ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 5

คนรู้จักที่ทำเป็นมองไม่เห็น

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงดังขึ้นเพียงครั้งเดียวท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัดของโถงทางเดินชั้นบนสุดของโรงแรมหรู รินทร์หยุดชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเรียบหรูเหลือบมองกวินที่กำลังนั่งทรุดตัวสั่นเทาอยู่บนพรมราคาแพงระยับ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะกดหน้าจอพิมพ์ตอบกลับข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่พยางค์ ส่งตรงไปยังหน้าจอของกรรมการผู้จัดการธนาคารพาณิชย์ระดับประเทศที่กำลังยืนรอคำสั่งด้วยความระทึกใจ "จัดการให้เด็ดขาด อย่าให้เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวความหวัง" นี่คือประโยคคำสั่งที่เปลี่ยนชีวิตของไฮโซกำมะลออย่างกวินให้ดิ่งลงเหวในพริบตาเดียว รินทร์เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งและทรงพลังจนน่ากลัว ต่างจากเมื่อสามเดือนก่อนลิบลับ สมัยที่เขายังเป็นเพียงพนักงานสินเชื่อตัวเล็กๆ ที่ต้องก้มหัวให้คนอย่างกวินเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี น้ำขิง ภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจและแสงสว่างเดียวในยามที่มืดมนที่สุดของชีวิต ขยับเข้ามาใกล้ ร่างโปร่งบางในชุดเดรสเรียบหรูที่รินทร์ตั้งใจเลือกให้เพื่อเธอโดยเฉพาะ ส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมกับเอื้อมมือเรียวมาสัมผัสข้อศอกของเขาเบาๆ ราวกับจะส่งผ่านความอบอุ่นและเตือนสติว่า ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ ณ จุดที่สูงส่งเพียงใด เธอก็จะยังคงยืนเคียงข้างเสมอไม่เปลี่ยนแปลง "คุณรินทร์คะ... ทางนั้นคงกำลังตื่นตระหนกน่าดูเลยนะคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ เจือประกายความขบขันในแว่นตากลมโตคู่นั้น น้ำขิงไม่ได้รู้สึกสงสารกวินเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อคนๆ นั้นเป็นคนเหยียบย่ำน้ำใจและพยายามไล่ต้อนพวกเขาให้จนมุมก่อน "ปล่อยให้พวกเขาลิ้มรสความรู้สึกของการไม่มีทางเลือกบ้างเถอะค่ะ ขิงจำได้แม่นเลยนะคะว่าตอนที่คุณกวินหัวเราะเยาะคุณในห้องประชุมวันนั้น เขาสสนุกสนานแค่ไหน" รินทร์หันมามองภรรยา ดวงตาที่เคยกราดเกรี้ยวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนละมุนและลุ่มลึก เขายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาอย่างทะนุถนอม "สำหรับคุณแล้ว ผมยอมทำได้ทุกอย่าง... แม้กระทั่งการเนรมิตธนาคารทั้งแห่งขึ้นมาเพื่อให้คุณได้เห็นความพินาศของพวกปลิงสังคมพวกนี้" ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟ กวินที่เพิ่งตั้งสติได้จากการแจ้งเตือนข้อความปฏิเสธสินเชื่อวงเงินห้าร้อยล้านบาท เงยหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ หยดเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผากจนผมเผ้าเปียกลู่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและแววตาสดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเงาร่างของคนที่เขาเคยเรียกว่า 'ไอ้กระจอก' กำลังก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย "รินทร์... รินทร์ครับ! เพื่อนรัก!" กวินคลานเข่าเข้ามาหาด้วยความทุรนทุราย ไม่หลงเหลือมาดคุณชายไฮโซตระกูลดังอีกต่อไป สองมือสั่นเทากำลังจะเอื้อมมาควชายกางเกงสูทราคาแพงของรินทร์ แต่ทว่า... บรื๊น! เสียงรองเท้าหนังขัดเงาหยุดลงห่างจากปลายนิ้วของกวินเพียงแค่คืบเดียว รินทร์มองลงมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะเหยียบซ้ำ "เพื่อนรักอย่างนั้นหรือครับ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน "จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณเพิ่งไล่ผมออกจากบริษัท พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารทิ้งลงบนพื้นแล้วบอกว่าคนอย่างผมไม่มีวันได้เหยียบเข้ามาในแวดวงธุรกิจนี้อีกไม่ใช่หรือครับ กวิน" กวินสะดุ้งเฮือก ตัวสั่นเทายิ่งกว่าเดิม น้ำตาซึมไหลออกมาด้วยความอับอายและหวาดกลัวสุดขีด "ผม... ผมแค่ล้อเล่นครับรินทร์! ตอนนั้นผมเมา... ผมขาดสติ! ขอร้องล่ะครับ ช่วยคุยกับทางผู้บริหารธนาคารให้หน่อย วงเงินกู้นั่นถ้าผมไม่ได้ บริษัทของผมล้มละลายแน่ๆ ครอบครัวผมต้องจบสิ้นแน่ๆ ครับ!" ภาพของไฮโซหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในอดีต บัดนี้กำลังก้มกราบแทบเท้าของคนที่เขาเคยเหยียดหยาม ช่างเป็นภาพที่สะใจและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้พบเห็นโดยเฉพาะพนักงานโรงแรมและแขกบางคนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดมือยุ่ง เนื่องจากบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตยืนคุมเชิงล้อมรอบบริเวณนั้นอย่างเข้มงวด น้ำขิงมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ เธอก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าว ปล่อยให้สามีเป็นผู้จัดการเรื่องราวทั้งหมดตามวิถีทางของมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ "ล้อเล่นอย่างนั้นหรือครับ?" รินทร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของกวินให้เงยขึ้นมาสบตากัน "แต่วิธีการทำลายชีวิตคนอื่นของคณ มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะกวิน สามเดือนก่อนภรรยาของผมต้องร้องไห้เพราะความเครียดที่คุณจงใจกลั่นแกล้งบีบให้เธอออกจากงาน ลูกค้าของผมถูกคุณแย่งชิงไปโดยใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรก วันนี้... สิ่งที่คุณกำลังได้รับ มันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่คุณเคยฝากไว้เท่านั้นเอง" "ไม่... ไม่จริง... คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้!" กวินสติหลุดกรีดร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่ง พยายามจะพุ่งตัวเข้าคว้าข้อเท้าของรินทร์ แต่ทว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายก็เข้ามาล็อกตัวเขาไว้ทันที กดให้ใบหน้าแนบกับพื้นพรมอย่างไม่ไยดี รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างไร้ที่ติ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง กดเปิดสปีกเกอร์โฟนให้เสียงจากปลายสายดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ("ท่านประธานครับ... ฝ่ายกฎหมายจัดการอายัดทรัพย์สินและไล่บดขยี้หุ้นทุกตัวของบริษัทกวินกรุ๊ปเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้มูลค่าบริษัทร่วงลงสู่จุดต่ำสุด และไม่มีสถาบันการเงินไหนกล้าปล่อยกู้ให้พวกเขาอีกแล้วครับ ขาดคำสั่งประธานเพียงอย่างเดียว... จะให้ล้มละลายอย่างเป็นทางการเลยไหมครับ?") เสียงรายงานจากผู้บริหารระดับสูงดังชัดเจนทุกถ้อยคำ กวินที่ได้ยินถึงกับตาเหลือกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เขาส่งเสียงร้องคร่ำครวญไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ รินทร์เหลือบมองกวินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตจากยมบาล "จัดการให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้... และอย่าให้พวกมันหลงเหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน" รินทร์กดวางสายทันที ก่อนจะหันมาโอบไหล่บางของน้ำขิงเบาๆ "กลับกันเถอะครับภรรยา มื้อค่ำของเรายังรออยู่" ทั้งสองคนหันหลังเตรียมก้าวเดินจากไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องระคนเสียงสะอื้นไห้ด้วยความสิ้นหวังของกวินที่ดังไล่หลังมา แต่ทว่า ก่อนที่ก้าวเท้าของรินทร์จะพ้นจากประตูทางออกฉุกเฉิน เสียงปรบมือช้าๆ แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของระเบียงทางเดินด้านข้าง "แปะ... แปะ... แปะ..." รินทร์ชะงักฝีเท้าอีกครั้ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง น้ำขิงขยับเข้ามาแนบชิดลำตัวสามีมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปรغاتของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษปรากฏกายขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมปลาบราวกับเหยี่ยว พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเยือก "ไม่นึกเลยนะครับว่าเด็กฝึกงานที่เคยถูกเตะโด่งออกไปวันนั้น จะกลายมาเป็นเจ้าของธนาคารคนใหม่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศได้รวดเร็วขนาดนี้... ลูกชายของฉันตาถึงจริงๆ ที่เลือกศัตรูผิดคน" คำพูดนั้นทำให้รินทร์ต้องหันขวับกลับไปมอง พร้อมกับที่กวินที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ "พ่อ... พ่อครับ! ช่วยผมด้วย!" เค้กวานิลลาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสะใจในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%