บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 10

กระจกเงาแห่งความทรงจำ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“วางมือลงบนกระจกนั่นเสีย เซเลสเทีย... ถ้าเธออยากรู้ว่าคืนนั้น ‘พี่ชาย’ ของเธอทิ้งอะไรไว้ให้ดูต่างหน้า” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสกดดันของอาจารย์ใหญ่มาคัสสั่นสะเทือนไปทั่วโถงกระจกมืดมิด เซเลสเทียยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาบานยักษ์ที่ถูกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งวางทับอยู่บนหน้าอก กลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณที่ตกค้างอยู่ในห้องนี้ช่างเย็นเยียบเสียจนปลายนิ้วของเธอเริ่มชา “ท่านอาจารย์คะ... ความทรงจำที่บิดเบี้ยวในหอคอยต้องห้าม มันคุ้มค่าพอที่จะแลกกับความเป็นความตายของหนูหรือคะ?” เซเลสเทียถามเสียงแผ่ว สายตาของเธอจับจ้องที่เงาสะท้อนของตัวเองในกระจกที่ยังคงถูกคลุมไว้ คาร์ลอสที่ยืนอยู่ด้านหลังขยับตัวเข้าใกล้ เขาเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้เซเลสเทียพอจะตั้งสติได้บ้าง “เซเลสเทีย อย่าลืมสิว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร ถ้าเธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับมัน เราก็ไม่มีวันลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของพี่ชายเธอออกมาได้” คาร์ลอสกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาหนักแน่นทว่ามีความกังวลฉายชัดในแววตา เซเลสเทียสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิเชื่อมโยงธาตุทั้งสี่ในกายให้ไหลเวียนเป็นหนึ่งเดียว เธอค่อยๆ เลื่อนมือไปสัมผัสผืนผ้ากำมะหยี่ ความร้อนจากฝ่ามือทำให้ผ้าผืนนั้นมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา กระจกเงาบานมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่มันไม่ใช่กระจกธรรมดา พื้นผิวของมันขุ่นมัวเหมือนผิวน้ำที่ถูกรบกวนด้วยไอเวทมนตร์สีม่วงหม่น ทันใดนั้น ภาพตรงหน้าก็บิดเบี้ยว! โลกทั้งใบหมุนคว้าง เซเลสเทียรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งอดีต กลิ่นอายของห้องโถงโรงเรียนที่เธอคุ้นเคยเปลี่ยนไปเป็นบรรยากาศที่อบอวลด้วยไอควันและเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในความเงียบ “เซเลส... วิ่งไป!” เสียงพี่ชายของเธอดังสะท้อนอยู่ข้างหู เด็กสาวหันขวับไปมอง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น พี่ชายของเธอกำลังยืนอยู่หน้าประตูหอคอยต้องห้าม มือข้างหนึ่งถือคัมภีร์เวทโบราณ อีกข้างหนึ่งกำลังร่ายอาคมป้องกันตัวอย่างสุดกำลัง แต่ในเงาที่มืดมิดเบื้องหลังพี่ชาย เงาของร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังค่อยๆ ก้าวออกมา... ร่างนั้นสวมแหวนประจำตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ที่เซเลสเทียจำได้แม่นยำ “พี่คะ! ไม่นะ!” เธอพุ่งตัวเข้าไปหาร่างในกระจกด้วยความลืมตัว แต่ฝ่ามือของเธอกลับทะลุผ่านความว่างเปล่า ในภาพนั้น พี่ชายของเธอหันกลับมามองด้วยแววตาที่เจ็บปวดและเปี่ยมไปด้วยความหวัง เขาขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง ‘จงตามหา... สี่ธาตุที่หลับใหล... ก่อนที่เขาจะตื่น’ ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกดึงหายเข้าไปในรอยแยกของมิติที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ฉากตรงหน้าแตกกระจายเหมือนแก้วที่ถูกทุบ เซเลสเทียทรุดฮวบลงกับพื้นหินเย็นเยียบ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นและเสียใจไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย “เห็นหรือยัง... เซเลสเทีย” มาคัสก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากคบเพลิงบนผนังตกกระทบใบหน้าของเขาให้เห็นเพียงเสี้ยวเดียว “ความทรงจำที่หายไป ไม่ใช่เพราะเธอถูกลบ แต่มันถูก ‘ปิดตาย’ เพื่อปกป้องเธอจากการรับรู้ความจริงที่ว่า พี่ชายของเธอนั่นแหละคือคนทรยศที่นำกุญแจหอคอยไปมอบให้แก่จอมมาร” “ไม่จริง... พี่ฉันไม่มีวันทำแบบนั้น!” เซเลสเทียแผดเสียงก้อง ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ของเธอ กระแสเวทมนตร์ธาตุดินและลมก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดเล็กล้อมรอบตัวเธอ คาร์ลอสรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าอาจารย์ใหญ่ไว้ “ท่านอาจารย์ครับ การเปิดแผลใจแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่าครับ!” อาจารย์ใหญ่มาคัสไม่ได้สะทกสะท้าน เขายังคงรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกไว้บนใบหน้า ก่อนจะก้มลงมองเซเลสเทียที่พยายามลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่สั่นเทา “ความจริงอาจจะโหดร้ายกว่าที่เธอคิดนะ เซเลสเทีย” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากโถงกระจก “และอย่าลืมเช็คสิ่งของในกระเป๋าเสื้อของเธอให้ดีล่ะ... บางทีพี่ชายที่รักของเธออาจจะฝาก ‘ของขวัญ’ ชิ้นสุดท้ายไว้ให้เธอในตอนที่เธอกำลังสับสนแบบนี้ก็ได้” เซเลสเทียชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง เธอรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมที่ไม่ได้ใส่อะไรไว้เลยตั้งแต่เช้า แต่ปลายนิ้วของเธอกลับสัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งเย็นเยียบ มันคือจี้ห้อยคอรูปร่างแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และที่สำคัญ... บนจี้นั้นมีรอยเลือดที่ยังสดใหม่เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้! คาร์ลอสเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่เธอหยิบออกมา “เซเลสเทีย... นั่นมันสัญลักษณ์ของกุญแจหอคอยชั้นที่เก้าไม่ใช่หรือไง... แต่มัน... มันทำไมถึงมีกลิ่นอายของพลังเวทที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกมาล่ะ!” เซเลสเทียยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ ประตูโถงกระจกที่อาจารย์ใหญ่เพิ่งเดินออกไปก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างของนักเรียนเวทมนตร์ที่ดูเหมือนถูกสะกดจิตจำนวนนับสิบคนยืนเรียงรายอยู่หน้าประตู ดวงตาของพวกเขาทั้งหมดกลายเป็นสีดำสนิทไร้แวว และในมือของทุกคนถือศัสตราเวทสี่ธาตุที่ส่องแสงประหลาดออกมาพร้อมกัน "กำจัด... ผู้ครอบครองกุญแจ..." เสียงประสานที่ไร้ชีวิตชีวาดังขึ้นพร้อมกัน ทำให้เซเลสเทียรู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่าเธอไม่ได้กำลังไขคดี แต่เธอกำลังกลายเป็นเหยื่อสังเวยในเกมที่อันตรายกว่าที่เคยจินตนาการไว้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%