“วางแผนจะจบชีวิตฉันที่นี่หรือไง มาคัส?”
น้ำเสียงของเซเลสเทียไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่ฝังลึกอยู่ในแก่นวิญญาณ เธอยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวไปยังหอคอยต้องห้าม เบื้องหน้าของเธอคือเงาร่างสีดำสนิทห้าสายที่เคลื่อนที่ไร้เสียงราวกับกลุ่มควันพิษ พวกมันไม่มีร่องรอยของมนุษย์หลงเหลืออยู่—ไร้ลมหายใจ ไร้กลิ่นอายเวทมนตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่มันกลับแผ่รังสีแห่งการฆ่าฟันที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
คาร์ลอสที่ยืนเคียงข้างขยับกายบังเซเลสเทียไว้ครึ่งตัว มือของเขากระชับเข็มทิศเวทมนตร์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “พวกมันไม่ใช่ศิษย์ในโรงเรียน... และดูเหมือนจะไม่ใช่จอมเวททั่วไปด้วยนะเซเลสเทีย ดูตราประทับที่ข้อมือสิ นั่นมันสัญลักษณ์ของ 'เงาสังหาร' ที่ถูกลบไปจากตำราประวัติศาสตร์แล้ว”
เซเลสเทียไม่ได้ตอบ แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่เงาสีดำตัวหน้าสุดที่เริ่มขยับนิ้วอย่างเชื่องช้า วงแหวนเวทมนตร์สีม่วงหม่นก่อตัวขึ้นกลางอากาศ มันไม่ใช่เวทมนตร์สี่ธาตุที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือศาสตร์มืดที่กัดกินพลังชีวิตของทุกสิ่งที่สัมผัส
“คาร์ลอส... ถอยไป” เซเลสเทียเอ่ยเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ วงแหวนธาตุไฟสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวเธอ พร้อมกับม่านน้ำที่ก่อตัวเป็นกำแพงคุ้มกัน “เรื่องนี้ไม่ใช่ธุระของนาย ถ้าอาจารย์ใหญ่มาคัสต้องการคำตอบจากฉัน เขาก็ควรจะมาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ส่งหมาล่าเนื้อพวกนี้มา!”
ทันใดนั้น เงาสีดำทั้งห้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน ความเร็วของพวกมันเหลือเชื่อจนตาเปล่าแทบจะจับไม่ทัน เซเลสเทียหมุนตัวหลบคมมีดเวทมนตร์ที่เฉียดผ่านแก้มจนเป็นรอยเลือดซิบ เธอสวนกลับด้วยกระแสลมหมุนที่รุนแรงจนโถงทางเดินสั่นสะเทือน เสียงปะทะกันของเวทมนตร์ดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางหอคอย
“แรงไปนะเจ้าหญิง” หนึ่งในกลุ่มคนชุดดำส่งเสียงทุ้มต่ำผ่านหน้ากากเหล็ก “อาจารย์ใหญ่แค่บอกให้พาตัวเธอไป... ส่วนคนอื่นที่ขวางทาง ก็แค่เศษเนื้อที่ต้องกำจัด”
คาร์ลอสไม่รอช้า เขาดีดตัวออกไปพร้อมกลไกเวทมนตร์ในมือที่เปลี่ยนเป็นโล่เหล็กไหลขวางคมศรสีดำที่พุ่งเป้าไปที่หัวใจของเซเลสเทีย “เศษเนื้ออย่างฉันอาจจะทำให้นายฟันฟางหักได้เลยล่ะ!”
การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้น เซเลสเทียพบว่ากลุ่มคนชุดดำเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เวทมนตร์ แต่พวกมันคือ 'หุ่นเชิด' ที่ถูกลงอาคมควบคุมไว้ เธอเห็นรอยสักสัญลักษณ์รูปตาที่คอของพวกมันเต้นตุบๆ ตามจังหวะเวทมนตร์ของใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของหอคอย
*อาจารย์ใหญ่... ท่านกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?*
ความคิดของเธอหยุดชะงักเมื่อคนชุดดำหนึ่งในนั้นร่ายเวทมนตร์ธาตุดินแทรกซึมผ่านพื้นหิน หินแกรนิตพุ่งขึ้นมาราวกับเข็มพิษ หวังจะตรึงขาของเธอไว้ เซเลสเทียอาศัยความอัจฉริยะในการคำนวณเวทมนตร์ เธอกระโดดขึ้นกลางอากาศ หมุนตัวผสานพลังธาตุทั้งสี่เข้าด้วยกันในชั่วพริบตา—ไฟ ดิน ลม น้ำ หลอมรวมเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่รุนแรงจนระเบิดออกเป็นวงกว้าง
ตูม!
