เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 1

แขกไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณยังจับมีดด้วยองศาแบบนั้นอีกแค่ครั้งเดียว ผมจะโยนคุณออกจากครัวของผมทันที... ไม่สิ ผมจะโยนคุณออกไปนอกตึกนี้เลยต่างหาก รวินท์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความหงุดหงิดระดับสูงสุดดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นระเบียบเรียบร้อยและกลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่ลอยปะทะนาสิกทันทีที่คริษฐ์หยุดยืนอยู่ด้านหลัง รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับเจ้าของร้านอาหารสุดหรูแห่งนี้มันใกล้จนเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงสองชั่วโมง สำหรับรวินท์แล้ว การปลอมตัวเข้ามาสืบหาเบาะแสใน "เซฟเฮาส์" ร้านอาหารกึ่งลับที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดแห่งนี้ ควรจะเป็นภารกิจที่ง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ในฐานะนักสืบเอกชนมือฉมัง เขาสามารถปลอมตัวเป็นใครก็ได้ กลมกลืนไปกับทุกสภาพแวดล้อมได้อย่างแนบเนียน แต่เขากล้าสาบานเลยว่า ไม่มีตำราการสืบสวนเล่มไหนในโลกที่บอกไว้ว่า การรับมือกับเชฟหนุ่มจอมเผด็จการที่ประสาทสัมผัสไวราวกับเรดาร์ตรวจจับความสกปรกนั้น จะยากเย็นและชวนให้ประสาทกินได้ขนาดนี้ "ผมจับมีดแบบนี้มาสิบปีแล้วครับ เชฟคริษฐ์ มันไม่เคยบาดมือใครสักคน" รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นิ่งสนิท และเก็บอาการความหงุดหงิดไว้ภายใต้ใบหน้าสุภาพเรียบร้อยได้อย่างแนบเนียน แม้ในใจจะอยากหันไปซัดหน้าคนตัวสูงนี่สักหมัดสองหมัดก็ตามที "นั่นมันสิบปีในโลกกระจอกๆ ของคุณไง แต่นี่คืออาณาจักรของผม" คริษฐ์โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากใบหูของรวินท์เพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำให้รวินท์ต้องเกร็งกล้ามเนื้อคอโดยอัตโนมัติ "ที่นี่... ไม่มีที่ยืนให้ความมักง่าย ถ้าคุณอยากอยู่ที่นี่ต่อในฐานะ 'ผู้ช่วยครัว' คนใหม่ กรุณายกมือขึ้นแล้วทำตามที่ผมสอน ห้ามเถียง ห้ามคิดเอง และที่สำคัญที่สุด... ห้ามทำลายวัตถุดิบราคาแพงพวกนี้เด็ดขาด" นิ้วเรียวยาวของเชฟหนุ่มเอื้อมเข้ามาแตะทับลงบนหลังมือของรวินท์ที่กำลังกำด้ามมีดเชฟสแตนเลสสตีล การสัมผัสกันเพียงชั่วเสี้ยววินาทีนั้นกลับส่งกระแสความร้อนแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วสันหลังของนักสืบหนุ่ม มันไม่ใช่สัมผัสทางกายธรรมดา แต่เป็นแรงกดดันที่เปี่ยมด้วยอำนาจครอบงำ คริษฐ์ออกแรงบังคับข้อมือของรวินท์ให้ปรับมุมองศาใหม่ลงบนเขียงไม้เนื้อแข็งอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและแม่นยำราวกับเครื่องจักรกลราคาแพง รวินท์กัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายที่กำลังตั้งอกตั้งใจกับการจัดระเบียบร่างกายของเขา คริษฐ์เป็นผู้ชายประเภทที่น่ารำصาญที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา—หล่อเหลาอย่างร้ายกาจ สมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้ และมีนิสัยเจ้าระเบียบระดับปรมาจารย์ที่พร้อมจะเหวี่ยงใส่ทุกคนได้ตลอดเวลาหากมีอะไรไม่เป็นดั่งใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวินาทีที่ความใกล้ชิดพุ่งสูงขึ้นจนน่าอันตรายนี้ กลิ่นฟีโรโมนและความดุดันเฉพาะตัวของเชฟหนุ่มกลับทำให้หัวใจของนักสืบผู้สุขุมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "เข้าใจแล้วครับ..." รวินท์จงใจกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย พร้อมกับพลิกข้อมือตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือของคริษฐ์ไว้บ้างในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะผละตัวออก "แต่ถ้าคุณยังเอาหน้าเข้ามาใกล้ผมเกินความจำเป็นแบบนี้อีก... ผมอาจจะเผลอคิดว่าคุณไม่ได้อยากสอนทำอาหารหรอกนะ เชฟ" คริษฐ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลคมกราบตวัดกลับมามองหน้าผู้ช่วยคนใหม่ทันที รังสีความไม่พอใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนท้าทาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ายวน เป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่รวินท์เคยเห็นมา "ปากดีใช้ได้นี่... หวังว่าฝีมือของคุณจะดีเท่ากับความอวดดีนะ รวินท์" คริษฐ์กระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะผละตัวออกไปหยิบถาดเนื้อแกะนิวซีแลนด์เกรดพรีเมียมด้วยท่าทางเย่อหยิ่งตามเคย "ไปหยิบเกลือทะเลกับพริกไทยดำบดหยาบมา แล้วจัดการหมักเนื้อพวกนี้ให้เสร็จภายในสามนาที ถ้าไม่ได้มาตรฐาน... คุณรู้ชะตากรรมของตัวเองดี" รวินท์พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระบายความอัดอั้น ขณะที่มือก็หยิบกระปุกเครื่องเทศขึ้นมาจัดการตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ภารกิจลับในการแฝงตัวมาสืบหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของนักการเมืองชื่อดังในร้านอาหารแห่งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นได้ไม่ถึงครึ่งวัน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดสลิงที่ขึงอยู่เหนือปากเหวลึก โดยมีเชฟหนุ่มจอมเผด็จการคอยถือคบเพลิงจ่ออยู่ข้างหลังไม่ห่าง บรรยากาศภายในห้องครัวใหญ่ที่เงียบสงบเริ่มกลับเข้าสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง เสียงมีดกระทบเขียงและเสียงเครื่องครัวกระทบกันดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รวินท์กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับงานตรงหน้าอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้โดนจับผิด ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบชามผสมอีกใบ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงผลักประตูห้องครัวด้านหลังที่ถูกเปิดออกอย่างแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "เชฟคริษฐ์ครับ! แย่แล้วครับ..." เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของพนักงานเสิร์ฟหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทำให้ทุกลมหายใจในห้องครัวหยุดชะงัก คริษฐ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะการทำงาน "มีอะไร เสียงดังโ치กโชนอะไรกัน ที่นี่ไม่ใช่ตลาดสดนะ!" คริษฐ์เอ็ดเสียงเข้ม "คือ... คือว่ามีแขกคนสำคัญมาขอพบคุณครับ เขาอ้างว่าเป็นตัวแทนจาก 'สมาคมนักชิมอาหารระดับโลก' แต่... แต่ดูจากท่าทางแล้ว เขาไม่ได้มาเพื่อรีวิวอาหารหรอกครับเชฟ..." พนักงานเสิร์ฟกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดประโยคต่อมาที่ทำให้รวินท์ต้องชะงักกึกทันที "เขากำลังพาตำรวจชุดสืบสวนพิเศษบุกเข้ามาตรวจค้นร้านของเราแล้วครับ!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดร้อนแรงนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%