"เชิญป้ายหน้าค่ะคุณพี่! ห้างหรูระดับนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนใส่เสื้อผ้าโลว์คอสต์อย่างพวกคุณเดินเฉียดหรอกนะคะ เดี๋ยวฝุ่นจากรองเท้าแตะราคาถูกจะทำให้พื้นหินอ่อนนำเข้าของเราแปดเปื้อนเอาเสียเปล่าๆ"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของพนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์แบรนด์เนมดังขึ้นอย่างไม่คิดจะเกรงใจใคร สายตาดุดันและเหยียดหยามคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของน้ำขิง หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของรินทร์ น้ำขิงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ร่างบางสั่นเทาด้วยความอัปยศอดสูจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ที่เธอแค่อยากแวะซื้อชุดสุภาพสักชุดเพื่อไปงานเลี้ยงบริษัทกับสามี แต่กลับถูกรุมผลักไสไล่ส่งราวกับพวกเขาไม่ใช่คน
แต่ทว่า... ในวินาทีนี้ รินทร์ผู้เป็นสามีไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว
รินทร์ก้าวเข้าไปยืนบังภรรยาไว้ครึ่งตัว สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองพนักงานสาวคนนั้นด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง มือหนายื่นไปกุมมือเรียวบางที่กำลังสั่นเทาของน้ำขิงไว้แน่น ส่งผ่านความอบอุ่นและพลังอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดไปให้ น้ำขิงเงยหน้าขึ้นมองสามี ดวงตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจระคนโล่งอกเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของผู้ชายที่เธอรัก
"พูดจาได้น่าประทับใจมากครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนพนักงานสาวคนนั้นชะงัก รอยยิ้มเยาะค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า "พนักงานระดับล่าง... กล้าไล่ลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากที่สุดของห้างนี้ออกไปเชียวหรือ"
"โอייה! ลูกค้ากระเป๋าแบนอย่างพวกแกเนี่ยนะมีกำลังซื้อ? อย่ามาตลกแถวนี้เลยค่ะ! รู้ไหมว่ากระเป๋าใบเดียวในร้านฉันราคากี่แสน อย่าว่าแต่ซื้อเลย แค่แตะยังต้องคิดแล้วคิดอีก!" พนักงานคนเดิมเชิดหน้าขึ้นสูง น้ำเสียงแหลมสูงเรียกความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้หันมามองเป็นตาเดียว
ในจังหวะเวลานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องโถงทางเดินหลักของห้างสรรพสินค้า *เดอะแกรนด์ พลาซ่า* ห้างหรูใจกลางเมืองที่มูลค่ามหาศาลระดับหมื่นล้าน
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าชุ่มเหงื่อด้วยความตื่นตระหนกกำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาทางนี้ เขาคือ 'ประธานบริหารสูงสุด' ของห้างแห่งนี้ ผู้ซึ่งเพิ่งได้รับสายด่วนจากคณะกรรมการบริหารเมื่อสิบนาทีที่แล้วว่า *'มีมหาเศรษฐีลึกลับได้ทำการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ของเครือห้างสรรพสินค้าด้วยเงินสดเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว'*
"ทะ... ท่านประธาน!" ผู้จัดการห้างที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องเรียกเสียงหลง เมื่อเห็นเจ้านายใหญ่หยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ารินทร์
พนักงานต้อนรับคนเดิมหน้าถอดสี เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วผงกหัวให้ผู้จัดการอย่างรวดเร็ว "คุณผู้จัดการคะ! แย่จงเลยค่ะ มีพวกยาจกที่ไหนไม่รู้เข้ามาเดินเกะกะขวางหูขวางตาแถมยังทำท่าทางกร่างใส่ลูกค้าวีไอพี ฉันกำลังไล่ตะردพวกเขาให้อยู่พอดีเลยค่ะ!"
