"คุณหมายความว่ายังไง... ที่บอกว่าหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของบริษัทผมถูกกว้านซื้อไปจนเกลี้ยงแล้ว!"
เสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนกของกวินดังลั่นห้องประชุมหรูของโรงแรมระดับห้าดาว แรงกระแทกจากการทุบโต๊ะกระจกราคาแพงทำให้แก้วไวน์สั่นสะเทือนจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสน ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่ บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเส้นผมเซ็ตทรงเนี้ยบเปียกลู่
น้ำขิงกะพริบตาปริบๆ ด้วยความตกตะลึง เธอมองหน้าสามีที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง รินทร์ในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งยังคงกุมมือเรียวบางของเธอไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาให้เธอ จนหัวใจที่เคยหวาดหวั่นค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด
รินทร์ปรายตามองกวินด้วยแววตาราบเรียบราวกับกำลังมองมดตัวจ้อย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่นั่นกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตะโกนใดๆ ทั้งสิ้น
"ก็หมายความตามที่ตัวเลขในหน้าจอแสดงผลบอกนั่นแหละค่ะคุณกวิน" เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น รินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "บริษัท 'กวินทร์ กรุ๊ป' ของคุณ ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยฉันออกจากวงจรก่อนหน้านี้ ตอนนี้... อยู่ในกำมือของฉันเกือบเบ็ดเสร็จแล้วนะคะ"
"เป็นไปไม่ได้! บริษัทนายมันก็แค่พนักงานกระจอกๆ คนหนึ่งที่เพิ่งตกงาน จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อหุ้นมูลค่าหลายพันล้าน?!" กวินแผดเสียงปฏิเสธดังก้อง ดวงเบิกโพลงด้วยความคลุ้มคลั่ง สติสตางค์ที่เคยมีหลุดลอยหายไปจนหมดสิ้น เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลขาฯ ส่วนตัวแสดงกราฟสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เปลี่ยนมือไปอย่างเบ็ดเสร็จ
ชื่อผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ไม่ใช่ชื่อของกลุ่มทุนใหญ่ที่กวินคาดการณ์ไว้ แต่เป็นชื่อของบริษัทโฮลดิ้งลับที่เพิ่งจดทะเบียนภายใต้เครือข่ายธนาคารระดับโลก ซึ่งมีรินทร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
เค้กวานิลลาขอพานักอ่านทุกท่านดำดิ่งสู่ห้วงเวลาแห่งความสะใจที่รินทร์บรรจงขีดเขียนขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งเงินตราค่ะ
ในอดีต กวินเคยเหยียดหยามรินทร์อย่างไร้ความปรานี โยนแฟ้มเอกสารใส่หน้า ไล่ตะردออกจากห้องประชุมราวกับหมูเหมือนหมา เพียงเพราะรินทร์เป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไต่เต้าด้วยลำแข้งและหยาดเหงื่อ กวินเคยหัวเราะเยาะหยาดน้ำตาของน้ำขิงในวันที่เธอยืนถือกล่องกระดาษใส่ของใช้ส่วนตัวของสามีเดินคอตกออกจากตึก
แต่วันนี้... กง wheel แห่งโชคชะตาหมุนกลับมาด้วยความเร็วระดับไฮสปีด
รินทร์ก้าวเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อป... ก๊อป... ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของไฮโซจอมปลอม
"คุณกวินคะ จำคำพูดเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไหมคะ..." รินทร์หยุดยืนตรงหน้ากวิน ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้กวินต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "คุณบอกว่า 'เงินซื้อศักดิ์ศรีไม่ได้หรอกไอ้จนตรอก'..."
รินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนทุกคนในห้องประชุมแทบไม่กล้าหายใจ น้ำขิงมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งภูมิใจ ห่วงใย และระคนตื่นตะลึงในความเด็ดขาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"ใช่ค่ะ... เงินอาจจะซื้อศักดิ์ศรีของคนที่ไม่มีจิตสำนึกอย่างคุณไม่ได้หรอก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "แต่เงินสามารถซื้อบริษัทที่คุณรัก หุ้นทุกตัวที่คุณภูมิใจ และกระทั่ง... อนาคตทั้งหมดของคุณ ให้กลายเป็นศูนย์ได้ในพริบตาเดียว!"
พรึบ!
