บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 46

สมรภูมิในห้องสมุด

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“พันธสัญญาเลือดงั้นหรือคะ? ช่างเป็นข้ออ้างที่ฟังดูสูงส่งสำหรับคนทรยศเสียจริง” เสียงของเซเลสเทียไม่ได้สั่นเครือ แม้มันจะถูกเค้นออกมาจากลำคอที่แห้งผาก แววตาของเธอที่เคยอบอุ่นยามมองเพื่อนสนิท บัดนี้กลับเย็นเยียบดั่งแผ่นน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิหอคอยสมุดต้องห้าม คาร์ลอสไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่ขยับมือเบาๆ วงเวทสีเงินสลัวเริ่มหมุนวนอยู่รอบนิ้วเรียวยาวของเขา กลไกที่เขาสร้างขึ้นสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์เป็นจังหวะเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นผิดปกติ “ถอยไปเถอะเซเลสเทีย” คาร์ลอสพึมพำ ดวงตาของเขาหลุบต่ำ เขาไม่กล้าสบมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีอเมทิสต์คู่นั้น “ถ้าเธอขัดขวาง... ฉันไม่อาจรับประกันได้ว่าร่างเวทที่เธอสร้างขึ้นจะทนทานต่ออักขระพันธสัญญาของตระกูลฉันได้” หนังสือโบราณเล่มหนาที่ลอยอยู่กลางอากาศเริ่มส่งเสียงกรีดร้อง มันไม่ใช่เสียงของกระดาษ แต่เป็นเสียงของวิญญาณที่ถูกกักขังในหมึกสีดำมืดมิด หนังสือเล่มนั้นคือหัวใจของหอคอย และหากมันตกไปอยู่ในมือของอาจารย์ใหญ่มาคัส... ความลับเรื่องการล่มสลายของตระกูลเซเลสเทียก็จะสูญหายไปตลอดกาล เซเลสเทียกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือซ้ายของเธอวาดผ่านอากาศเบาๆ ไอเย็นของธาตุน้ำแข็งรวมตัวกันเป็นดาบโปร่งแสง ในขณะที่มือขวาเรืองรองด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อน เธอไม่ได้รอกระบวนท่าของอีกฝ่ายอีกต่อไป เธอพุ่งตัวไปข้างหน้า รวดเร็วปานเงาที่ถูกกระชากออกจากร่าง *เคร้ง!* เสียงอาวุธเวทปะทะกันดังก้องไปทั่วห้องสมุดที่ไร้ผู้คน ชั้นวางหนังสือไม้โอ๊คเก่าแก่สั่นสะเทือน หนังสือเล่มเล็กเล่มน้อยร่วงหล่นราวกับหิมะที่ถูกพายุซัดกระหน่ำ คาร์ลอสเบี่ยงตัวหลบคมดาบน้ำแข็งอย่างเชี่ยวชาญ เขาสะบัดนิ้วรัว อักขระสีทองนับสิบพุ่งออกจากแขนเสื้อพันธนาการข้อมือของเซเลสเทียไว้ราวกับงูพิษ “เธอคิดว่าเธอรู้จักฉันดีพอแล้วหรือคะ?” เซเลสเทียเอ่ยเสียงเรียบ เธอกระแทกเท้าลงบนพื้นหิน เวทมนตร์ธาตุดินกระเพื่อมขึ้นเป็นระลอกคลื่น บดขยี้อักขระของคาร์ลอสจนแตกกระจายเป็นละอองแสง “คนเดียวที่ฉันไว้ใจมากที่สุดในโรงเรียนนี้ คือคนที่สอนให้ฉันรู้ว่า... อย่าได้ละทิ้งความระแวดระวังแม้กระทั่งตอนนอน” การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ คาร์ลอสไม่ได้ออมมือ เขาปล่อยกลไกเวทมนตร์รูปสัตว์อสูรโลหะออกมาหลายตัว มันกระโจนเข้าขย้ำเซเลสเทียด้วยความเร็วสูง ทว่าเด็กสาวกลับพลิ้วกายหลบหลีกด้วยท่วงท่าที่งดงามและแม่นยำ เธอไม่ได้ใช้เพียงพลัง แต่เธอใช้ ‘จังหวะ’ ของการหมุนเวียนเวทมนตร์ในหอคอยมาเป็นอาวุธ เธอรู้ว่าทุกตารางนิ้วในที่แห่งนี้คือวงจรเวทขนาดใหญ่ “อาจารย์ใหญ่มาคัสให้อะไรคุณคะ?” เซเลสเทียถามระหว่างที่เธอกระโดดหลบกรงเล็บเหล็กกล้า “คำมั่นสัญญาที่จะคืนชีพให้กับคนที่คุณสูญเสียไป... หรือแค่ตำแหน่งจอมเวทสูงสุดที่เขาไม่มีวันหยิบยื่นให้จริงๆ?” คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะที่เขาลังเลนั้นเอง เซเลสเทียอาศัยช่องโหว่ร่ายเวทลมหมุนซัดร่างของเขากระเด็นไปติดกับชั้นวางหนังสือหนังสือเล่มที่ต้องการตกลงสู่ฝ่ามือของเธอ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปกหนังที่เย็นเยียบ ข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่สมองของเธอราวกับสายน้ำที่เขื่อนแตก ภาพการทดลองที่ผิดจรรยาบรรณ ภาพเลือดที่นองพื้น... และใบหน้าของผู้ที่บงการทุกอย่างที่ยืนอยู่ใต้เงาของหอคอย เธอมองเห็นความจริงทั้งหมดแล้ว... คาร์ลอสไม่ได้เป็นศัตรู เขาคือเบี้ยที่ถูกบังคับ ทว่าก่อนที่เธอจะเอ่ยปากบอกความจริง เสียงปรบมือแผ่วเบาแต่ก้องกังวานกลับดังขึ้นจากความมืดมิดในมุมอับของห้องสมุด อาจารย์ใหญ่มาคัสก้าวออกมาจากเงามืดด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่มันกลับทำให้เซเลสเทียรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง “ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แม่หนูน้อยอัจฉริยะ” มาคัสกวาดสายตามองทั้งสองคน “แต่ก็น่าเสียดาย... ที่ความรู้นี้มันหนักเกินกว่าเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเธอจะแบกรับได้” เขายกไม้กายสิทธิ์ขึ้น แสงสีม่วงดำเริ่มก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนพลังมหาศาล คาร์ลอสพยายามจะลุกขึ้นยืนขวางหน้าเซเลสเทีย แต่ร่างกายของเขากลับขยับไม่ได้ดั่งใจราวกับถูกคำสาปสะกดไว้ “คาร์ลอส! หนีไป!” เซเลสเทียตะโกนสุดเสียง แต่คาร์ลอสกลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความขอโทษและคำบอกลาที่ไร้เสียง มาคัสไม่ได้โจมตีเซเลสเทียโดยตรง แต่เขากลับร่ายเวทสลับมิติส่งผลให้เพดานของหอคอยเริ่มพังทลายลงมาเป็นวงกว้าง หนังสือต้องห้ามที่อยู่ในมือเซเลสเทียเกิดการตอบสนอง มันเริ่มสูบกลืนพลังชีวิตของเธอเพื่อเปิดผนึกหน้ากระดาษหน้าที่สี่สิบแปด ในเสี้ยววินาทีที่สติของเซเลสเทียเริ่มพร่าเลือน เธอเห็นคาร์ลอสตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาพุ่งเข้าหามาคัสพร้อมกับระเบิดพลังเวททั้งหมดในตัวจนกลายเป็นแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งห้องสมุด แสงนั้นสว่างจนมองไม่เห็นสิ่งใด และเมื่อฝุ่นควันจางลง เซเลสเทียพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องสมุดอีกต่อไป... รอบกายเธอมีเพียงความมืดมิดและกลิ่นอายเวทมนตร์ที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงกระซิบจากหนังสือในมือดังขึ้นข้างหูของเธอ... *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ทายาทผู้ถูกลืม”* และร่างของคาร์ลอส... ก็หายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น ขอขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันแสนซับซ้อนของเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากแอสทริดธาตุมนต์ค่ะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%