บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 8

รอยเท้าในเถ้าถ่าน

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"อย่าแตะต้องรอยนั่น คาร์ลอส!" เสียงของเซเลสเทียเฉียบขาดราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องใต้ดินของหอคอยต้องห้าม เธอก้าวถอยหลังหนึ่งจังหวะโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคู่สวยสีนิลจ้องเขม็งไปที่รอยเท้าประหลาดบนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยเถ้าถ่านละเอียดสีเทา มันไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ปกติ แต่มันคือรอยไหม้ที่ฝังลึกลงไปในเนื้อหินคล้ายกับถูกกดทับด้วยแรงมหาศาล คาร์ลอสที่กำลังจะยื่นมือเข้าไปสำรวจชะงักค้าง เขาค่อยๆ ดึงมือกลับพลางหันมามองเซเลสเทียด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "เถ้าถ่านพวกนี้ไม่ได้เกิดจากไฟปกติ เซเลสเทีย เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม?" เซเลสเทียไม่ตอบในทันที เธอทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินที่เย็นเยียบ รวบรวมสมาธิเรียกละอองเวทมนตร์ธาตุน้ำให้ลอยวนรอบปลายนิ้ว ก่อนจะปัดผ่านเถ้าถ่านอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้โครงสร้างเดิมเสียหาย เธอกำลังหา 'ร่องรอย' ที่คนอื่นมองข้าม "มันคือรอยเท้าของคนที่มีพลังธาตุไฟที่ผ่านการหลอมรวมกับเวทมนตร์ต้องห้าม" เธอพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยในระดับที่คนสนิทอย่างคาร์ลอสเท่านั้นที่จะสังเกตเห็น "ไม่มีใครในโรงเรียนนี้ที่สามารถควบคุมเปลวเพลิงให้หลอมละลายหินจนเกิดสภาวะกึ่งเหลวแบบนี้ได้... นอกจากคนเพียงคนเดียวที่ฉันพยายามตามหามาตลอดสามปี" คาร์ลอสขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แสงจากตะเกียงเวทมนตร์ในมือเขาสั่นไหวตามจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วง "เธอหมายถึงพี่ชายของเธอ? แต่เรย์มอนด์หายสาบสูญไปตั้งแต่วันที่หอคอยนี้ปิดตาย เขาจะมาทิ้งรอยเท้าเอาไว้ที่นี่ในคืนนี้ได้อย่างไร" "นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องหาคำตอบ" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม "และดูนี่สิ" เธอยกมือขึ้นชี้ไปที่มุมหนึ่งของรอยเท้า ซึ่งมีเศษผ้าชิ้นเล็กๆ สีน้ำเงินเข้มปักด้วยด้ายทองคำสีซีดจางติดอยู่กับรอยไหม้ ผ้าผืนนั้น... เธอจำมันได้ดี มันเป็นส่วนหนึ่งของเสื้อคลุมที่เธอเคยถักให้พี่ชายด้วยมือของเธอเองก่อนวันที่เขาจะจากไป หัวใจของเซเลสเทียกระตุกวูบ ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกปิดตายพรั่งพรูออกมา ภาพของพี่ชายผู้แสนอ่อนโยนที่สอนเธอใช้อักขระเวทมนตร์กำลังซ้อนทับกับเถ้าถ่านที่ไร้ชีวิตตรงหน้า เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกที่พุ่งพล่านราวกับพายุที่พยายามจะทำลายเขื่อนกั้นน้ำ ความเยือกเย็นที่เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดเริ่มแตกร้าว "เซเลสเทีย ตั้งสติก่อน" คาร์ลอสคว้าไหล่เธอไว้แน่น "ถ้าพี่ชายเธอยังมีชีวิตอยู่จริง เขาอาจจะถูกกักขัง หรือไม่เขาก็อาจจะ... ไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป" "นายจะบอกว่าเขาเป็นพวกเดียวกับอาจารย์ใหญ่มาคัสอย่างนั้นเหรอ?" เธอสะบัดไหล่ออกพลางลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วสูงจนผ้าคลุมสะบัด "คาร์ลอส อย่าตัดสินสิ่งที่นายยังไม่เห็นด้วยตาตัวเองเลย ความจริงมักจะซ่อนอยู่ใต้ชั้นของความลวงที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตเสมอ" ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในความมืดที่โอบล้อม บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กระทั่งความเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากบันไดหินด้านบน เสียงที่หนักแน่น มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดการสนทนาลงทันที เซเลสเทียรีบดับแสงจากเวทมนตร์ของตนเอง แล้วดึงคาร์ลอสให้หลบเข้าหลังเสาหินขนาดใหญ่ ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ในเงามืด กลั้นหายใจจนแทบไม่เหลือจังหวะ การปรากฏตัวในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่เชิงบันได แสงจันทร์เล็ดลอดผ่านช่องหน้าต่างสูงลิ่วของหอคอย เผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน... อาจารย์ใหญ่มาคัส! เขากำลังเดินตรงมายังรอยเท้าที่ทั้งสองเพิ่งสำรวจไปเมื่อครู่ บนใบหน้าของชายวัยกลางคนคนนั้นไม่มีความฉงนสงสัย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากขณะที่เขาก้มลงมองเศษผ้าสีน้ำเงินผืนนั้น "ดูเหมือนจะมีหนูที่ซุกซนแอบเข้ามาทำความสะอาดหลักฐานที่ไม่สมควรถูกค้นพบสินะ" มาคัสเอ่ยขึ้น ลอยน้ำเสียงกังวานไปทั่วหอคอย "ออกเถอะเซเลสเทีย... การเล่นซ่อนหากับผู้สร้างหอคอยแห่งนี้ มันไม่ได้สนุกอย่างที่เธอคิดหรอกนะ" มาคัสไม่ได้มองหาด้วยสายตา แต่เขากำลังร่ายเวทมนตร์ตรวจจับกระแสธาตุที่ยังคงหลงเหลืออยู่รอบห้อง เซเลสเทียรู้สึกได้ว่าอากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับแรงกดดันมหาศาลกำลังบีบเค้นเธอจากทุกทิศทาง คาร์ลอสส่งสัญญาณมือให้เธอเตรียมตัวหนี แต่เซเลสเทียกลับนิ่งงัน สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่มือของมาคัสที่กำลังหยิบเศษผ้าขึ้นมา... ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่มันกำลังสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกับเขากำลังกลัวอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น มาคัสก็หยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองมายังทิศทางที่พวกเธอซ่อนตัวอยู่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของศัตรูที่ต้องการจับกุม แต่เป็นสายตาของคนที่เพิ่งพบสิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดในชีวิต "เธอควรรีบไปจากที่นี่ ก่อนที่สิ่งที่อยู่ในรอยเท้านั่นจะหวนกลับมา" มาคัสกระซิบ น้ำเสียงของเขาดูเหมือนกำลังเตือนมากกว่าข่มขู่ "เพราะสิ่งที่เธอเรียกว่า 'พี่ชาย' ไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะเหยื่อ... แต่เขาคือ 'ผู้คุม' ที่แท้จริงของหอคอยนี้" สิ้นเสียงนั้น บานประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ปิดตายอยู่เบื้องหลังอาจารย์ใหญ่กลับเปิดออกเองอย่างแรง พร้อมกับไอเย็นที่พุ่งกระจายออกมาจนพื้นห้องกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา สิ่งที่ก้าวออกมาจากหลังบานประตูนั้นไม่ใช่พี่ชายของเธอ... แต่เป็นหุ่นเชิดเวทมนตร์ที่สวมใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินคุ้นตา และในมือของมันถือศัสตราเวทสี่ธาตุที่ส่องแสงสีดำสนิทซึ่งเธอไม่เคยพบเจอมาก่อน เซเลสเทียเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าสู่หัวใจเมื่อเห็นอักขระเวทมนตร์ที่สลักอยู่บนอาวุธนั่น มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่เธอรู้จัก แต่มันคือกุญแจสู่ความลับทั้งหมดที่พี่ชายของเธอฝากไว้ในร่างของหุ่นเชิดตัวนี้... และเป้าหมายแรกที่มันเล็งอาวุธเข้าใส่ คือหัวใจของอาจารย์ใหญ่มาคัส ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%