ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 38

การจู่โจมของตระกูลใหญ่

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงตบโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาแปดหลักดังสนั่นหวั่นไหว จนแก้วกาแฟกระเบื้องเคลือบเซรามิกชั้นดีสั่นระริก กวินส่งยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ดวงตาคมกริบแต่เย็นชาคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารอาวุโสของกระทรวงพลังงานที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ฝั่งตรงข้าม เอกสารโครงการประมูลก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหมื่นล้านถูกผลักไสมาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดโต "ผมคิดว่าพวกคุณคงฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรลงนามอนุมัติให้ใคร... ตระกูลเก่าแก่อย่างพวกเราค้ำจุนประเทศนี้มาเป็นร้อยปี ถ้าโครงการนี้หลุดไปถึงมือพวกไร้หัวนอนปลายเท้าที่มีดีแค่เงินสดหน้าใหม่ ประเทศชาติคงพินาศ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของกวินเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายหรือขั้นตอนการประมูลเลยแม้แต่น้อย เพราะสำหรับเขา กฎกติกาคือสิ่งที่คนมีอำนาจและชาติตระกูลเป็นผู้ขีดเขียนขึ้นมาเอง น้ำขิงนั่งอยู่เคียงข้างรินทร์ที่มุมห้องประชุมอีกด้าน มือเรียวเล็กกำชายเสื้อเชิ้ตของสามีแน่นด้วยความกังวล แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะรวยล้นฟ้าจนกว้านซื้อตึกทั้งย่านธุรกิจได้ แต่การต่อกรกับกลุ่มอิทธิพลเก่าแก่ที่มีรากเหง้าฝังลึกในระบบราชการมาหลายชั่วอายุคน ก็ยังคงเป็นศึกที่ไม่อาจมองข้ามได้ง่ายๆ รินทร์หันไปมองภรรยา ดวงตาที่มักจะเฉียบขาดและเย็นชาเมื่อต้องจัดการกับศัตรู กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งในเสี้ยววินาที เขายกมือขึ้นกุมมือเย็นเฉียบของน้ำขิงไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ความหวาดกลัวในใจของหญิงสาวมลายหายไปจนสิ้น "ไม่ต้องกลัวค่ะคนดี..." รินทร์กระซิบเสียงนุ่ม ข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "พวกมันแค่เห่าเสียงดัง แต่ไม่มีเขี้ยวเล็บอะไรหรอกค่ะ" คำพูดนั้นไม่ได้เบาจนเกินไป ทำให้กวินที่ได้ยินหันขวับมามองด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ทันที ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความดูแคลน "แกยังกล้าปากดีอยู่อีกเหรอมell รินทร์?" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโน้มตัวลงท้าวแขนกับโต๊ะประชุม "แกคิดว่าแค่รวยทางลัด มีเงินสดอยู่ในธนาคารไม่กี่หมื่นล้าน แล้วจะเหิมเกริมเหยียบหัวพวกเราได้งั้นเหรอ? บอกให้รู้ไว้ซะว่าอำนาจที่แท้จริงมันไม่ได้ซื้อได้ด้วยเงินสดของพวกเศษสวะอย่างแก!" บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าข้าราชการระดับสูงต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรสักคำ เพราะต่างก็รู้ดีถึงอิทธิพลมืดที่อยู่เบื้องหลังตระกูลของกวิน รินทร์ค่อยๆ ภิรมย์รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขาไม่แม้แต่จะโกรธเคือง ปฏิกิริยาของกวินในตอนนี้ช่างน่าสมเพชเสียจนเขาไม่อาจรู้สึกร่วมได้ รินทร์หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้าอย่างใจเย็น "อำนาจซื้อไม่ได้ด้วยเงิน... งั้นเหรอคะ?" รินทร์ทวนคำพูดนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "น่าสนใจดีนี่คะ กวิน" "แกหมายความว่ายังไง?" กวินขมวดคิ้วแน่น รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในสันหลัง แต่วินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของผู้บริหารอาวุโสสูงสุดของกระทรวงพลังงานก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างกะทันหัน *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่โทรศัพท์มือถือของคณะกรรมการประมูลทุกคนในห้องต่างสั่นระรัวพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอีเมลฉุกเฉิน ทันทีที่สายตาคู่กวาดมองข้อความบรรทัดแรก ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าเปลี่ยนจากซีดเผือดเป็นไร้สีเลือดราวกับคนใกล้ตาย "ร... หรือว่า... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" รัฐมนตรีช่วยฯ อุทานเสียงหลง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น กวินหันขวับไปมองด้วยความหงุดหงิด "เกิดอะไรขึ้น? พวกคุณทำหน้าแบบนั้นทำไม โครงการนั้นอนุมัติให้ทางตระกูลผมแล้วไม่ใช่หรือไง!" ไม่มีใครตอบคำถามของกวิน รัฐมนตรีช่วยฯ ค่อยๆ หันมามองรินทร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ราวกับกำลังจ้องมองมัจจุราชที่กำชะตาชีวิตของคนทั้งประเทศไว้ในกำมือ ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโค้งคำนับให้รินทร์อย่างนอบน้อมที่สุด เกินกว่าที่ข้าราชการระดับสูงจะทำให้กับสามัญชนคนใดในประเทศ "ท... ท่านประธานสูงสุด... ทางเราเพิ่งได้รับคำสั่งเร่งด่วนจาก... จากผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของกลุ่มธนาคารกลางและสถาบันการเงินทั้งหมดในประเทศ..." เสียงของรัฐมนตรีช่วยฯ สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กวินชะงักกึก สมองของเขาขาวโพลนขึ้นมาทันที "แก... แกพูดถึงใครวะ? ธนาคารกลางเกี่ยวอะไรด้วย!" รินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขาก้าวเดินเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างสง่างาม โดยมีน้ำขิงเดินเคียงข้างด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความสะใจ รินทร์หยุดยืนตรงหน้ากวิน ระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว ทำให้กวินต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตระหนก "กวินคะ... คุณเพิ่งพูดเองไม่ใช่เหรอว่า อำนาจซื้อไม่ได้ด้วยเงินสดของเศษสวะอย่างฉัน..." รินทร์กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจศัตรู "แต่บังเอิญเหลือเกินค่ะ... พอดีว่าธนาคารทุกแห่งที่คุณกำลังจะกู้เงินมาพยุงบริษัทใกล้เจ๊งของคุณ... และรวมถึงธนาคารที่ครอบครัวคุณเอาทรัพย์สินไปจำนองไว้ทั้งหมด..." รินทร์หยุดพูดไปนิดหนึ่งเพื่อมองดูใบหน้าซีดเผือดที่เริ่มไร้สีเลือดของกวิน ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างแล้วพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของกวินพังทลายลงในพริบตา "...ตอนนี้ ผมเป็นเจ้าของทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมไม้สักทองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ซึ่งก็คือผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานตรวจสอบทรัพย์สินแห่งชาติ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมือปราบเศรษฐกิจนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามาพร้อมหมายจับในมือ "คุณกวินครับ... คุณต้องไปกับเราตอนนี้ ในข้อหาฟอกเงิน ฉ้อโกงสถาบันการเงิน และสมรู้ร่วมคิดทุจริตโครงการของรัฐครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%