บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 12

ความลับของอาจารย์มาคัส

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำยาฟอร์มาลีนลอยกรุ่นอยู่ในความมืดทึบของชั้นใต้ดินปีกตะวันตก—เขตหวงห้ามที่แม้แต่ละอองแสงจากดวงจันทร์ก็ยังปฏิเสธที่จะสาดส่องลงมา เซเลสเทียแนบแผ่นหลังบอบบางเข้ากับผนังหินแกรนิตเย็นเฉียบ นิ้วเรียวยาวกดผนึกเวทมนตร์บทพรางตาขั้นสูงที่คาร์ลอสเพิ่งถ่ายทอดให้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เด็กสาวกลั้นลมหายใจ ปล่อยให้จังหวะชีพจรของตนเองเต้นประสานไปกับเสียงหยดน้ำที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า เบื้องหลังประตูบานคู่ไม้สักหนาหนักที่แกะสลักเป็นรูปอสรพิษพันรอบคทาไขว้ แสงไฟสีนวลจากคบเพลิงเวทมนตร์กำลังสาดส่องกระทบเงาทอดขยายของร่างหลายร่าง เงาร่างเหล่านั้นกำลังขยับไหวและพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงที่ถูกลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบอันน่าขนลุก "แผนการดำเนินไปถึงไหนแล้ว มาคัส" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องประชุมลับนั้น เซเลสเทียจำเสียงนั้นได้แม่นยำ—มันคือเสียงของอาจารย์อาวุโสผู้ดูแลหอสมุดโบราณ ผู้ซึ่งมักปรากฏกายด้วยรอยยิ้มใจดีต่อหน้าเหล่านักเรียนเสมอ "ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่โครงข่ายเวทมนตร์บรรพกาลกำหนดไว้ครับท่าน" เสียงของอาจารย์ใหญ่มาคัสตอบกลับมาด้วยความนิ่งสงบ เยียบเย็น และไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ สิ้นเชิง "ผนึกแห่งธาตุทั้งสี่ในหอคอยอาถรรพ์เริ่มเสื่อมสลายลงเรื่อยๆ ตามอายุขัยของมันแล้ว เหลือเพียงแค่... ตัวแปรสำคัญ ที่เรายังต้องรอคอยให้ก้าวเข้ามาติดกับดักเท่านั้น" "เด็กสาวคนนั้น... เซเลสเทีย?" เสียงที่สามแทรกขึ้นมา เป็นเสียงของผู้หญิงที่แฝงไปด้วยความกังวลระคนกระหายใคร่รู้ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์สี่ธาตุที่สมดุลอย่างหาได้ยากยิ่งในตัวนาง เด็กคนนี้อันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้ลอยนวล หากนางล่วงรู้ความจริงเรื่องการทดลองในอดีต..." "ไม่มีทางที่นางจะรู้" มาคัสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังรู้สึกราวกับมีตัวหนอนไต่ยั้วเยี้ยอยู่ตามกระดูกสันหลัง "เด็กนั่นยังคงหมกมุ่นอยู่กับการไขปริศนาคดีฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน นางคิดว่าตัวเองเป็นนักสืบผู้ปราดเปรื่อง คอยวิ่งไล่ตามเงาที่พวกเราจงใจสร้างขึ้นมาตบตา ความโดดเดี่ยวและความโหยหาอดีตของนางนั่นแหละ คือโซ่ตรวนชั้นดีที่จะลากคอนางมาสู่แท่นบูชาแห่งพันธสัญญา" หัวใจของเซเลสเทียกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่ขั้วหัวใจ ภาพความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับวันที่สูญเสียครอบครัวไปอย่างกะทันหันเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในห้วงคำนึง คำพูดของมาคัสไม่ได้เป็นเพียงแค่การวางแผนชั่วร้าย แต่มันคือการยอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่าโศกนาฏกรรมในอดีตของนาง... มีเบื้องหลังมาจากชายผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้! ดวงตาสีมรกตคู่สวยฉายประกายวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเยือกเย็น เปลวเพลิงสีฟ้าจางๆ เริ่มลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้วมือข้างที่ซ่อนอยู่หลังลำตัวโดยสัญชาตญาณ พลังธาตุไฟและธาตุน้ำแข็งปะทะกันอย่างรุนแรงในกระแสเลือด จนเด็กสาวต้องกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดเพื่อดึงสติกลับมา *ใจเย็นไว้ เซเลสเทีย... เจ้ายังทำอะไรบุ่มบ่ามตอนนี้ไม่ได้* เสียงเตือนสติในใจดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่ฝ่ามืออีกข้าง คาร์ลอสที่ยืนซุ่มอยู่ด้านหลังในมุมมืดของทางเดินเอื้อมมือมาแตะข้อศอกของนางเบาๆ ส่งกระแสเวทมนตร์ธาตุดินช่วยปรับสมดุลและกดกักเก็บออร่าเวทมนตร์ที่กำลังรั่วไหลของนางให้กลับเข้าสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเทาเข้มของคาร์ลอสส่งสัญญาณเตือนผ่านความมืด—*มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังเจ้า* เซเลสเทียชะựngตัวค้าง แสยะยิ้มหยันให้กับความประมาทเลินเล่อของตนเองชั่วเสี้ยววินาที นางไม่ได้มาที่นี่ตามลำพัง และพวกมัน... ก็ไม่ได้มีแค่คนที่อยู่หลังประตูกระจกบานนั้น ครืดดด—! เสียงโลหะขูดขีดกับพื้นหินดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลังทางเดินมืดสนิทที่พวกนางเพิ่งเดินผ่านมา เงาทะมึนร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด กลิ่นอายเวทมนตร์อันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก แสงสลัวจากคบเพลิงเผยให้เห็นโครงหน้าเหลี่ยมคมและดวงตาสีเหลืองอำพันที่เรืองแสงวาบในความมืดของอาจารย์ผู้ควบคุมกฎประจำหอคอย "ช่างเป็นหนูตัวน้อยที่กล้าหาญเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาจารย์ผู้ควบคุมกฎ "แอบฟังการสนทนาของเบื้องบน... โทษสถานหนักคือการถูกผนึกวิญญาณไว้ในหอคอยอาถรรพ์ไปชั่วนิรันดร์" ประตูกับดักไม้สักเบื้องหน้ากระชากเปิดออกผางพร้อมกันโดยไม่ต้องรอเคาะ! อาจารย์ใหญ่มาคัสก้าวออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองตรงมายังเซเลสเทียและคาร์ลอสที่ยืนติดกับดักตรงทางตันราวกับผู้ล่ากำลังมองเหยื่อที่เดินเข้าปากด้วยความสมัครใจ "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนบทสุดท้ายของเจ้า... เซเลสเทีย" มาคัสเอ่ยพางยกไม้เท้าหัวกะโหลกคริสตัลขึ้นช้าๆ "และดูเหมือนว่า... แขกรับเชิญพิเศษที่เจ้าตามหามาตลอด ก็มารออยู่ข้างในนั้นแล้วเช่นกัน" สิ้นคำพูดของมาคัส ร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดเบื้องหลังตัวอาจารย์ใหญ่ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมนักเวทที่คุ้นเคย แววตาสีฟ้าหม่นหมองไร้ประกายชีวิต... และใบหน้าครึ่งซีกที่สลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาของผู้เป็นบิดาที่นางคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%