เสียงเบรกของรถสปอร์ตคันหรูที่จอดเทียบฟุตบาทหน้าเซฟเฮาส์ดังเอี๊ยดอาร์ด บ่งบอกถึงความร้อนรนของคนขับได้เป็นอย่างดี คริษฐ์ก้าวขาลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนสายตัด
เชฟหนุ่มผลักประตูร้านเปิดผางเข้าไป เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูกรุ๊งกริ๊งดังสนั่น ทว่าความเงียบงันที่ไร้เงาของมารดาตามที่กังวล กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินวนเวียนอยู่บริเวณมุมออฟฟิศหลังร้าน
คริษฐ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เขาเดินสาวเท้ายาวเข้าไปใกล้ ก่อนจะพบร่างโปร่งของรวินท์ยืนอยู่หน้าตู้เอกสารเหล็กสีทึบ บานตู้เปิดอ้าออก เผยให้เห็นแฟ้มเอกสารกระจัดกระจายระเกะระกะบนโต๊ะทำงาน นักสืบหนุ่มกำลังถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ในมือ ดวงตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรบนนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์โดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีผู้มาเยือนใหม่
"คุณเข้ามาทำบ้าอะไรในตู้เอกสารของผม!"
เสียงทุ้มต่ำที่ตวาดขึ้นกะทันหันทำให้รวินท์สะดุ้งเล็กน้อย แต่นักสืบหนุ่มก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจลนลานอย่างที่ควรจะเป็น เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปิดแฟ้มในมือลง แล้วหันมาสบตากับเจ้าของร้านด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงความหมายบางอย่าง
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของคุณหรอกนะคุณคริษฐ์... แต่บังเอิญว่าความอยากรู้อยากเห็นของผม มันดันนำพามาเจออะไรที่น่าสนใจเข้า" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าแฝงรังสีความตึงเครียดบางอย่างไว้อย่างแนบเนียน
คริษฐ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยความหงุดหงิด ร่างสูงใหญ่กักตัวนักสืบหนุ่มไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับแผงอกของตนเอง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมของอีกฝ่ายด้วยความโมโห "ผมเตือนคุณแล้วนะรวินท์ ว่าเรื่องในร้านนี้มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไมอยากรู้ไปเสียทุกเรื่อง เอาเอกสารนั้นคืนมาเดี๋ยวนี้!"
"แม่ของคุณไม่ได้อยู่ที่คอนโดผมสินะครับ" รวินท์สวนกลับทันควัน โดยไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันจากคนตรงหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เคมีคุกรุ่นบางอย่างพวยพุ่งขึ้นกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด "คุณแค่ใช้มุกตื้นๆ นั้น เพื่อล่อให้ผมรีบกลับมาที่นี่... เพราะกลัวว่าผมจะเจอ 'ไอ้นี่' ก่อนที่คุณจะเก็บกวาดมันให้เรียบร้อยใช่ไหมครับ"
คริษฐ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองแผ่นกระดาษในมือของรวินท์ ก่อนขากรรไกรแกร่งจะขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วครู่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำของคนทั้งคู่
"คุณรู้ตัวไหมว่าคุณกำลังเล่นกับไฟอยู่ รวินท์" คริษฐ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน "บางเรื่อง... รู้มากไปมันอาจจะไม่ได้ทำให้คุณดูเท่ขึ้นหรอกนะ แต่มันอาจจะทำให้คุณไม่มีลมหายใจมานั่งทำหน้ากวนประสาทผมแบบนี้อีก"
"ผมคือนักสืบเอกชนครับคุณคริษฐ์ หน้าที่ของผมคือการหาความจริง ไม่ใช่การกลัวหัวหดอยู่ใต้กระโปรงใคร" รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มุมปากหยักยิ้มเยาะเล็กน้อยอย่างท้าทาย "แล้วหลักฐานชิ้นนี้... บันทึกการโอนเงินจากบัญชีของร้านคุณ ไปยังบริษัทบังหน้าของแก๊งฟอกเงินเมื่อสามเดือนก่อน มันก็อธิบายชัดเจนแล้วว่า ทำไมเชฟมือหนึ่งอย่างคุณถึงต้องมาเปิดเซฟเฮาส์ลับๆ หลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งลงในฉับพลัน คริษฐ์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาไหววูบที่ปิดไม่มิด ร่างสูงผละถอยหลังออกห่างครึ่งก้าว ดวงตาคมมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป—ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความหวาดระแวงผสมกับความจนมุม
"คุณเข้าใจอะไรผิด..." คริษฐ์พยายามเค้นเสียงออกมา แม้จะดูแหบพร่าผิดปกติ "เรื่องนั้นมัน..."
"ผมยังไม่ได้บอกสักคำเลยนะครับ ว่าคุณคือคนร้ายตัวจริง" รวินท์ขัดขึ้นมาเสียก่อน น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงความเฉียบคม ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังเชฟหนุ่มที่กำลังตั้งกำแพงสูงลิ่ว "ผมแค่บอกว่า... ร้านของคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่ผมกำลังตามหาอยู่ และคุณเองก็คงกำลังปกป้องใครสักคนอยู่ด้วยเหมือนกัน"
คริษฐ์เม้มริมฝีปากแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันหลวมๆ เขารู้ดีว่าไม่อาจซ่อนเร้นสายตาที่อ่านคนทะลุปรุโปร่งของนักสืบคนนี้ได้เลย รวินท์ฉลาดเป็นกรด และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับความลับที่เขาแบกรับเอาไว้
"ถ้าคุณฉลาดอย่างที่ปากว่า ทำไมคุณถึงไม่ถอยออกไปซะล่ะ" คริษฐ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ น้ำเสียงกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง "เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่นักสืบกระจอกๆ อย่างคุณจะเอาตัวรอดไหว ถ้ายังไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ ก็คืนเอกสารนั้นมาแล้วเลิกยุ่งเรื่องของผมซะ!"
รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ท่าทีที่ไม่สะท้านสะเทือนต่อคำขู่ยิ่งทำให้คริษฐ์นึกอยากจะเข้าไปเขย่าตัวคนตรงหน้าให้หลุดความกวนประสาทนั้นนัก
"เสียใจด้วยนะครับคุณคริษฐ์... ลูกค้าของผมจ่ายเงินมาแพงเกินกว่าจะให้ผมเดินถอยหลังกลับไปมือเปล่า" รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้คริษฐ์อีกครั้ง จนระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันในระยะประชิดที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "อีกอย่าง... ผมเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบละทิ้งงานกลางคันเสียด้วยสิครับ"
คริษฐ์จ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความมั่นใจเกินร้อยนั้น หัวใจในอกเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโมโห หมั่นไส้ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ความท้าทายของรวินท์กำลังปั่นป่วนประสาทสัมผัสของเขาจนแทบคลั่ง เคมีที่ระอุขึ้นระหว่างคนทั้งสองร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเตาไฟในครัว
ก่อนที่คริษฐ์จะทันได้เอ่ยคำพูดโต้แย้งใดๆ ออกมาเพื่อเบรกความกล้าหาญบ้าบิ่นของคนตรงหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"คุณคริษฐ์ครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก "คนของพวกมัน... ตามมาเจอที่นี่แล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 10
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!