เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 14

รวินท์ออกโรง

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากห้องควบคุมกลางของกองประกวดสาดกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้กำลังบดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน คริษฐ์ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือข้างหนึ่งกำสมุดบันทึกสูตรอาหารจนยับยู่ยี่ ขณะที่ดวงตาสีเข้มคมปลาบจ้องเขม็งไปยังร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเรียบร้อยผู้ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ที่มุมห้อง "คุณกล้ามากนะที่กล้าเข้ามาเล่นตื้นๆ แบบนี้ในเขตหวงห้าม" คริษฐ์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล "คิดว่าสลับกล่องอาหารรอบตัดสินแล้วผมจะจนมุมงั้นเหรอ?" ผู้บุกรุกหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ เขายักไหล่ช้าๆ สายตากวาดมองไปทั่วครัวชั่วคราวที่ถูกเนรมิตขึ้นมาเป็นเซฟเฮาส์เฉพาะกิจ "โลกของเชฟมันก็แค่นี้แหละครับคุณคริษฐ์... มีแต่สูตรอาหาร กับอีโก้พังๆ ที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น แต่ความจริงแล้ว... คุณมันก็แค่กบในกะลาที่รอวันถูกเขี่ยทิ้ง" "ปากดีไม่เบานี่" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเข้าห้องควบคุม รวินท์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ชายหนุ่มถอดถุงมือหนังสีดำออกทีละข้างอย่างใจเย็น แววตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นส่วนของมนุษย์คนหนึ่งบนโต๊ะประมูล คริษฐ์เหลือบมองรวินท์เล็กน้อย ความหงุดหงิดในตอนแรกเริ่มเจือจางลงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ—ความอุ่นใจที่ได้เห็นแผ่นหลังกว้างนี้ก้าวเข้ามาในเวลาที่วิกฤตที่สุด "คุณเป็นใคร? นี่มันเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับเชฟคริษฐ์ อย่ามาสอด..." ผู้บุกรุกหันขวับมาทางรวินท์ แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค นักสืบหนุ่มก็ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกระดาษ "นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Patek Philippe รุ่นหายาก รอยเปื้อนคราบน้ำมันมะกอกเกรดพรีเมียมที่ขอบปกเสื้อด้านใน และกลิ่นอายของซอสทรัฟเฟิลราคาแพงที่ติดอยู่ปลายจมูก..." รวินท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวชายแปลกหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง "คนธรรมดาที่ไหนเขาจะเข้ามาเดินป้วนเปี้ยนในห้องควบคุมกลางตอนตีสอง พร้อมกับถุงมือยางที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านซ้ายแบบนั้นกันล่ะครับ?" สีหน้าของชายผู้บุกรุกเปลี่ยนสีไปในทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แม้พยายามจะรักษาฟอร์มด้วยการกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่รวินท์ที่ผ่านคดีมาโชกโชนย่อมมองเห็นความลนลานนั้นทะลุปรุโปรด "คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ..." "ไม่เข้าใจ หรือว่าเรียบเรียงคำแก้ตัวไม่ทันกันแน่ครับ" รวินท์หยุดยืนห่างจากอีกฝ่ายเพียงแค่ก้าวเดียว ส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งสองสบตากันตรงๆ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนคริษฐ์ที่ยืนมองอยู่ยังต้องกลั้นหายใจ "ป้ายชื่อผู้ช่วยเชฟจากทีมคู่แข่งที่ร่วงอยู่ใต้โต๊ะตัวนั้น... เป็นของเพื่อนร่วมงานคุณใช่ไหมล่ะครับ? หรือจะให้ผมหยิบโทรศัพท์มือถือของคุณขึ้นมาเปิดดูข้อความแชทที่สั่งการให้คุณเข้ามาสลับกล่องอาหารตอนนี้เลยดี?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะขับเน้นความตึงเครียดให้พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ผู้บุกรุกกัดริมฝีปากแน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผม ความมั่นใจเมื่อครู่วันนี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดระแวงที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตา "คุณ... คุณเป็นใครกันแน่?" น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด รวินท์ไม่ตอบคำถามนั้น เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้คู่สนทนารู้สึกเหมือนตกลงไปในเหวลึก "ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอกครับ... สำคัญที่ว่า ตอนนี้คุณมีทางเลือกอยู่แค่สองทาง... หนึ่งคือสารภาพออกมาว่าใครเป็นคนบงการ แล้วเดินออกไปจากที่นี่อย่างเงียบๆ หรือสอง... ให้ผมส่งหลักทั้งหมดนี้ให้ตำรวจกองปราบ พร้อมกับแฉชื่อบริษัทของคุณลงในสื่อโซเชียลทุกแพลตฟอร์ม... เลือกเอาครับ ว่าอยากจบสวยหรืออยากพินาศ" คริษฐ์ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ทั้งแปลกใจ และ... หัวใจที่เต้นผิดจังหวะอย่างไม่ทราบสาเหตุ รอยยิ้มมุมปากของรวินท์เมื่อครู่มันช่าง... อันตราย แต่ก็ชวนให้หลงใหลเสียจนเขาละสายตาไม่ได้ ผู้บุกรุกตัวสั่นเทา มือที่กำหมัดแน่นค่อยๆ คลายออก ความดื้อรั้นถูกทำลายลงราบคาบด้วยหลักฐานและจิตวิทยาขั้นสูงของนักสืบหนุ่ม "ผม... ผมจะบอก... ทุกอย่าง..." ทว่า ในวินาทีที่ชายคนนั้นกำลังจะอ้าปากเอ่ยนามของผู้บุกรุกตัวจริง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องควบคุมดังปัง! ประตูเหล็กบานหนาถูกผลักกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้าของคนมาใหม่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที "ไม่ต้องเสียเวลาเค้นถามเขาหرضครับคุณนักสืบ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ารวินท์และคริษฐ์ "เพราะต่อให้พวกคุณรู้ชื่อผมไป... มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว... ในเมื่ออาหารทุกจานในรอบตัดสินพรุ่งนี้ ถูกทำลายทิ้งไปหมดแล้วจริงๆ"
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%