เสียงปรบมือเยาะเย้ยในห้องประชุมบอร์ดบริหารของบริษัทตระกูลกวินยังไม่ทันจางหายดี เอกสารกองโตก็ถูกโยนลงบนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงด้วยแรงกระแทกที่ทำเอาแก้วกาแฟสั่นสะเทือน
"รินทร์... หรือว่าคุณคือคนที่กว้านซื้อหุ้นบริษัทตระกูลเราทั้งหมด?!"
เสียงหวีดร้องของกวินขาดห้วง ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโสตอนนี้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ไฮโซหนุ่มผู้เคยเหยียบย่ำชีวิตคนอื่นมานับไม่ถ้วนกำลังยืนตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อมองร่างสูงโปรดของรินทร์ที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง พร้อมกับสูทคัตติ้งเนี้ยบจากแบรนด์ระดับโลกที่ตะโกนบอกความร่ำรวยไร้ขีดจำกัดโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขากวาดสายตาคมกริบมองรอบห้อง ประเมินความพินาศที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หุ้นของตระกูลกวินร่วงดิ่งลงจนติดฟลอร์ตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ คำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ถูกยกเลิกพร้อมกันอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญที่สุด... ธนาคารทุกแห่งปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อเพื่อพยุงกิจการ
ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่ครั้งของเขาเอง
"ตกใจอะไรกันล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันชินกับการพูดคุยกับพวกระดับล่างน่ะค่ะ" รินทร์แย้มยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นของมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตคนอื่นไว้ในกำมือ
ด้านหลังของรินทร์คือน้ำขิง ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา หญิงสาวสวมชุดเรียบง่ายแต่สง่างาม ดวงตากลมโตมองภาพตรงด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอยังจำวันที่กวินหัวเราะเยาะและไล่รินทร์ออกจากออฟฟิศอย่างไม่ใยดี วันที่เธอกับสามีต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต และวันที่เธอกลัวเหลือเกินว่าโลกใบนี้จะใจร้ายกับพวกเขาจนเกินไป
แต่วันนี้... ผู้หญิงที่เคยถูกเหยียดหยามว่าเป็นยายยาจก กำลังยืนมองความล่มสลายของคนที่เคยเหยียบย่ำพวกเขาด้วยสายตานิ่งสงบ
"แก... ไอ้สุนัขรับใช้! แกใช้วิธีสกปรกอะไร!" กวินพุ่งตัวเข้าหาโต๊ะทำงาน มือสั่นระริกชี้หน้ารินทร์ "บริษัทของเรามีประวัติยาวนานหลายสิบปี แกไม่มีทางฮุบมันได้หมดหรอก! ฉันจะฟ้อง... ฉันจะแจ้งความจับแกข้อหาปั่นหุ้น!"
"ฟ้องเหรอคะ?" น้ำขิงเป็นคนเอ่ยปากขึ้นบ้าง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนกวินต้องชะงัก "คุณกวินคะ ก่อนจะไปฟ้องใคร ช่วยเช็คดูหน่อยนะคะว่าทนายความที่คุณจ้างไว้ เขายังรับโทรศัพท์คุณอยู่หรือเปล่า?"
ราวกับต้องมนต์สะกด กวินคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความลนลาน กดโทรหาที่ปรึกษาทางกฎหมายประจำตระกูล แต่สิ่งที่ได้ยินมีเพียงสัญญาณตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ตามมาด้วยข้อความสั้นๆ จากสำนักงานกฎหมายใหญ่ที่ส่งตรงเข้ามาหน้าจอ — *'ทางเราขอสิ้นสุดสัญญาการ The Retainer กับบริษัทของท่าน ณ บัดนี้ และขอให้ชำระค่าบริการคงค้างทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง'*
เข่าของกวินทรุดฮวบทันที โทรศัพท์มือถือราคาแพงร่วงหล่นลงกระแทกพื้นพรมจนหน้าจอแตกละเอียด
"เป็นไปไม่ได้..." กวินพึมพำกับอากาศ เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความสิ้นหวัง "ทำไม... ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉัน... ฉันคือทายาทตระกูลกวินนะ!"
"ทายาทตระกูลกวินที่กำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายนะคะ" รินทร์เดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "จำวันที่คุณสั่ง รปภ. โยนข้าวของของผมทิ้งถังขยะได้ไหมครับ? วันนั้นคุณบอกว่าคนจนอย่างผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจในตึกนี้... ตอนนี้ รู้สึกยังไงบ้างครับกับการเป็นคนที่ไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน?"
บรรยากาศในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน บอร์ดบริหารคนอื่นๆ ต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดสักคำ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ต่อให้ขอความช่วยเหลือตอนนี้ ก็ไม่มีใครกล้าหาญพอจะเอาอนาคตของตัวเองมาแลกกับการต่อกรกับชายผู้ถือครองหุ้นใหญ่ที่สุดในตลาดการเงินเวลานี้
น้ำขิงเดินเข้ามาใกล้รินทร์ มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับแขนเสื้อสูทของสามีเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนทางสายตาว่าพอได้แล้ว รินทร์หันมาสบตาภรรยา ความเกรี้ยวกราดในแววตาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนและลึกซึ้งที่เขามีให้เธอผู้เดียว
"กลับบ้านกันเถอะค่ะน้ำขิง อาหารที่แม่บ้านเตรียมไว้คงจะเย็นหมดแล้ว" รินทร์เอ่ยเสียงนุ่ม
"ค่ะ กลับกันเถอะค่ะ... ที่นี่อากาศไม่ค่อยดีเลย" น้ำขิงยิ้มบางๆ ให้สามี
ทั้งสองคนหันหลังให้กวินที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่กับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ความร่ำรวย อำนาจ และชื่อเสียงที่ตระกูลกวินสั่งสมมาหลายสิบปี ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเศษกระดาษอย่างไร้ค่าด้วยน้ำมือของคนที่พวกเขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ
ทว่า ในขณะที่รินทร์กำลังจะก้าวเท้าพาน้ำขิงเดินพ้นประตูห้องประชุม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบสมาร์ตโฟนส่วนตัวของเขาก็พุ่งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
รินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความนั้นส่งตรงจากระบบบริหารสินทรัพย์ส่วนกลางที่เชื่อมโยงกับธนาคารทั่วประเทศ — *'แจ้งเตือนด่วน: มีความพยายามถอนเงินสดจำนวน 500 ล้านบาทสุดท้ายออกจากบัญชีลับของตระกูลกวิน โดยบุคคลปริศนาที่ใช้นามแฝงว่า... "คุณนายใหญ่แห่งตระกูลบูรพา"'*
ดวงตาของรินทร์หรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นชื่อนั้น... คนที่ควรจะลี้ภัยไปต่างประเทศตั้งแต่เดือนก่อน ทำไมถึงยังวนเวียนอยู่เบื้องหลังความพินาศครั้งนี้?
และก่อนที่รินทร์จะได้ทันคิดวิเคราะห์สถานการณ์ ประตูลิฟต์ตัวสุดท้ายที่เชื่อมต่อตรงมายังชั้นบนสุดซึ่งถูกล็อกไว้เป็นเขตหวงห้าม ก็เปิดผางออกพร้อมกับเสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง *กริ๊กลั่น* ตามด้วยเสียงปรบมือช้าๆ เย็นเยียบที่ดังสะท้อนไปทั่วโถงทางเดิน...
"เก่งมาก... หลานรัก ไม่เสียแรงที่ฉันยอมปล่อยให้แกเล่นสนุกกับพวกเศษสวะพวกนี้ตั้งนาน"
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 27
การล่มสลายของบริษัทกวิน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!