กำแพงหอคอยแตกร้าว เศษหินปลิวว่อน ฝุ่นควันปกคลุมไปทั่วทิศทาง กลุ่มคนชุดดำกระเด็นถอยไปคนละทิศละทาง แต่พวกมันก็ลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีความเจ็บปวด เซเลสเทียหอบหายใจรุนแรง เหงื่อเย็นผุดพรายตามไรผม
“คาร์ลอส! พวกมันเป็นหุ่นเชิด!” เซเลสเทียตะโกนบอกขณะที่เธอเริ่มร่ายคาถาสะกดจิตแบบย้อนกลับ “ต้องทำลายตราประทับที่คอของพวกมัน ไม่งั้นไม่มีวันหยุดพวกมันได้หรอก!”
“เข้าใจแล้ว!” คาร์ลอสพุ่งตัวเข้าใส่คนชุดดำที่ใกล้ที่สุด เขาใช้เวทมนตร์เปลี่ยนรูปโล่ให้กลายเป็นโซ่ตรวนเวทมนตร์รัดร่างศัตรูไว้ เซเลสเทียอาศัยจังหวะนั้นร่ายสายฟ้าขนาดจิ๋วพุ่งตรงไปยังตราประทับที่คอของมัน
เสียงแผดร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ใช่จากปากของมนุษย์ แต่เป็นเสียงแหลมสูงของพลังเวทที่แตกสลาย คนชุดดำตัวนั้นล้มฟุบลงและกลายเป็นกองขี้เถ้าในทันที
ทว่า... ในวินาทีที่ความได้เปรียบเริ่มเอนเอียงมาทางพวกเขา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ เงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยเงามืด แต่ดวงตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย
“ช่างน่าประทับใจจริงๆ เซเลสเทีย... การใช้ธาตุทั้งสี่สมดุลในวัยเพียงเท่านี้ มันคือพรสวรรค์ที่น่าเสียดายที่ต้องถูกทำลายทิ้ง” อาจารย์ใหญ่มาคัสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาสั่นไหวด้วยอำนาจบางอย่างที่มากกว่าเวทมนตร์ทั่วไป
เซเลสเทียและคาร์ลอสชะงักค้างทันที บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก มาคัสยกมือขึ้นช้าๆ และเพียงแค่เขากระดิกนิ้ว เวทมนตร์ล้อมรอบตัวพวกเขาก็เปลี่ยนสภาพไป พื้นหินใต้เท้าเซเลสเทียกลับกลายเป็นหลุมลึกที่ดูเหมือนก้นบึ้งของนรก
“เธอคิดจริงๆ หรือว่าหอคอยแห่งนี้มีไว้เพื่อเรียนรู้?” มาคัสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “มันมีไว้เพื่อเป็นกรงขัง... และวันนี้ กรงขังกำลังจะได้รับเหยื่อชิ้นใหม่ที่งดงามที่สุด”
ก่อนที่เซเลสเทียจะได้ขยับตัว มาคัสก็ดีดนิ้วเสียงดังสนั่น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นดินที่เธอเหยียบอยู่ก็ยุบตัวลงหายไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องของคาร์ลอสที่พยายามคว้ามือเธอไว้ไม่สำเร็จ และร่างของเซเลสเทียที่ร่วงหล่นลงสู่ส่วนลึกที่สุดของหอคอยที่ไม่มีใครเคยได้กลับขึ้นมา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความมืดมิดในหอคอยไปกับแอสทริดธาตุมนต์นะคะ
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 31
การซุ่มโจมตี
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!