เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง•ตอนที่ 15

กำแพงที่เริ่มทลาย

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ความเงียบงันในห้องครัวกว้างช่วงเที่ยงคืนหนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะกระชั้นชิด คำพูดของชายปริศนาที่ยืนพิงกรอบประตูกล้องวงจรปิดยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท อาหารในรอบตัดสินพรุ่งนี้ถูกทำลายทิ้งไปหมดแล้ว—ประโยคสั้นๆ ที่มีอานุภาพทำลายล้างความเหนื่อยยากตลอดสัปดาห์ของคริษฐ์ให้พังครืนลงในพริบตา รวินท์ขยับตัวเข้าขวางหน้าเชฟหนุ่มตามสัญชาตญาณนักสืบ สายตาคมกริบกวาดสำรวจบุรุษแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีดำฮู้ดคลุมศีรษะ รอยเปื้อนสีขาวคล้ายแป้งสาลีที่มุมกระเป๋าเสื้อ และรองเท้าผ้าใบที่มีคราบน้ำมันเครื่องจางๆ รายละเอียดพวกนี้ไม่รอดพ้นสายตาของเขา "คุณเป็นใคร มีสิทธิอะไรมาทำลายวัตถุดิบทั้งหมด" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดพอจะกดดันให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหבריบและน่ารังเกียจ "สิทธิเหรอครับคุณนักสืบ... ในฐานะที่ผมเป็นคนคิดค้นสูตรพวกนั้นขึ้นมาไงล่ะ ก่อนที่เชฟเทวดานี่จะขโมยมันไปเป็นของตัวเอง" คริษฐ์ที่ยืนเงียบมาตลอดพุ่งพรวดผ่านรวินท์ออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากคันศร มือเรียวสวยที่ปกติมักจะหยิบจับอุปกรณ์ครัวด้วยความนุ่มนวล ตอนนี้กลับกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด "แกพูดว่าอะไรนะ ไอรอน!" คริษฐ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสั่นระริกด้วยเพลิงโทสะ "ฉันขโมยเหรอ? สูตรซุปทรัฟเฟิลขาวกับซี่โครงย่างนั่น ฉันใช้เวลาสามเดือนเต็มในการทดลองสัดส่วนและอุณหภูมิ แกต่างหากที่แอบเอาสูตรที่ยังไม่สมบูรณ์ของฉันไปขายให้กรรมการรอบคัดเลือกก่อน!" รวินท์เอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของคริษฐ์ไว้โดยไม่รู้ตัว แรงปะทะจากอารมณ์ของเชฟหนุ่มรุนแรงเสียจนเขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง ความรู้สึกบางอย่างไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของนักสืบหนุ่ม... มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความเจ็บปวดของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจ "ใจเย็นก่อนครับคริษฐ์" รวินท์กระซิบเตือนสติ เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลอย่างประหลาดในสถานการณ์คับขัน คริษฐ์หันมามองหน้าเขาสั้นๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นไหววับ ฉายแววเปราะบางที่เจ้าตัวไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เชฟหนุ่มจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจด้วยท่าทีดุดันเช่นเดิม "เย็นเหรอครับคุณรวินท์!" คริษฐ์หันมาแหวใส่เขาอย่างลืมตัว "คุณไม่เข้าใจหรอว่าห้องครัวนี้คือชีวิตของผม! อาหารพวกนั้นไม่ใช่แค่เมนูแข่งขัน แต่มันคือศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ผมทุ่มเทพิสูจน์ให้คนอย่างมันเห็นว่าผมไม่ได้เกาะบุญเก่าใคร!" "ผมเข้าใจครับ" รวินท์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังพอที่จะทำให้เชฟปากร้ายชะงักไป "แต่การที่คุณพุ่งเข้าไปชกหน้าเขาตอนนี้ จะทำให้เราไม่ได้อะไรเลยนอกจากคดีทำ Theft และ Assault ที่จะทำให้คุณอดลงแข่งพรุ่งนี้อย่างถาวร... นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ เหรอครับ?" คำพูดเตือนสติของรวินท์ราวกับน้ำเย็นจัดสาดเข้าที่หน้าของคริษฐ์ เชฟหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแรงเพื่อควบคุมอารมณ์เดือดดาลให้กลับมาอยู่ใต้การควบคุม เขากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่ทัน สายตาคมปลาบจ้องมองไอ้คนที่ยืนยันรอยยิ้มเยาะเย้ยอยู่ตรงหน้า "เก่งมากครับเชฟคริษฐ์..." ไอรอนยักไหล่กวนประสาท "ฉลาดขึ้นนี่... แต่ก็นะ ถึงคุณจะหัวไม่ร้อน แต่พรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้า... คุณจะเอาอะไรไปเสิร์ฟกรรมการล่ะครับ ในเมื่อครัวถูกรื้อพังยับเยิน และวัตถุดิบเกรดเอทั้งหมดถูกเทรวมกันจนเน่าเสียไปหมดแล้ว" พูดจบ เจ้าตัวก็หันหลังเดินสาวเท้าก้าวออกทางประตูด้านหลังเซฟเฮาส์อย่างรวดเร็ว โดยทิ้งความมืดมนและกลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อสัตว์ที่ถูกทำลายทิ้งไว้เบื้องหลัง ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง รวินท์ปล่อยมือออกจากแขนของคริษฐ์ช้าๆ แต่ความอบอุ่นจากสัมผัสนั้นยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ คริษฐ์ทรุดตัวลงพิงเคาน์เตอร์สแตนเลสเย็นเฉียบ มือเรียวเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อขึ้นลวกๆ ท่าทางที่เคยสง่างามและสมบูรณ์แบบพังทลายลงเหลือเพียงชายหนุ่มผู้เหนื่อยล้าคนหนึ่ง "ผม... แพ้แล้วล่ะครับ" เสียงของคริษฐ์เบาราวกับกระซิบ ความเย่อหยิ่งทระงายตนหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความเปราะบางที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนมอง รวินท์ขยับเข้าไปยืนใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเลมอนที่ติดตัวคริษฐ์มาตลอดผสมผสานกับกลิ่นอับของความพ่ายแพ้ นักสืบหนุ่มถอดสูทตัวนอกออกพาดไว้ที่เก้าอี้ ก่อนจะปลดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตแล้วพับขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่ผ่านงานหนักมาไม่แพ้กัน "ใครบอกว่าคุณแพ้ครับ" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคริษฐ์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง "คุณไม่ได้ยินที่มันพูดเหรอ? วัตถุดิบทั้งหมด... ถูกทำลายหมดแล้ว!" คริษฐ์ขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความคับแค้นใจ "แล้วเราจะหาทรัฟเฟิลขาวเกรดพรีเมียมกับเนื้อวากิวมัทצะจากไหนภายในเวลาไม่ถึงสิบชั่วโมงก่อนการแข่งขัน!" "ก็ไม่ต้องหาครับ" รวินท์ตอบหน้าตาเฉย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเชฟหนุ่ม "คุณพูดบ้าอะไร!" "ผมไม่ได้บ้า" รวินท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวคริษฐ์อีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า "ในเมื่อวัตถุดิบราคาแพงพวกนั้นถูกทำลายไปแล้ว... ทำไมคุณถึงไม่ใช้สิ่งที่มีอยู่ในตู้เย็นตอนนี้ล่ะครับ?" คริษฐ์ขมวดคิ้วมุ่น "วัตถุดิบเหลือเดนพวกนั้นน่ะเหรอ? มันเป็นเศษผักเศษเนื้อที่ผมเตรียมจะทิ้งนะ!" "เชฟระดับท็อปชาร์ตอย่างคุณ คริษฐ์... ไม่ได้เก่งเพราะวัตถุดิบราคาแพงหรอกครับ" รวินท์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็กกว่า เสียงทุ้มต่ำพร่าเบาจนชวนใจสั่น "แต่คุณเก่งเพราะฝีมือการพลิกแพลงและความคิดสร้างสรรค์... หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าจะทำมันออกมาไม่ได้ดีเท่าเดิม?" คำพูดท้าทายนั้นทำงานได้ผลชะตากัด คริษฐ์ตวัดสายตากลับมามองรวินท์ทันที ประกายไฟแห่งความท้าทายในดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับมาลุกโชนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ความหดหู่เมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง ถูกแทนที่ด้วยความถือดีและเลือดนักสู้ที่พลุ่งพล่าน "หึ! อย่ามาดูถูกฝีมือเชฟอย่างผมนะคุณนักสืบ" คริษฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน "ถ้าผมทำออกมาได้อร่อยจนกรรมการต้องกราบ คุณจะว่ายังไง?" "ถ้าคุณทำได้..." รวินท์มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคริษฐ์เผลอกลั้นหายใจ "ผมจะยอมทำตามที่คุณขอทุกอย่าง... หนึ่งอย่าง" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต เคมีร้อนแรงระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะจุดประกายไฟขึ้นมาได้ในความมืดของห้องครัว คริษฐ์จ้องมองริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะของนักสืบหนุ่ม ความโกรธและความเครียดก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มือเรียวของคริษฐ์ยกขึ้นวางทาบลงบนอกเสื้อของรวินท์โดยไม่รู้ตัว แรงสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นทำให้หัวใจของรวินท์กระตุกวูบอย่างแรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "จำคำพูดของคุณไว้นะครับ... คุณนักสืบ" คริษฐ์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มหวานที่แฝงความเย้ายวนอย่างร้ายกาจทำให้รวินท์แทบลืมวิธีหายใจ ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุมนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดตรงทางเดินมืดทึบหลังห้องครัว... "ยอดเยี่ยม... เป็นภาพที่โรแมนติกอะไรเบอร์นั้น" น้ำเสียงแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัวดังแทรกขึ้น "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความหวานชื่นนี้... กำลังจะจบลงตรงนี้" รวินท์ดึงคริษฐ์หลบมาอยู่ด้านหลังตามสัญชาตญาณ พร้อมกับที่แสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาในห้องครัว และร่างของบุคคลที่สามที่พวกเขานึกไม่ถึงก็ก้าวพ้นเงื้อมมือความมืดออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%