เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ขัดมันดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะที่ทรงพลังพอจะบดขยี้ความเงียบสงบทั้งหมดในห้องครัวสไตล์อินดัสเทรียลของร้าน ‘The Alchemist’ ให้แหลกละเอียดคามือ
รวินท์ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์สเตนเลสสตีลขัดมันวาว ในมือยังถือกระชับมีดเชฟด้ามสีดำสนิทเอาไว้มั่น นัยน์ตาสีเข้มไหวระริกเพียงชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บเข้ารูปของสารวัตรสืบสวนพิเศษก้าวเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสามนาย สายตาของอีกฝ่ายคมกริบราวกับใบมีดโกนที่พร้อมจะเฉือนทุกความลับให้ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
แต่นั่นยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับร่างสูงสง่าของคริษฐ์ เชฟหนุ่มเจ้าของร้านที่ก้าวพรวดพราดตามหลังตำรวจกลุ่มนั้นเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววหยิ่งทะนงและเปี่ยมด้วยความสมบูรณ์แบบ บัดนี้ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“นี่มันหมายความว่ายังไง รวินท์!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังตวาดก้องห้องครัวจนพนักงานคนอื่นๆ ที่กำลังยืนหน้าซีดอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว คริษฐ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งผู้เช่าพื้นที่และเป้าหมายในการสืบสวน ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้จนรวินท์ได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเครียดที่พวยพุ่งออกมาจากตัวเชฟหนุ่ม
“คุณพาตำรวจพวกนี้เข้ามาตรวจค้นร้านของผม... โดยไม่บอกผมสักคำเนี่ยนะ!” คริษฐ์เน้นย้ำทีละคำ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธกริ้ว สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด “คุณคิดว่าร้านนี้เป็นสนามเด็กเล่นส่วนตัวของคุณหรือไง ถึงอยากจะพาใครเข้ามาก็ได้ตามใจชอบ!”
รวินท์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง เขาวางมีดในมือลงบนเขียงไม้ช้าๆ อย่างระมัดระวัง ไม่แสดงพิรุธแม้แต่น้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของร้านผู้กำลังเดือดดาลด้วยแววตานิ่งสงบ
“ผมทำตามหน้าที่ครับคุณคริษฐ์ และสถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าที่คุณจะมาโวยวายเรื่องมารยาททางธุรกิจ” รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะทะทาน “มีเบาะแสว่าเซฟเฮาส์ลับที่คุณให้ผมเช่าพื้นที่เปิดทำการอยู่ มีความเชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินข้ามชาติ ถ้าตำรวจเขาจะขอตรวจค้น มันก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรม”
“สิทธิบ้าบออะไร! นี่มันครัวของผม! อาณาจักรที่ผมสร้างมากับมือ!” คริษฐ์ตบมือลงบนเคาน์เตอร์สเตนเลสเสียงดังสนั่น *ปัง!* จนขวดเครื่องเทศสั่นสะเทือน ดวงตาสสีนิลจ้องเขม็งมาที่รวินท์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจเปิดสตูดิโอออกแบบอาหาร แต่ลับหลังคุณกลับซ่อนเร้นเรื่องบ้าๆ อะไรไว้บ้างที่คุณไม่ได้บอกผม! รู้ไหมว่าการที่ตำรวจบุกเข้ามาแบบนี้ มันทำลายชื่อเสียงของร้านผมป่นปี้หมดแล้ว!”
ความกดดันในอากาศหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ตำรวจชุดสืบสวนเริ่มกระจายกำลังค้นหาตามจุดต่างๆ ทว่าสายตาทุกคู่ในครัวกลับจับจ้องมาที่การปะทะคารมระหว่างเจ้าของร้านปากร้ายกับผู้เช่าลึกลับ
“ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจและร้านของคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คุณก็แค่ยืนดูเงียบๆ ให้พวกเขาทำงานให้เสร็จครับ” รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทเสียยิ่งกว่าเดิม ยิ่งอีกฝ่ายเกรี้ยวกราด เขากลับยิ่งเยือกเย็น—ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่คริษฐ์เกลียดที่สุด
“เงียบเหรอ? ให้ผมยืนดูคนอื่นมาพลิกแผ่นดินค้นบ้านตัวเองเนี่ยนะ!” คริษฐ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรวินท์อีกก้าว จนหน้าอกแทบจะชนกัน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่ข้อมือ “คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด รวินท์! ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในตึกนี้ ชีวิตผมก็มีแต่เรื่องปั่นป่วนไม่เว้นแต่ละวัน คุณเอาความลับบ้าๆ อะไรมาซ่อนไว้ที่นี่กันแน่!”
รวินท์ไม่ถอยหลังหนี เขายังคงยืนหยัดเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวที่ร้อนระอุนั้น นัยน์ตาสีเข้มฉายแววซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ลึกลงไปในความดุดันและคำต่อว่ารุนแรงที่คริษฐ์พ่นออกมา มันมีความห่วงใยและความไม่เข้าใจเจือปนอยู่อย่างปิดไม่มิด ซึ่งรวินท์สัมผัสได้ดีกว่าใคร
“ถ้าคุณไม่อยากให้ร้านพังไปมากกว่านี้ ก็กรุณาถอยออกไปแล้วปล่อยให้ผมจัดการเรื่องนี้เองครับ” รวินท์กระซิบเสียงต่ำ รอดไรฟัน ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่บังคับให้คริษฐ์ชะงักไปชั่วครู่
“จัดการ? หึ!” คริษฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของรวินท์ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนอันตรายท่ามกลางสายตาของลูกน้องและตำรวจ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนจากความดุเดือดเป็นความเย้ายวนชวนใจหายใจคว่ำอย่างประหลาด “คุณคิดว่าผมจะเชื่อคำพูดของผู้ชายลับๆ ล่อๆ อย่างคุณอีกเหรอ... บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ ว่าคุณซ่อนอะไรไว้หลังผนังห้องเย็นนั่น!”
ทว่า ก่อนที่รวินท์จะทันได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของหัวหน้าชุดสืบสวนก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกยื่นมาตรงหน้าพวกเขา
“สารวัตรครับ... เราเจอของที่ไม่ควรจะอยู่ในร้านนี้แล้วครับ”
รวินท์และคริษฐ์ชะงักพร้อมกัน ดวงตาของทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างไม่เต็มใจนัก หันไปมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือของนายตำรวจที่แสดงภาพหลักฐานชิ้นใหม่ ซึ่งถูกขุดพบเจอจากช่องลับใต้พื้นห้องครัว—ภาพของแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์ประทับตราองค์กรลับที่กำลังเป็นข่าวใหญ่โตทั่วประเทศ
คริษฐ์หน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขากวาดสายตาสลับระหว่างหน้าจอหลักฐานกับใบหน้าเรียบนิ่งของรวินท์ “นี่มัน... อะไรกัน...”
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักได้ว่า... มีใครบางคนจงใจ "จัดฉาก" วางยาพวกเขาทั้งคู่ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
*ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัว รวินท์หันขวับไปมองตามเสียงนั้น และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากห้าม ร่างของบุคคลที่สามซึ่งไม่ควรจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ก็ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักอยู่บนใบหน้า...
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 2
หั่นผักหรือหั่นประสาท
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!