เสียงปิดประตูรถตู้สีดำสนิทที่ดังขึ้นจากด้านนอก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดภายในเซฟเฮาส์คลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังชัดเจนที่สุดว่า เวลาแห่งการซ่อนตัวได้หมดลงแล้ว
“คนของพวกมันตามมาเจอที่นี่แล้วครับ!” เสียงของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแจ้งข่าวด้านนอกยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่ทำให้คริษฐ์หงุดหงิดยิ่งกว่าการถูกตามล่า คือการที่แผนการทำอาหารเพื่อพิสูจน์ฝีมือในโปรเจกต์สำคัญต้องสะดุดลงกลางคัน
เชฟหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่น เขาไม่ได้กลัวพวกมันที่ตามมา แต่เขากลัวว่า "สเต๊กเนื้อซี่โครงดรายอิจ" ที่หมักด้วยไวน์แดงสูตรเฉพาะจะเสียรสชาติเพราะความวุ่นวายภายนอกต่างหาก
“ช่างหัวพวกมัน” คริษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังต้องสะดุ้ง เขาสลัดมีดทำครัวในมือเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ “รวินท์... เลิกทำหน้าเป็นปลาทูตายได้แล้ว หยิบกระทะเหล็กหล่อใบนั้นมาส่งให้ผม เดี๋ยวนี้”
รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นเฉคมองสำรวจใบหน้าของเชฟตัวแสบที่ยังคงหงุดหงิดเรื่องวัตถุดิบมากกว่าความปลอดภัยของตัวเอง นักสืบหนุ่มพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ ด้วยความระอาปนขัน เขาขยับตัวเข้าประชิดแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวยื่นไปหยิบกระทะเหล็กหล่อตามสั่ง แต่จงใจปลายนิ้วให้เฉียดผ่านหลังมืออีกฝ่ายอย่างจงใจ
“คุณนี่มัน... เส้นประสาททำด้วยอะไรครับ คนเขากำลังจะบุกเข้ามาพังบ้านอยู่รอมร่อ ยังมีอารมณ์มาห่วงไฟในเตาอีกเหรอครับ คุณเชฟ” รวินท์กระซิบชิดใบหูอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความเย้าแหย่ที่จงใจกวนประสาท
คริษฐ์ชะงักไปนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของนักสืบหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ปลายจมูกของเขารับรู้ถึงสัมผัสใกล้ชิดที่อันตรายเกินความจำเป็น หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งแต่เจ้าตัวรีบซ่อนมันไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยัน
“ถ้าไม่อยากให้กระทะใบนี้ไปฟาดหัวพวกมันข้างนอก ก็หุบปากแล้วทำหน้าที่ ‘มือขวา’ ของคุณให้ดีครับ รวินท์” คริษฐ์หันขวับกลับมาประจันหน้า ระยะห่างระหว่างจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเกิดประกายไฟเงียบๆ ในอากาศ “ถ้าวันนี้เนื้อชิ้นนี้สุกเกินไปแม้แต่วินาทีเดียว คุณนั่นแหละที่จะต้องรับผิดชอบ”
“หึ มือขวาเหรอครับ?” รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น “ผมเป็นนักสืบนะครับ ไม่ใช่ลูกมือในครัว แต่เอาเถอะ... ในเมื่อคุณอยากให้ผมช่วยขัดขาพวกมันนัก ผมจัดให้ก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าผมทำซอสของคุณพังคาเตา คุณต้องเป็นคนรับหน้ากับไอ้พวกนอกกฎหมายข้างนอกนั่นเอง”
ความกดดันภายนอกประเดประดังเข้ามาพร้อมกับเสียงทุบประตูด้านหน้า แต่ภายในห้องครัวแคบๆ แห่งนี้ กลับมีสงครามขนาดย่อมที่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิใต้เตาแก๊ส
“เริ่มนับถอยหลังได้ คุณรวินท์” คริษฐ์สั่งเสียงเข้ม ดวงตาพราวระยับด้วยความท้าทาย “เตรียมสับกระเทียมและโรยเกลือหิมาลายันให้ตรงเวลา ถ้ามือคุณสั่นแม้แต่นิดเดียว... เราตายคู่แน่”
รวินท์ไม่ตอบ แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย มือเรียวที่เคยจับปืนและกุมหลักฐานคดีฆาตกรรม บัดนี้กลับหยิบจับตะหลิวและวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่วไม่แพ้เชฟมืออาชีพ เคมีระหว่างความเยือกเย็นของนักสืบหนุ่มและความร้อนรุ่มของเชฟตัวแสบหลอมรวมกันเป็นพลังงานประหลาดที่ทำให้บรรยากาศน่าติดตามจนละสายตาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยกระเทียมที่ละลายกระทบกับเนื้อชิ้นหนาลอยฟุ้งไปทั่วห้อง กลบเกลื่อนความตึงเครียดของสถานการณ์ภายนอกได้ชะงัก รวินท์ทำหน้าที่ส่งเครื่องปรุงให้อย่างรู้ใจ แม้ปากจะยังคงต่อปากต่อคำไม่เลิก แต่สายตาที่คอยเหลือบมองอีกฝ่ายกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมชะตากรรม
“เก่งนี่ครับ สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าครัว” คริษฐ์เอ่ยชมเบาๆ ขณะที่มือยังคงบรรจงตักน้ำมันราดลงบนเนื้อเพื่อรักษาความฉ่ำ
“ผมเก่งหลายอย่างครับคุณคริษฐ์... โดยเฉพาะเรื่องการเอาชนะคนปากแข็งอย่างคุณ” รวินท์ตอบกลับทันควัน พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันอีกครั้ง ดวงตาทั้งคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางเสียงทุบประตูกระจกด้านหน้าที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนบานกระจกสั่นสะเทือน
ทว่า ในวินาทีที่คริษฐ์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามา ฝุ่นผงปูนร่วงกราวลงบนพื้นครัว พร้อมกับบานประตูไม้ด้านหน้าที่ถูกถีบพังโครมลงมาอย่างรุนแรง
ร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิท พร้อมอาวุธปืนครบมือ ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว รวินท์ไวกว่าแสง มือหนาคว้าข้อมือของคริษฐ์ให้หลบฉากไปด้านหลังเคาน์เตอร์ทันing พร้อมกับชักอาวุธประจำกายออกมาเตรียมพร้อม แต่วินาทีที่เงาร่างของหัวหน้ากลุ่มผู้บุกรุกก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาภายใต้แสงไฟสัวมัว รวินท์กลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด... เพราะบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คนของแก๊งคู่คู่อริที่เขาตามล่า แต่เป็น ‘ผู้มีอำนาจระดับสูง’ ที่เขาไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในสถานที่แบบนี้ด้วยตัวเอง!
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างความฟินและการปะทะคารมสุดเดือดในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 11
การแข่งขันทำอาหาร
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!