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วโถงห้างหรู ทุกสรรพเสียงรอบตัวเงียบกริบลงทันที
ไม่ใช่รินทร์ที่เป็นคนตบ... แต่เป็นประธานบริหารสูงสุดของห้างแห่งนี้ที่สะบัดมือใส่หน้าพนักงานสาวคนนั้นอย่างเต็มแรง จนร่างของเธอเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น หน้าตาเหเกด้วยความเจ็บปวดและงุนงงสุดขีด
"ท่านประธานคะ! คุณ... คุณมาตบฉันทำไมกันคะ!?" เธอกรีดร้องออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
"นังโง่!" ประธานบริหารคำรามลั่น ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวจนตัวสั่น เขารีบก้าวเข้าไปหารินทร์ โค้งคำนับลงต่ำจนแทบจะแนบพื้นในองศาเก้าสิบองศาต่อหน้าธารกำนัล ท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความช็อก
"ท่านครับ... กราบขออภัยอย่างยิ่งที่เกิดเรื่องไร้มารยาทเช่นนี้ขึ้นในพื้นที่ของเรา! กระผมในนามของคณะผู้บริหารทั้งหมดขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการไล่พนักงานไร้สมองคนนี้ออกเด็ดขาด และขึ้นบัญชีดำทั่วประเทศทันทีครับ!" เสียงของประธานบริหารสั่นเครือด้วยความหวาดหวั่น
รินทร์ปรายตามองร่างที่สั่นเทาของพนักงานสาวบนพื้นด้วยความเวทนา ก่อนจะหันมามองหน้าผู้จัดการห้างที่กำลังยืนเหงื่อตกพลั่ก
"ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคำขอโทษ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ "ผมมาเพื่อตรวจดูทรัพย์สินชิ้นใหม่ของผมเองต่างหาก"
น้ำขิงที่ยืนมองสามีอยู่ข้างกาย เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แม้เธอจะรู้ว่าช่วงนี้สามีของเธอมีพฤติกรรมแปลกไปและมีเงินทองมากมาย แต่การที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะเจ้าของห้างสรรพสินค้ามูลค่าหมื่นล้านที่มีพนักงานนับพันชีวิต... มันเกินกว่าที่จิตใจของหญิงสาวธรรมดาจะตั้งรับได้ทัน
"ท่านประธาน..." รินทร์หันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "จัดการเคลียร์พื้นที่ร้านนี้ให้หมด น้ำขิงภรรยาผมอยากเลือกซื้อชุดสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้ เอาคอลเลกชันใหม่ล่าสุดทั้งหมดมาให้เธอเลือกแบบไม่ต้องสนเรื่องราคา"
"รับทราบครับท่านเจ้าของห้าง!" ประธานบริหารตอบรับเสียงดังลั่นด้วยความนอบน้อมที่สุดในชีวิต
ทันทีที่ได้ยินคำว่า *'เจ้าของห้าง'* พนักงานต้อนรับที่นอนกองอยู่บนพื้นถึงกับหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย สมองของเธอขาวโพลน ร่างกายชาดิกจนแทบขยับไม่ได้ เธอเพิ่งจะไล่และดูถูกเจ้าของตัวจริงของห้างที่เธอทำงานอยู่... คนที่สามารถไล่เธอออกหรือกระทั่งทำลายชีวิตเธอได้ด้วยการกระดิกนิ้วเดียว!
น้ำขิงหันมามองสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งทึ่ง และมีความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านอยู่ในหัวใจ รินทร์ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยา ก่อนจะหันกลับไปหาผู้จัดการห้างที่กำลังยืนตัวสั่นงันงก
"อ้อ... แล้วก็ไล่ตะردไอ้ลูกค้าวีไอพีที่ชอบเบ่งอำนาจคนนั้นออกไปด้วยนะ" รินทร์พูดพรางปรายตามไปยังจุดที่กวินกำลังเดินควงคู่มากับหญิงสาวอีกคนด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง "เพราะต่อจากนี้ไป คนอย่างกวิน จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาหายใจในห้างของผมอีกตลอดกาล"
กวินที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยินประโยคดังกล่าวเต็มสองหู ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เขารีบก้าวเข้ามาเพื่อจะโวยวาย แต่ทว่า... บอดี้สูทสูทสีดำนับสิบคนที่ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบตัวเขาไว้ในพริบตา ทำให้กวินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
รินทร์หยิบการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามที่ไม่มีวันหมดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น นิ้วเรียวกดสัมผัสเบาๆ บนเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้จัดการห้างถือมารอรับด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
เสียงสัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบพร้อมเสียงเตือนเบาๆ ดังขึ้น...
ขอบคุณค่ะที่ติดตามอ่านตอนที่ 3 จากเค้กวานิลลาคนนี้นะคะ
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 3
ห้างสรรพสินค้าเป็นของผมแล้ว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!