เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 7

อาหารมื้อเที่ยงที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณกล้าเขี่ยผักชีฝรั่งทิ้งออกจากจานอีกรอบเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจประกาศสงครามกับเชฟ และมื้อนี้คุณต้องล้างจานทั้งหมดเองสามวันติด... เข้าใจไหมครับ คุณนักสืบ" เสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดระคนรำคาญใจดังขึ้น เหนือเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสสตีลขัดเงาวับ คริษฐ์ยืนกอดอกด้วยใบหน้าบึ้งตึง ผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทรัดรูปแนบไปกับแผงอกกว้างและช่วงไหล่หนาที่ขยับไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างแรง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มจ้องเขม็งมายังร่างโปร่งของรวินท์ ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงด้วยสีหน้าเรียบเฉยราieกับรูปปั้นหินอ่อน รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายลิ้วดุนกระพุ้งแก้มขณะปรายตามองจานอาหารหน้าตาประณีตตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรนานาชนิดและเครื่องเทศคั่วสดโชยเตะจมูก ปลุกกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาตั้งแต่เช้าให้ส่งเสียงประท้วงเบาๆ แต่นักสืบหนุ่มก็ยังคงไว้ซึ่งฟอร์มอันเยือกเย็น "ผมไม่ได้เกลียดผักชีฝรั่งครับคุณคริษฐ์ แต่ผมแค่คิดว่ากลิ่นของมันฉุนเกินไปสำหรับการทานคู่กับเนื้อเป็ดรมควันรสละมุนแบบนี้... คุณในฐานะเชฟมืออาชีพ น่าจะเข้าใจเรื่องสมดุลของรสชาติติดลิ้นมากกว่านี้นะครับ" รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่จงใจยั่วโมโหอีกฝ่าย "นี่คุณ!" คริษฐ์กัดฟันกรอด สันกรามคมชัดนูนขึ้นตามแรงขบกราม เชฟหนุ่มก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ มือหนาวางทับลงบนพื้นผิวสแตนเลสแล้วโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ "นี่คือสูตรลับเฉพาะที่ผ่านการคำนวณสัดส่วนมาแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีที่ว่างสำหรับความเรื่องมากและรสนิยมพิลึกๆ ของคนที่ไม่รู้เรื่องอาหารอย่างคุณหรอกนะ ถ้าไม่อยากกินก็เชิญไสหัวกลับออกไปจากเซฟเฮาส์ของผมซะ!" รวินท์ไม่แม้แต่จะหลบสายตา ร่างโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเป็นเส้นตรงบางเบาที่ชวนให้หัวใจคนมองกระตุกวูบ "ไล่ผมออกจากที่นี่ ทั้งๆ ที่คุณเป็นคนบังคับให้ผมต้องมานั่งรอคอยอาหารฝีมือคุณเองเนี่ยนะ... แปลกคนดีนะครับ" รวินท์เอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ "ไหนว่าทำด้วยความเต็มใจจะชดเชยเรื่องเมื่อวานไงครับ หรือความจริงแล้วคุณแค่หาข้ออ้างมาโชว์พาวเวอร์ในอาณาจักรครัวของคุณกันแน่" คำพูดนั้นแทงใจดำเชฟหนุ่มเข้าอย่างจัง คริษฐ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเคืองโกรธ ประหม่า และ... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด เมื่อวานนี้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นจนทำให้เซฟเฮาส์ลับแห่งนี้เกือบแตกเป็นเสี่ยงๆ และเพื่อเป็นการไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง (รวมถึงคำสั่งเด็ดขาดจากเบื้องบน) ทำให้เชฟผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขาต้องจำใจหยิบจับวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงอาหารมื้อเที่ยงให้ไอ้นักสืบปากร้ายกินเป็นครั้งแรกในชีวิต และให้ตายเถอะ... แค่เห็นสายตาคมกริบที่กำลังพิจารณารสชาติอาหารของเขา หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นผิดจังหวะเสียอย่างนั้น "กินเข้าไปซะ แล้วหุบปากอันน่ารำคาญนั่นเสียที" คริษฐ์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ที่ข้างแก้ม มือหนาคว้าช้อนเงินมาวางกระแทกเบาๆ ลงข้างจาน "ถ้าไม่อร่อยจริงอย่างที่คุณโม้ไว้เมื่อกี้ ผมจะยอมให้คุณสั่งสอนเรื่องการทำอาหารสามวันเต็มๆ เลยเอ้า" รวินท์มองท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยความดุดันนั้นแล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ มือเรียวยกช้อนขึ้นตักเนื้อเป็ดชิ้นพอดีคำพร้อมซอสเกรวี่สีเข้มข้นเข้าปาก ชั่ววินาทีนั้น รสชาติอันซับซ้อนและกลมกล่อมก็ระเบิดขึ้นบนต่อมรับรส ความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อเป็ดผสานกับความหวานเค็มที่เคี่ยวจนได้ที่ และกลิ่นอายควันไม้จางๆ ทำให้รวินท์ถึงกับนิ่งงันไปโดยไม่รู้ตัว อร่อย... อร่อยจนน่าหงุดหงิด คริษฐ์สังเกตปฏิกิริยานั้นทุกกระเบียดนิ้ว เชฟหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามด้วยความคาดหวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งทะนง "เป็นไง..." คริษฐ์เอ่ยเสียงแหบพร่าโดยไม่รู้ตัว "รสชาติใช้ได้ไหม หรือต้องให้ผมเอาไปทิ้งถังขยะแล้วทำใหม่" รวินท์วางช้อนลงอย่างช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเชฟหนุ่มตรงๆ แววตาคู่คมของนักสืบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังนั้นอย่างลึกซึ้ง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน "ฝีมือใช้ได้..." รวินท์เว้นจังหวะไปนิด ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงดึงดูดประหลาด ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้คริษฐ์อีกนิดจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "แต่อร่อยน้อยกว่าตัวคนทำ... นิดหน่อยนะครับ" คริษฐ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ความซ่าและคารมคมคายของนักสืบหนุ่มมักจะทำให้เขาเสียกระบวนท่าได้เสมอในเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุด เชฟหนุ่มกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนเพื่อกู้หน้า ทว่ายังไม่ทันที่เสียงทุ้มจะได้หลุดรอดจากริมฝีปาก เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันเร่าร้อนนั้นเสียก่อน... ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ไม่ใช่เสียงกริ่งธรรมดา แต่เป็นรหัสสัญญาณเตือนภัยระดับสองที่ตั้งไว้สำหรับบุคคลภายนอกที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม! คริษฐ์และรวินท์สบตากันโดยอัตโนมัติ ประกายตากรุ้มกริบและเคมีร้อนแรงเมื่อครู่หายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ตื่นตัวเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มขยับตัวบังหน้าเคาน์เตอร์ทันที ขณะที่มือเรียวของนักสืบหนุ่มเลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกซ่อนใต้สูทอย่างแนบเนียน บนจอภาพวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่มุมห้อง ปรากฏภาพร่างของชายแปลกหน้าสวมหมวกแก๊ปสีดำก้มหน้าต่ำ กำลังยืนเคาะกระจกประตูหน้าด้วยจังหวะประหลาด พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ถูกส่งตรงมายังหน้าจอแท็บเล็ตของรวินท์... *[เกมจบแล้ว... ดันเจี้ยนมาสเตอร์]* -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%