่พี่เครียดเรื่องโปรเจกต์จนนอนไม่หลับ ขิงต้องคอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ตลอดทั้งคืน" "พี่จำได้ทุกอย่างค่ะ" รินทร์ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอ "จำได้แม้กระทั่งวันที่กวินมันเดินมาเหยียดหยามเราที่หน้าบริษัทเก่า... วันนั้นขิงโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ยังยืนบังหน้าพี่ไว้ไม่ให้มันทำอะไรพี่ได้อีก" บรรยากาศในห้องนั่งเล่นหรูหราพลันเงียบสงบลง ความผูกพันที่หล่อหลอมขึ้นจากคราบน้ำตาและความยากลำบาก ทำให้หัวใจของทั้งสองดวงผสานกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่มีวันพรากจาก แต่ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยคนโลภมาก *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกใสแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ ก่อนจะหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "ธนาคารวาย" สาขาใหญ่ ที่ผู้จัดการสาขาซึ่งเคยร่วมมือกับกวินในการปฏิเสธสินเชื่อของเขา กำลังโทรเข้ามาด้วยความร้อนรน รินทร์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตชั่วพริบตา ก่อนจะหันไปสบตากับน้ำขิงที่มองมาอย่างรู้ทัน "รับสิคะ... บางทีปลาอาจจะกำลังดิ้นติดเบ็ดแล้วก็ได้นะ" น้ำขิงกระซิบเสียงใสพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ ที่ช่างน่ารักและสะใจในเวลาเดียวกัน รินทร์กดรับสายทันที เปิดสปีดเกอร์โฟนเพื่อให้ภรรยาคนเก่งได้ยินบทสนทนาด้วย ("ทะ... ท่านประธานรินทร์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!") เสียงปลายสายหอบแฮกด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ("ตอนนี้... ตอนนี้คุณกวินกำลังอาละวาดอยู่ที่ห้องรับรองพิเศษของธนาคาร เพราะระบบของเราเพิ่งปฏิเสธคำขออนุมัติวงเงินกู้ยืมห้าร้อยล้านของเขา... และ... และเขากำลังประกาศกร้าวว่าจะฟ้องร้องธนาคารเราครับ!") รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยตอบกลับไปด้วยความเยือกเย็นจนน่ากลัว "ฟ้องงั้นเหรอ? บอกมันไปสิ... ว่าเจ้าของธนาคารที่มันกำลังจะไปกู้น่ะ คือคนที่มันเคยสั่งให้ รปภ. ลากคอโยนออกนอกบริษัทเมื่อสามเดือนก่อน" ("วะ... ว่ายังไงนะครับ! ประธานคือ...") ปลายสายสะดุดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความช็อกสุดขีด รินทร์ไม่รอให้ปลายสายได้ตั้งสติ เขากดตัดสายทิ้งทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับหยิบกุญแจรถซูเปอร์คาร์และบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีวันวงเงินหมดขึ้นมาถือไว้ น้ำขิงก้าวเข้ามาจัดปกเสื้อสูทให้สามีอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสะใจที่กำลังจะเกิดขึ้น "ไปกันเถอะค่ะ... ได้เวลาไปทวงคืนความยุติธรรมให้เด็กฝึกงานที่เคยโดนรังแกแล้วนะคะ" รินทร์โอบเอวบางเข้าหาตัว ก้มลงกดจูบหน้าผากมนด้วยความรักและทะนุถนอม ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวออกจากเพนต์เฮาส์เพื่อมุ่งหน้าไปยังธนาคารที่กวินกำลังรอความพินาศอยู่... แต่ทว่า ในวินาทีที่ลิฟต์ส่วนตัวกำลังจะปิดลง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของน้ำขิงก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน รินทร์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ของภรรยา และข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่ปรากฏขึ้น ก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมหาเศรษฐีหนุ่มแข็งค้างในทันที *“ระวังตัวไว้นะคะ... คนที่คุณกำลังจะไปเหยียบ ไม่ได้มาคนเดียว และเขามีหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลากคุณลงนรกไปพร้อมกัน”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%