เสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นกระจกนิรภัยดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่ทำลายความเงียบงันในเซฟเฮาส์ลับจนย่อยยับ รวินท์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสผลักบานประตูเข้ามาหน้าตาเฉย ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังกวาดสายตาสำรวจรอบห้องครัวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
"ผมคิดว่าเราตกลงกันแล้วนะ ว่าสัปดาห์นี้ 'บุคคลภายนอก' จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เหยียบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของคริษฐ์ดังขึ้นจากมุมเคาน์เตอร์ครัว เชฟหนุ่มไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือน มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงบรรจงตกแต่งจานอาหารด้วยความประณีต ราวกับว่าการปรากฏตัวของประมุขแห่งตระกูลผู้ทรงอิทธิพลคนนี้เป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีค่าพอกُให้เสียเวลาใส่ใจ
รวินท์ลอบผ่อนลมหายใจยาว สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิในห้องที่ลดฮวบลงจนน่าใจหาย เขารู้จักผู้มาเยือนคนนี้ดี—สารวัตรภาคิน นายตำรวจใหญ่ผู้ควบคุมคดีลับที่ส่งเขามารักษาตัวและซ่อนตัวที่นี่ แต่การที่อีกฝ่ายโผล่มากลางดึกโดยไม่นัดหมาย ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"ใจเย็นน่า คริษฐ์ ฉันไม่ได้มาหาเรื่องนายสักหน่อย" ภาคินยิ้มรับความเย็นชาอย่างไม่ยี่หะ ร่างสูงเดินตรงดิ่งเข้ามาใกล้โซนครัว ทว่ากลับถูกขวางไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งของรวินท์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพอดิบพอดี
"ที่นี่ไม่ใช่สถานีตำรวจ และคุณก็ไม่มีหมายค้น กรุณาถอยออกไป" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงประกายตาดุดันที่พร้อมปะทะทุกเมื่อ
"โอ๊ะ ๆ ๆ ระวังหน่อยสิรวินท์ นายกำลังทำตัวเหมือนสุนัขเฝ้าบ้านที่หวงอาณาเขตเกินไปแล้วนะ" ภาคินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจรอยเปื้อนแป้งบนเสื้อเชิ้ตของรวินท์กับท่าทีหัวเสียของคริษฐ์ด้วยความขบขัน "ดูท่าทางแล้ว... เซฟเฮาส์ลับนี่จะไม่ได้เงียบสงบอย่างที่นายรายงานฉันสินะ"
"ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญออกไปครับ" คริษฐ์วางแหนบแต่งจานลงบนสเตนเลสเสียงดัง *เคร้ง* แรงกระแทกนั้นสะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งถึงขีดสุด เชฟหนุ่มถอดถุงมือออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะสาวเท้ายาว ๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างรวินท์และภาคิน ระยะห่างระหว่างเขากับรวินท์ใกล้เสียจนแผ่นหลังของนักสืบหนุ่มเกือบชนเข้ากับอกแกร่งของเชฟหนุ่ม
กลิ่นอายความดุดันและกลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องเทศเฉพาะตัวจากตัวคริษฐ์ตีรวนขึ้นจมูกรวินท์จนสติกระเจิดกระเจิงเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เชฟคนนี้แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายเลือกยืนเคียงข้างเขาเพื่อต่อกรกับบุคคลภายนอกอย่างชัดเจน
"กฎข้อแรกของครัวผม... คนนอกห้ามเข้าก่อนเวลาปิดร้าน" คริษฐ์จ้องหน้าสารวัตรหนุ่มเขม็ง นัยน์ตาสสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "และกฎข้อที่สอง... ห้ามใครก็ตามเข้ามารบกวนเวลาผมเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้ออาหาร ถ้านายยังไม่อยากโดนฉันไล่ตะردด้วยมีดแล่ปลา ก็กรุณาถอยออกไปจากอาณาเขตของฉันซะ"
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปาก "โอho ดุเป็นบ้าเลยแฮะ สมกับที่เป็นเชฟมือหนึ่งผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร... แต่ก็นั่นแหละ รวินท์ นายคงไม่ได้ลืมใช่ไหมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่องเบาะแสของไอ้สารวัตรทรยศคนนั้น"
รวินท์ขยับตัวเตรียมจะก้าวออกไปเคลียร์ปัญหาด้านนอกเพื่อไม่ให้สถานที่ของคริษฐ์แปดเปื้อนความวุ่นวาย แต่ทว่า... ปลายเรียวคางของเขากลับถูกปลายนิ้วอุ่นจัดของคริษฐ์คว้าเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว
"ใครอนุญาตให้คุณไปไหน?" คริษฐ์กระซิบถามชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของนักสืบหนุ่มกระตุกวูบ
รวินท์ชะงักงัน ดวงตาสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมผสานกับบางอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา ในระยะประชิดนี้นอกจากลมหายใจอุ่น ๆ ที่รินรดกันแล้ว เขายังรับรู้ถึงความสั่นไหวเล็กน้อยภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวของเชฟหนุ่ม
"ปล่อยนะ คริษฐ์..." รวินท์เอ่ยเสียงเบาหวิว ความรู้สึกต่อต้านที่มีต่อกฎระเบียบงี่เง่าของอีกฝ่ายก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามผิวหนังทุกตารางนิ้วที่ถูกสัมผัส
"จำกฎข้อที่สามให้ขึ้นใจด้วยล่ะ รวินท์..." คริษฐ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับโครงหน้าคมคายของอีกฝ่าย สายตาคมกริบเหลือบไปมองภาคินที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มอยู่ห่าง ๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักสืบหนุ่ม "ห้าม... สนใจคนอื่นในขณะที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงทันตาเห็น เสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามดังแข่งกับเสียงเครื่องทำความเย็นในครัว รวินท์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ทางถอย ปลายจมูกของเขากับคริษฐ์แทบจะชนกันอยู่รอมร่อ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากำลังแผดเผาความอดทนทั้งหมดที่มีจนมอดไหม้
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหาเพื่อปิดช่องว่างที่เหลืออยู่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูตรของภาคินก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายนั้นลงอย่างไร้ความปรานี
สารวัตรหนุ่มหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในพริบตาเดียว ภาคินเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองที่ยังคงค้างอยู่ในท่าทางล่อแหลม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบตึงที่ทำให้รวินท์ต้องผละออกจากสัมผัสของคริษฐ์ทันที
"ฉันว่าพวกนายคงไม่มีเวลามาเล่นเกมรักรสแซ่บกันแล้วล่ะ..." ภาคินกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่ตอนนี้เริ่มมีกลิ่นควันจาง ๆ ลอยออกมาจากช่องระบายอากาศ "เพราะตอนนี้... ระบบรักษาความปลอดภัยรอบเซฟเฮาส์ถูกแฮก และมีใครบางคนกำลังเดินดุ่ม ๆ เข้ามาทางประตูด้านหลังด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด... ซึ่งเป็นรหัสที่มีแค่ 'พวกเรา' สามคนเท่านั้นที่รู้!"
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 3 ครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 3
กฎเหล็กในครัว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!