"เก็บปืนของคุณลงซะ รวินท์... ก่อนที่ความโง่เขลาจะทำให้คุณไม่มีแม้แต่โอกาสได้แก้ตัว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความตึงเครียดในห้องครัวมืดสลัวลงได้ในเสี้ยววินาที รวินท์ชะงักค้าง ปลายนิ้วที่เหนี่ยวไกปืนในมือสั่นไวน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสมองกำลังประมวลผลไม่ทันกับภาพเบื้องหน้า บุคคลที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาคือท่านอธิบดีกรมพิเศษ ผู้มีอิทธิฤทธิ์ล้นมือใน10กรมกองใหญ่ และเป็นนายจ้างลับที่คอยส่งมอบแฟ้มคดีอันตรายให้เขาในยามวิกาล
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของนักสืบหนุ่มกระตุกวูบ ไม่ใช่การปรากฏตัวของเจ้านายใหญ่... หากแต่เป็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของคนคนนั้น ต่างหาก
"ท่าน... มาทำอะไรที่นี่ครับ" รวินท์ลดปืนลงช้าๆ แต่ยังคงยืนบังร่างของคริษฐ์ไว้มิดชิด สัญชาตญาณนักสืบกรีดร้องเตือนภัยว่าสถานการณ์นี้มีความซับซ้อนเกินกว่าที่ตาเห็น
"ฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมจับผิดพวกเธอหรอกน่า" ท่านอธิบดีกวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหาร ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างโปร่งของคริษฐ์ซึ่งโผล่พ้นไหล่กว้างของรวินท์ออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"ถ้าจะมาตรวจงาน ก็น่าจะแจ้งล่วงหน้านะครับ ท่านอธิบดี ที่นี่ไม่ใช่สนามฝึกยิงปืน และพวกเราก็กำลังรีบเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบตัดสิน" คริษฐ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอย่างไม่เกรงกลัวบารมีของผู้มาใหม่แม้แต่น้อย ความถือดีและปากจัดของเชฟหนุ่มไม่เคยลดราวาศอกให้ใคร แม้กระทั่งกับบุคคลระดับประเทศ
รวินท์แอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ในใจ มือหนาเอื้อมไปดึงข้อมือของคนปากเก่งไว้เบาๆ เป็นเชิงปรามให้หยุดต่อปากต่อคำกับคนที่ถืออำนาจชี้เป็นชี้ตายพวกเขาได้ทุกเมื่อ แต่สัมผัสจากผิวเนื้ออุ่นจัดของคริษฐ์กลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบแล่นริ้วขึ้นมาตามฝ่ามือ จนรวินท์ต้องรีบคลายมือออกราวกับโดนไฟลวก
อุณหภูมิในห้องแล็บอาหารไม่ได้ลดลงเลย... ตรงกันข้าม มันกลับพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความลับ
"ใจเย็นน่า เชฟคริษฐ์... ผมไม่ได้มาพังครัวของคุณหรอก" ท่านอธิบดีหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อสูท วางลงบนเคาน์เตอร์สแตนเลสขัดเงา "ที่ผมมาวันนี้ เพราะข้อมูลวงในบอกว่า คดีที่รวินท์กำลังตามสืบอยู่นั้น มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนที่กำลังจะเข้ามาซื้อกิจการร้านอาหารของคุณในสัปดาห์หน้า"
คำพูดนั้นทำให้รวินท์และคริษฐ์หันมาสบตากันโดยอัตโนมัติ
ความตึงเครียดจากผู้มาเยือนมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนสงสัย รวินท์หรี่ตามองเจ้านายตัวเองอย่างไม่ไว้วางใจ "หมายความว่ายังไงครับท่าน"
"หมายความว่า การแข่งขันทำอาหารครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของศักดิ์ศรีหรือถ้วยรางวัล... แต่มันคือเดิมพันว่าใครจะได้ครอบครองที่ดินผืนนี้ และใครที่จะต้องหายสาบสูญไปตลอดกาล" อธิบดีหนุ่มใหญ่เอ่ยเสียงเครียด ดวงตาคมปลาบกวาดมองทั้งคู่สลับกัน "พวกคุณมีเวลาอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงในการซ้อมมือ และมีเวลาแค่นั้นจริงๆ ที่จะกระชากหน้ากากคนบงการก่อนที่มันจะลงมือเก็บพวกคุณ"
พูดจบ ร่างในชุดสูทเนียบก็หันหลังเดินกลับออกไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ความเงียบงันและกลิ่นอายความกดดันเกาะกุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง
ประตูปิดลงแล้ว แต่ความร้อนระอุในอกของคนทั้งสองยังคงพลุ่งพล่าน รวินท์หันกลับมามองเชฟหนุ่มที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววทินงตน ตอนนี้กลับไหวระริกด้วยความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความแข็งกระด้าง
"คุณ... ได้ยินที่เขาพูดใช่ไหม" คริษฐ์พึมพำเบาๆ เสียงสั่นน้อยๆ อย่างที่รวินท์ไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ได้ยินครับ" รวินท์ตอบเสียงนุ่ม เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างบางโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ความสูงของนักสืบหนุ่มทำให้เขาต้องก้มมองลงมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่เงยขึ้นมองเขาพอดี "กลัวเหรอครับ เชฟปากจัด"
คริษฐ์เม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาก่อนจะลืมขึ้นด้วยความดื้อรั้นตามนิสัย "ใครกลัวกัน! แค่รู้สึกว่า... ครัวของผมมันกำลังจะพังเพราะพวกบ้าอำนาจต่างหากเล่า!"
รวินท์หลุดยิ้มบางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนจนคริษฐ์เผลอกลั้นหายใจ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของอีกฝ่ายอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจของเชฟหนุ่มกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล
"ไม่ต้องกลัวหรอกครับ..." รินทร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "ต่อให้คนทั้งโลกจะพังครัวนี้ลง แต่ผมสัญญาว่า... ผมจะปกป้องทั้งสูตรอาหาร และตัวเจ้าของร้านคนนี้ด้วยชีวิตของผมเอง"
เคมีที่อัดแน่นด้วยความดุดันและอ่อนโยนปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ คริษฐ์เงยหน้าขึ้นมองคนพูด แววตาคมกริบของรวินท์ในยามนี้ไม่มีมาดขรึมหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความคลั่งไคล้ที่พยายามอดกลั้นมานาน ปลายนิ้วเรียวของคริษฐ์เผลอยกขึ้นแตะลงบนปกเสื้อของนักสืบหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเข้าหากันจนแทบจะหลอมละลายรวมเป็นเนื้อเดียว
บรรยากาศหวานปนอันตรายกำลังดึงดูดพวกเขาราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล รวินท์โน้มใบหน้าลงช้าๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*แกร๊ก!*
เสียงลูกบิดประตูด้านหลังห้องเก็บวัตถุดิบถูกบิดเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของลูกมือในร้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนลั่น "เชฟครับ! วัตถุดิบหลักสำหรับรอบพรุ่งนี้... ถูกขโมยเกลี้ยงตู้แช่แล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านของพวกเขานะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 12
จังหวะหัวใจในห้องแล็บอาหาร
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!