"ถ้าเจ้าหมุนฟันเฟืองวงในตามเข็มนาฬิกาอีกเพียงองศาเดียว... หอคอยนี้คงเปลี่ยนสภาพเป็นหลุมศพของเราทั้งคู่ไปแล้วค่ะ"
เซเลสเทียเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าดวงตาเรียวคมกลับจับจ้องไปที่กลไกรูปทรงเรขาคณิตที่ลอยตัวอยู่กลางห้องเรียนศัสตราเวท แสงสีฟ้าหม่นจากอักขระโบราณสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเธอจนดูราวกับเธอกำลังอ่านความลับของจักรวาล
คาร์ลอสชะงักมือที่กำลังแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบของโลหะเวทมนตร์ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่มักจะมองเห็นสิ่งที่ไม่มีใครเห็นเสมอ "ฉันไม่ได้หมุนมันมั่วๆ นะเซเลสเทีย ลำดับการเรียงตัวของอักขระพวกนี้มันขัดแย้งกับตำราของตระกูลฉันโดยสิ้นเชิง... หรือว่าที่นี่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มนุษย์ไขปริศนาได้?"
"ไม่ใช่ว่าไขไม่ได้ค่ะ... แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ 'คน' ที่ยึดติดกับตรรกะเดิมๆ" เซเลสเทียเดินเข้าไปใกล้ วางนิ้วเรียวบางลงบนจุดเชื่อมต่อที่ดูเหมือนจะตายตัว แต่อันที่จริงกลับขยับได้เล็กน้อยหากใส่ 'ธาตุ' เข้าไปให้ถูกจังหวะ "อาจารย์ใหญ่มาคัสไม่ได้ต้องการนักเรียนที่เก่งกาจ แต่เขาต้องการ 'กุญแจ' ที่มีความสมดุลของทั้งสี่ธาตุ... เหมือนอย่างฉัน"
คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความขมขื่นที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น คาร์ลอสขมวดคิ้ว เขาเห็นความสั่นไหวเพียงชั่ววูบในแววตาของหญิงสาวที่เขาเฝ้ามองมาตลอด เขาถอยออกมาหนึ่งก้าว เปิดทางให้เธอสัมผัสกับกลไกนั้น
เซเลสเทียหลับตาลง เธอสัมผัสถึงสายธารแห่งพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในห้องเรียน อากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้งด้วยไอเวท เปลวไฟจางๆ ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วชี้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระแสลมหมุนวนและหยดน้ำที่แตกตัวเป็นละออง เธอไม่ได้กำลังร่ายมนตร์ทำลาย แต่มันคือการ 'สื่อสาร' กับกลไกเหล่านั้น
*คลิก...*
เสียงกลไกขยับตัวดังกังวานไปทั่วโถงเรียน คาร์ลอสแทบกลั้นหายใจ เมื่อแผ่นเหล็กที่เคยปิดตายเริ่มแยกตัวออก เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง มันไม่ใช่แค่ห้องเก็บอุปกรณ์ แต่มันคือช่องทางเชื่อมต่อไปยังส่วนลึกของหอคอยต้องห้ามที่ถูกปิดตายมานานหลายศตวรรษ
"เธอรู้ไหมว่าการเปิดช่องทางนี้... เท่ากับเป็นการประกาศศึกกับอาจารย์ใหญ่โดยตรง" คาร์ลอสกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความกังวล "ตระกูลของฉันเตือนเสมอว่าอย่าได้แตะต้องกลไกที่สลักตราสัญลักษณ์ของ 'ผู้สังเกตการณ์' รุ่นแรก"
เซเลสเทียไม่ตอบ เธอหยิบเศษกระดาษที่ติดอยู่ในร่องของกลไกออกมา มันคือแผ่นหนังเก่าคร่ำคร่าที่มีลายมือคุ้นตา... ลายมือของผู้เป็นพ่อที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง เธอหันไปหาคาร์ลอส แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
"คาร์ลอส... นี่ไม่ใช่กลไกการเรียนการสอน แต่มันคือ 'บันทึกคำสั่ง' ของพ่อฉัน"
ขณะที่เธอกำลังจะเปิดแผ่นหนังนั้นออก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเรียน พร้อมกับเงาดำที่ทาบลงบนพื้นดิน ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของอาจารย์ใหญ่มาคัสยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่กลับมีความเวทนาที่น่าขนลุกซ่อนอยู่
"ความอยากรู้อยากเห็นเป็นดาบสองคมนะเซเลสเทีย... โดยเฉพาะเมื่อเธอถือมันในมือที่สั่นเทาเช่นนั้น"
มาคัสก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ในมือของเขามีไม้เท้าหัวกะโหลกสัตว์ประหลาดที่เปล่งแสงสีม่วงอาถรรพ์ และในจังหวะนั้นเอง พื้นห้องที่ทั้งสองยืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลไกที่เซเลสเทียเพิ่งไขเปิดกลับทำงานย้อนกลับด้วยความเร็วสูง มันไม่ได้จะปิดช่องทางนั้น แต่มันกำลังดึงร่างของคาร์ลอสให้จมลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง!
เซเลสเทียพุ่งตัวไปคว้ามือคาร์ลอสไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงดึงมหาศาลจากกลไกนั่นช่างรุนแรงเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานไหว ในขณะที่เธอกำลังจะใช้พลังธาตุไฟเพื่อยึดเหนี่ยว คาร์ลอสกลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
"อย่าปล่อยให้เขารู้ว่าเธอเห็นอะไรในแผ่นหนังนั้น... วิ่งไปเซเลสเทีย!"
เขาปล่อยมือเธอด้วยตัวเอง และร่างของเขาก็หายวับไปในความมืดพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของมาคัสที่ดังก้องขึ้นในห้องเรียนที่บัดนี้กลายเป็นกับดักสังหาร
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
แอสทริดธาตุมนต์
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 11
กลไกประหลาด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!