รินทร์หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทลวดลายเรียบหรูซึ่งผลิตจากโลหะหายาก ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน บัตรใบเดียวกับที่สามารถซื้อคฤหาสน์หรูและเกาะส่วนตัวได้ทั้งเกาะ บัตรที่แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารยังต้องโค้งคำนับให้ด้วยความเคารพสูงสุด
"ทางฝ่ายกฎหมายของผมส่งเอกสารแจ้งเตือนการชำระหนี้ก้อนโตที่คุณกู้มาค้ำประกันโปรเจกต์โรงแรมนี้ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ" รินทร์เอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "และเนื่องจากคุณผิดนัดชำระ..."
รินทร์ยื่นบัตรสีดำให้กับเลขาฯ ส่วนตัวที่ยืนรอคำสั่งอยู่ด้านข้าง พร้อมกับส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว
"จัดการปลดประธานบริหารคนปัจจุบันออกได้เลยค่ะ และเริ่มกระบวนการควบรวมกิจการเข้าสู่เครือข่ายของเราทันที"
"รับทราบครับท่านประธาน!" เสียงขานรับดังลั่นจากทีมกฎหมายและผู้บริหารชุดใหม่ที่เพิ่งเดินเรียงแถวเข้ามาในห้องประชุม
กวินทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าซีดเซียวสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ทรัพย์สิน อำนาจ และชื่อเสียงที่สั่งสมมานับสิบปี พังทลายลงในเวลาไม่ถึงสิบนาที เพียงเพราะความโง่เขลาที่ไปเหยียบย่ำคนผิด
น้ำขิงเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวเข้าไปใกล้รินทร์แล้วเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อเขาเบาๆ รินทร์หันกลับมามองภรรยา ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างล้นปรี่ทันที เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของภรรยาขึ้นมาจູບเบาๆ ที่หลังมืออย่างทะนุถนอม
"เรากลับกันเถอะค่ะที่รัก..." รินทร์กระซิบเสียงนุ่ม "ที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของเรากำลังรออยู่..."
ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของกวินที่นอนกองอยู่บนพื้นก็แผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาทำลายความเงียบ
กวินสะดุ้งสุดตัวด้วยสัญชาตญาณ เขารีบตะเกียกตะกายคลานไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยมือที่สั่นเทา คิดว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์หลงเหลืออยู่บ้าง
"ฮะ... ฮัลโหล!" กวินกรอกเสียงละล่ำละลัก
เสียงปลายสายไม่ได้มาจากผู้ช่วยหรือธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ผู้ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังตระกูลของกวินมาตลอดหลายสิบปี
*[จุดพลิกผันด่วน (Micro-twist)]:*
"กวิน... แกไปก่อเรื่องอะไรกับ 'ท่านประธานเค้าท์' คนนั้นไว้!" เสียงปลายสายตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด "ตอนนี้... บัญชีลับทั้งหมดของตระกูลเราถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุดแล้ว และที่สำคัญที่สุด... หนี้สินทั้งหมดห้าหมื่นล้านถูกโอนสิทธิ์มาให้ธนาคารของเขารายเดียว!"
กวินหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดสูทสากลสีดำสนิท ซึ่งเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเงินและการเมือง ที่เดินตรงดิ่งเข้ามาหารินทร์ด้วยสีหน้าเคารพยำเกรงอย่างถึงที่สุด
ชายชราโค้งคำนับให้รินทร์อย่างน้อมนํา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"ท่านประธานครับ... ทางเราตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของบุคคลปริศนาที่พยายามติดต่อ 'บุคคลลึกลับ' เพื่อทำลายชื่อเสียงของคุณภรรยาเมื่อครู่... และตอนนี้ เราพบตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังแล้วครับ... จะให้จัดการขั้นเด็ดขาดเลยไหมครับ?"
รินทร์หรี่ตามองภาพตรงหน้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับน้ำขิงภรรยาอันเป็นที่รัก
"จัดการให้เรียบร้อยค่ะ..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง "เพราะคนพวกนี้... ไม่สมควรได้รับโอกาสครั้งที่สองอีกต่อไปแล้วค่ะ"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 7 ด้วยความตื่นเต้นและหัวใจที่พองโตนะคะ หวังว่าจะสะใจกับบทเรียนราคาแพงของตัวร้ายกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 7
เงินคือคำตอบของทุกอย่าง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!