"ถ้าไม่อยากให้แผนพังคามือคุณกับผมตอนนี้... ก็ช่วยหุบปากแล้วก้าวเข้ามาข้างในซะ รวินท์"
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูนั้นเต็มไปด้วยความกดดัน แต่น้ำเสียงราบเรียบและเย็นเยียบกลับทำให้เส้นขนทั่วร่างของนักสืบหนุ่มลุกชันขึ้นพร้อมกัน รวินท์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา ดวงตาคมกริบหันขวับกลับไปจ้องมองเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนบังเงาทึบอยู่ตรงมุมอับสายตาของห้องครัว
คริษฐ์ในยามนี้ไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาเหมือนทุกครั้ง เชิ้ตสีดำสนิทที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่ง บ่งบอกถึงความตึงเครียดที่เจ้าตัวกำลังเผชิญอยู่ไม่ต่างจากเขา ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มเยาะกวนประสาทเช่นเคย มีเพียงแววตาจริงจังแกแกมเตือนสติที่ส่งตรงมา
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น ปรายตาไปยังประตูทางออกด้านหลังร้านที่ถูกลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเชฟหนุ่มตัวแสบที่เพิ่งลากเขาเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวอย่างไร้ความปรานี
"คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ คริษฐ์" รวินท์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามควบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก "ผมกำลังแกะรอยเอกสารสำคัญชิ้นนั้นอยู่แล้วเชียว และคุณก็ดันโผล่มาตัดหน้าขัดจังหวะผมแบบนี้... รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณเพิ่งทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดไป"
"หลักฐานเหรอ?" คริษฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช "คุณต่างหากที่กำลังเดินเข้าสู่กับดักของพวกมันอย่างโง่เขลา เอกสารที่คุณว่านั่นน่ะ ป่านนี้คงเหลือแค่ขี้เถ้าไปแล้วล่ะครับคุณนักสืบผู้ปราดเปรื่อง"
คำพูดนั้นทำให้รวินท์ชะงัก ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน เมื่อกวาดสายตามองสำรวจท่าทีของอีกฝ่ายให้ดี คริษฐ์ไม่ได้ตื่นตระหนก... เขาดูเหมือนคนที่รู้แผนการทั้งหมดอยู่ก่อนแล้วต่างหาก
"คุณหมายความว่ายังไง" รวินท์ถามเสียงเครียด ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเครื่องเทศและกาแฟคั่วบดจางๆ จากตัวเชฟหนุ่ม มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยแต่น่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
คริษฐ์ไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดยิ่งกว่าเดิม ดวงตาสคมกริบก้มมองลงมาสบตากับรวินท์ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนเงาร่างของเขาไว้อย่างชัดเจน
"หมายความว่า ถ้าคุณยังดึงดันจะหาหลักฐานด้วยวิธีบุ่มบ่ามแบบนี้ คนที่จะไม่ได้เดินออกจากเซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ใช่แค่ผม... แต่จะเป็นคุณต่างหาก" คริษฐ์กระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วิสาสะจนรวินท์ต้องผะยองถอยหลังไปครึ่งก้าว
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเคมีบางอย่างที่กำลังปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน รวินท์เกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะให้กับคำเตือนและสัมผัสใกล้ชิดของคนที่เขาควรจะมองว่าเป็น 'คู่กรณี' มากกว่าพันธมิตร
"ผมไม่เคยกลัวความเสี่ยง" รวินท์เชิดหน้าขึ้น เลี่ยงสายตาคมคายคู่นั้นไปมองลาดเลาอื่นเพื่อตั้งสติ "และผมก็ไม่จำเป็นต้องรับคำเตือนจากเชฟที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งด้วย"
"ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" คริษฐ์ยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ชวนให้หมั่นไส้เหมือนเคย แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่รวินท์ไม่อาจคาดเดา "ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนักและไม่ง้อใคร งั้นก็ลองตอบผมมาสิครับ... ว่าทำไมเอกสารในเซฟถึงหายไปตั้งแต่ก่อนที่คุณจะก้าวเท้าเข้ามาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ"
ประโยคนั้นทำให้รวินท์ชะงักงัน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัว ตู้เซฟที่ถูกเปิดไว้แล้ว ร่องรอยการงัดแงะที่สะอาดเกินไป และ... กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศตอนที่เขาเปิดประตูเข้าไป
"มีคนอื่นมาก่อนผม..." รวินท์พึมพำออกมา สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นทันที
"ฉลาดขึ้นมาหน่อยแล้วนี่ครับ" คริษฐ์ถอนหายใจยาว พลางคว้าข้อมือของรวินท์ไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามเข้าไปหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสขนาดยักษ์ "เพราะฉะนั้น ตอนนี้... เงียบ ปิดปาก แล้วฟังสิ่งที่ผมจะบอกถ้ายังอยากรอดออกไปทำคดีนี้ต่อ"
รวินท์อยากจะสะบัดมือออกและต่อปากต่อคำให้รู้แล้วรู้รอด แต่ยามนี้เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากทางด้านหน้าของร้านทำให้เขาต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ ร่างสูงใหญ่แนบชิดติดกับแผ่นหลังของคริษฐ์โดยปริยายในพื้นที่แคบๆ สัมผัสจากความอบอุ่นของอีกฝ่ายส่งผ่านเนื้อผ้ามาจนรู้สึกได้ หัวใจที่เต้นระรัวไม่ได้มาจากความกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่ากระสุนปืน
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูกระจกหน้าร้าน ตามมาด้วยเสียงเคาะกระจกสามครั้งเป็นจังหวะ และเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้
คริษฐ์ก้มลงกระซิบชิดใบหูของรวินท์จนคนฟังสะấuทานวาบไปทั้งร่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนสติแทบกระเจิง
"เตรียมตัวให้ดีนะครับ... เพราะแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนแรกกำลังจะเข้ามาทักทายเราแล้ว"
ดวงตาคมของรวินท์เบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาร่างทะมึนทอดผ่านกระจกเข้ามา พร้อมกับเสียงกระจกถูกทุบแตกละเอียดดังโพล๊ะ ท่ามกลางความมืดมิดของร้านอาหารที่ปิดไฟสนิท ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทก็โผล่พ้นกรอบประตูเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบของบุคคลลึกลับที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับตัวละครในทุกๆ ตอนนะครับ
"ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 6
คำเตือนจากเงา
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!