บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 45

บันทึกลับจากพี่ชาย

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"คำถามของท่าน... มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่คะ?" เซเลสเทียเค้นเสียงลอดไรฟัน มือที่กำจดหมายฉบับนั้นสั่นเทาจนกระดาษเก่าคร่ำครึส่งเสียงกรอบแกรบ ประโยคที่ทิ้งท้ายไว้ในบทก่อนหน้ายังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอเหมือนเสียงระฆังที่แตกสลาย อาจารย์ใหญ่มาคัสนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง แสงเทียนสีสลัวทำให้ใบหน้าของเขาดูเหมือนรูปปั้นที่ไร้ความรู้สึก—หรือบางทีอาจจะกำลังซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันเอาไว้ มาคัสไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชี้มือไปยังชั้นหนังสือโบราณด้านหลังที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ "ถ้าอยากรู้ความจริงที่ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านบ้านของเธอ จงหา 'ร่องรอย' ที่คนตายทิ้งไว้ให้คนเป็นสิ เซเลสเทีย" ฉันไม่ได้รอคำตอบที่สอง ฉันหันหลังให้ชายแก่ผู้นั้นทันที ความโกรธแค้นประดังเข้ามาเหมือนพายุที่ก่อตัวขึ้นในอก คาร์ลอสที่ยืนรออยู่หน้าห้องรีบก้าวเข้ามาประกบ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันทีที่เห็นแววตาของฉัน "เกิดอะไรขึ้น" เขาถามสั้นๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แสดงถึงความห่วงใย "เราต้องไปที่หอคอยต้องห้าม" ฉันตอบโดยไม่หันไปมอง "เดี๋ยวนี้" บรรยากาศในหอคอยต้องห้ามในยามวิกาลช่างกดดันเหลือเกิน กลิ่นอายของเวทมนตร์เก่าแก่ที่ค้างคาอยู่ในอากาศเหมือนกลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นหนังสือเปื่อยยุ่ย ฉันหยิบหนังสือเล่มหนาปกหนังสีดำที่เคยแอบสืบพบในบันทึกของหอสมุดกลางขึ้นมา มันคือบันทึกเล่มเดียวที่ไม่มีชื่อผู้แต่ง แต่ในวินาทีที่นิ้วมือสัมผัสกับสันปก ฉันรู้สึกถึงชีพจรบางอย่างที่เต้นตุบๆ อยู่ข้างใน "นี่คือบันทึกของพี่ชายฉัน" ฉันพึมพำขณะบรรจงเปิดหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง คาร์ลอสใช้เวทมนตร์ธาตุแสงส่องสว่างเหนือกระดาษ หน้ากระดาษที่ดูเหมือนว่างเปล่ากลับปรากฏหมึกสีเงินจางๆ ขึ้นมาเมื่อได้รับสัมผัสจากพลังเวทของฉัน มันไม่ใช่แค่บันทึก แต่มันคือแผนผังของเหตุการณ์ในคืนนั้น *'เซเลสเทีย... ถ้าเจ้าได้อ่านข้อความนี้ แสดงว่าข้าไม่ได้อยู่ปกป้องเจ้าแล้ว วันที่เปลวไฟสีน้ำเงินกลืนกินทุกอย่างที่รัก ไม่ใช่ฝีมือของพวกโจรป่า แต่เป็นคนในตระกูลเวทมนตร์ที่ต้องการอำนาจจากตราสัญลักษณ์ในสายเลือดของพวกเรา'* ลายมือของพี่ชายช่างหนักแน่นและรีบร้อน ทุกตัวอักษรเหมือนถูกเขียนด้วยหยาดเลือด หัวใจของฉันแทบหยุดเต้นเมื่ออ่านถึงประโยคถัดไป *'มันไม่ได้ต้องการแค่พลัง มันต้องการให้เจ้าเป็น 'ภาชนะ' ในการปลดปล่อยสิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้หอคอยนี้... และคนที่ถือไม้ขีดไฟในวันนั้น ก็คือคนที่เจ้ากำลังมอบความไว้วางใจให้มากที่สุดในตอนนี้'* ฉันชะงักไป ลมหายใจสะดุดกึก ความไว้วางใจ? มาคัส? หรือว่า... คนที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะสงสัย? คาร์ลอสนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขากำลังจะเอ่ยปากพูด แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง "ช่างเป็นบันทึกที่ชวนให้ตื่นเต้นจริงๆ นะ" น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนผิวหนังของฉันลุกชัน เราทั้งคู่หมุนตัวกลับไปทันที เงาร่างที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจันทร์เป็นสีทองหม่นที่ดูไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ปกติ "อาจารย์ใหญ่..." คาร์ลอสขยับเข้ามาบังข้างหน้าฉันโดยสัญชาตญาณ "เธอคิดว่าพี่ชายของเธอฉลาดพอที่จะซ่อนความลับนี้ไว้ได้มิดชิดงั้นหรือ?" มาคัสหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาก้องกังวานอยู่ในโถงหอคอยที่กว้างขวาง "เปลวไฟนั้นไม่ได้เผาทำลายหลักฐาน แต่มันเผาเพื่อ 'ลบ' ความทรงจำของเธอไปบางส่วน เซเลสเทีย" ฉันก้าวออกมาจากหลังคาร์ลอส แม้เข่าจะสั่นด้วยความกลัว แต่ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้ความโกรธอยู่เหนือทุกสิ่ง "ท่านเป็นคนสั่งให้ทำใช่ไหม! ท่านต้องการพลังของฉัน!" มาคัสไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ชูมือขึ้น อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว รอยแยกของเวทมนตร์เปิดออกเหนือศีรษะของเขา และสิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่ไม้คทาหรือหนังสือเวท แต่เป็นกล่องดนตรีไม้แกะสลักที่ฉันจำได้ดีว่ามันเคยอยู่ในห้องนอนของฉันในคืนที่บ้านถูกเผา "อยากรู้ไหมว่าอะไรอยู่ในนี้?" เขาถามพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฉันร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขากดกล่องดนตรีนั้นให้เปิดออก เสียงดนตรีที่โหยหวนและน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นมาแทนที่ทำนองกล่อมเด็กที่ฉันเคยจำได้ และในชั่วพริบตานั้น ภาพความทรงจำที่แตกสลายก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวของฉันเหมือนเขื่อนแตก ไม่ใช่มาคัส... ไม่ใช่คนที่ฉันสงสัย... แต่เป็นมือของคาร์ลอส—คาร์ลอสที่ยืนอยู่ข้างกายฉันในตอนนี้—คือคนที่ยืนถือคบเพลิงอยู่ในความทรงจำที่หายไปนั้น! คาร์ลอสที่ฉันเชื่อใจที่สุด... คาร์ลอสที่บอกว่าเขาคอยปกป้องฉันมาตลอด... ฉันถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นหนังสือ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้หันมามองฉัน แต่เขากำลังค่อยๆ ชักดาบเวทมนตร์ออกมาจากฝักด้วยใบหน้าที่เย็นชาจนน่าขนลุก "คาร์ลอส... นาย..." ฉันพูดไม่ออก น้ำตาแห่งความสับสนและเจ็บปวดรื้นขึ้นมาจนพร่ามัว "ขอโทษด้วยนะเซเลสเทีย" คาร์ลอสเอ่ยขึ้นเบาๆ โดยไม่ยอมสบตา "แต่พันธสัญญาเลือดของตระกูลข้า... มันมีค่ามากกว่าชีวิตของเธอ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 45 นี้ไปพร้อมกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%