"ฉันให้เวลาแกถึงเที่ยงนี้ ถ้าเงินก้อนแรกไม่เข้าบัญชีบริษัท เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสมหัวออกไปจากตึกนี้ได้เลยไอ้รินทร์!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกระแทกจากแฟ้มเอกสารหนาเตอะที่ถูกโยนลงตรงหน้า กวินแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก แววตาคมกริบแต่ไร้ความปรานีคู่นั้นกวาดมองร่างของรินทร์ที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในฐานะทายาทตระกูลใหญ่และรองประธานบริหาร กวินไม่เคยเห็นหัวมนุษย์เงินเดือนอย่างรินทร์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ตนเองเป็นคนบงการให้รินทร์ต้องตกเป็นแพะรับบาปในคดีทุจริตที่ไม่ได้ก่อ กวินก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องในความโง่เขลาของอีกฝ่าย
รินทร์ไม่ได้ขยับตัวหนี แรงกดดันจากรอบด้านไม่ว่าจะเป็นสายตาสมเพชเวทนาจากเพื่อนร่วมงาน หรือท่าทีเยาะเย้ยของหัวหน้าแผนก ล้วนเป็นเพียงลมผ่านสำหรับเขาในวินาทีนี้
ในสมองของรินทร์เวลานี้ ไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่ดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทคือเสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับที่เพิ่งปลดล็อกไปหมาดๆ
[ติ๊ง! ยืนยันตัวตนสำเร็จ ระบบปลดล็อกสมบูรณ์]
[ภารกิจแรกเริ่มต้นขึ้น: รับเงินเข้าบัญชีไม่จำกัดวงเงิน ยอดเงินเริ่มต้นโอนเข้าสู่ระบบธนาคารส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้ว: 1,000,000,000 บาท]
หนึ่งพันล้านบาทแรกถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารในเครือข่ายระดับโลกอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีร่องรอยการทำธุรกรรมผ่านระบบการเงินปกติแม้แต่น้อย มันคืออำนาจเงินตราที่อยู่เหนือระบบกฎหมายและการตรวจสอบใดๆ บนโลกใบนี้
รินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาแรมปี บัดนี้กลับเปล่งประกายคมปลาบ เย็นชา และทรงพลังจนกวินที่กำลังจะอ้าปากด่าต่อถึงกับชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว
"มองหน้าฉันทำไมวะ? หรือคิดจะหาข้อแก้ตัวอะไรอีก? บอกไว้ก่อนนะว่าต่อให้แกกราบตีนฉันตอนนี้ มันก็ไม่มีทางช่วยให้แกพ้นข้อหาฉ้อโกงบริษัทได้หรอก!" กวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามเรียกความมั่นใจกลับคืนมาเมื่อเห็นรินทร์นิ่งเงียบ
รินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยียบย่ำเหยื่อในกรงขัง
"ข้อหาฉ้อโกงงั้นเหรอครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีผมติดปากไปหน่อย" รินทร์จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงครึ่งๆ กลางๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ผมหมายถึง... กวิน นายคิดจริงๆ เหรอว่าบริษัทกระจอกๆ ของนาย มีค่าพอให้ฉันต้องไปโกงเงินด้วย?"
สิ้นเสียงพูดบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวก็เงียบกริบลงทันที เพื่อนร่วมงานหลายคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจากับรองประธานกวินด้วยน้ำเสียงและท่าทีเย่อหยิ่งขนาดนี้มาก่อน
กวินหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ไอ้รินทร์! แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหามแบบนี้! รปภ.! ลากคอไอ้สวะนี่ออกไปโยนทิ้งนอกตึกเดี๋ยวนี้!"
ทว่า ยังไม่ทันที่ รปภ. สองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูจะก้าวเท้าเข้ามา เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานของกวินก็แผדเสียงแหลมสูงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
กวินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด หยิบเครื่องขึ้นมาด้วยท่าทางกระแทกกระทั้นหวังจะกดตัดสาย แต่ทันทีที่เห็นเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตาเดียว
นั่นคือเบอร์ตรงจากสำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของบริษัทเขา!
"ฮ... ฮัลโหลครับท่านประธาน..." กวินกรอกเสียงลงไปด้วยความสั่นเทา มือข้างที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนแทบจะจับไว้ไม่อยู่
"กวิน! แกไปทำความสะอาดหูมาหรือยังวะ! แกไปหาเรื่องใครไม่ไป ไปหาเรื่องท่านประธานใหญ่คนใหม่ที่เพิ่งซื้อหุ้นทั้งหมดของธนาคารเราเมื่อห้านาทีก่อนเนี่ยนะ!" เสียงตวาดลั่นจากปลายสายดังทะลุลำโพงออกมาจนคนทั้งห้องได้ยินกันอย่างชัดเจน
กวินตัวแข็งทื่อ สมองว่างเปล่า ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ขณะที่ดวงตาสั่นระริกค่อยๆ หันกลับมามองหน้ารินทร์ที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท
รินทร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุประหลาด สะท้อนประกายแสงวิบวับราวกับหมู่ดาวในกาแล็กซี่ออกมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนพื้นผิวของการ์ดอย่างใจเย็น
"มองอะไรล่ะกวิน..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับทรงพลังราวดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคนฟัง "เมื่อกี้ นายบอกนะว่าจะให้เวลาฉันถึงเที่ยงนี้... งั้นเรามาเคลียร์เรื่องที่นายติดหนี้ธนาคารของฉันอยู่... ให้มันจบๆ กันไปเลยดีไหมล่ะ?"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในห้องประชุมและโต๊ะทำงานรอบด้านก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย ทุกสายตาหันขวับไปมองหน้าจอของตนเองด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ จะดังขึ้นติดต่อกันเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนยอดเงินฝากและสถานะบัญชีที่ถูกเทคโอเวอร์แบบเบ็ดเสร็จ
รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนกวินต้องถอยหลังกรูดไปจนชนกับมุมโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี
"นาย... นายเป็นใครกันแน่..." กวินพยายามเฟ้นหาเสียงที่หายไปของตัวเอง เอ่ยถามออกมาด้วยความหวาดผวา น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
รินทร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้ากวิน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว รอยยิ้มอบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมคนใหม่
"ฉันก็แค่สามีที่ภรรยาเคยต้องลำบากด้วย... และตอนนี้ ฉันคือนรกที่จะมาทวงคืนทุกอย่างที่แกเคยทำกับเรายังไงล่ะ"
รักนะคะจากเค้กวานิลลาค่ะ
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 2
เช็กอินพันล้านแรก
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!