บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 42

ภัยคุกคามในงานเต้นรำ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“หากท่านขยับเขยื้อนเพียงนิดเดียว... โซ่ตรวนแห่งธาตุที่รัดรอบลำคอของท่านจะบีบให้ขาดอากาศหายใจเสียก่อนที่เวทมนตร์บทใดจะถูกร่ายออกมาได้ทัน” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของเซเลสเทียไม่ได้ดังออกมาจากริมฝีปากของเธอ แต่ลอยละล่องผ่านกระแสจิตที่แฝงด้วยไอเวทสีคราม เธอรักษารอยยิ้มหวานหยดเอาไว้บนใบหน้า ขณะที่มือข้างหนึ่งวางอยู่บนแก้วแชมเปญคริสตัลท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับในงานเลี้ยงเต้นรำกลางโรงเรียนเวทมนตร์ คาร์ลอสที่ยืนอยู่เคียงข้างรับรู้ถึงความผิดปกติผ่านสัมผัสที่สั่นสะเทือนจากแหวนหินรูนบนนิ้ว เขาเบนสายตาไปทางอาจารย์ใหญ่มาคัสที่กำลังยืนสนทนากับเหล่าสภานักเรียนอยู่ไม่ไกล แม้ภายนอกชายชราผู้นั้นจะดูสุขุมและสง่างาม ทว่าเงาสะท้อนในแก้วไวน์ของเขากลับบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับว่าตัวตนที่แท้จริงภายใต้ชุดคลุมกำมะหยี่นั้นกำลังกรีดร้อง “เธอแน่ใจนะว่านั่นคือเขา?” คาร์ลอสกระซิบถามพลางจัดปกเสื้อสูท มือของเขาเตรียมพร้อมที่จะหยิบกลไกเวทมนตร์ขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ “ไม่ใช่เขา” เซเลสเทียตอบกลับด้วยสายตาที่กวาดมองไปทั่วห้องโถง “แต่เป็นสิ่งที่แฝงอยู่ในเงาของเขาต่างหาก... คาร์ลอส ดูที่พื้นสิ” คาร์ลอสเลื่อนสายตาลงต่ำ แสงไฟที่ควรจะตกกระทบลงบนพรมสีแดงหรูหรากลับไม่มีเงาของอาจารย์ใหญ่ทอดลงมา แต่มันกลับไปรวมตัวกันอยู่ด้านหลังของอัศวินพิทักษ์ที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ เงาของอัศวินผู้นั้นกำลังขยับเขยื้อนด้วยท่าทางที่ผิดธรรมชาติ—มันไม่ได้เลียนแบบท่าทางของผู้เป็นเจ้าของ แต่มันกำลัง ‘ชักใย’ ร่างกายของเขาราวกับหุ่นเชิด เสียงดนตรีวอลซ์ที่กำลังบรรเลงอย่างแช่มช้อยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองที่ผิดเพี้ยน จังหวะไวโอลินแหลมสูงจนผู้ร่วมงานเริ่มยกมือขึ้นปิดหู เซเลสเทียสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเวทมนตร์ต้องห้ามที่อบอวลไปทั่วงาน มันคือกลิ่นของกำมะถันและกลิ่นสาบของกระดาษเก่าแก่จากหอคอยต้องห้าม “งานเลี้ยงกำลังจะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะคะ” เซเลสเทียพึมพำ เธอปลดปล่อยละอองเวทมนตร์ธาตุลมเบาบางออกไปรอบตัว สร้างม่านพลังมองไม่เห็นที่ช่วยป้องกันการตรวจจับจากคนรอบข้าง ทันใดนั้น ร่างของอัศวินพิทักษ์ที่ถูกเงาชักใยก็ชักดาบสีเงินวาวออกมากลางฟลอร์เต้นรำ กรีดร้องด้วยเสียงที่ฟังดูไม่ใช่เสียงของมนุษย์ “เลือด... เลือดของจอมเวทที่มีตราประทับแห่งจุดเริ่มต้น... คือกุญแจเดียวที่จะเปิดประตูหอคอยทิศเหนือ!” ความโกลาหลระเบิดขึ้นในชั่วพริบตา แขกเหรื่อต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน แต่เซเลสเทียกลับพุ่งตัวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล เธอสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว สายลมหมุนวนก่อตัวเป็นใบมีดคมกริบเข้าปะทะกับดาบของศัตรู แรงปะทะทำให้กระจกบานใหญ่ในห้องโถงแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางเศษแก้วที่ลอยคว้าง เซเลสเทียเห็นร่างของอาจารย์ใหญ่มาคัสนิ่งค้างไป และดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท “อาจารย์ใหญ่ไม่ได้ถูกควบคุม” คาร์ลอสที่วิ่งตามมาสมทบตะโกนบอกขณะร่ายเวทกลไกสร้างกำแพงทองเหลืองกั้นผู้คนที่แตกตื่น “เขาคือ ‘รัง’ ของมันต่างหาก!” เซเลสเทียเบิกตากว้างเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย เงาที่คืบคลานออกมาจากหลังอาจารย์ใหญ่ไม่ได้ต้องการยึดร่างเขา แต่มันฝังรากเข้ากับวิญญาณของเขามานานนับปีเพื่อรอคอยโอกาสนี้ เงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของ ‘อสูรกายแห่งหอคอย’ ที่เคยปรากฏอยู่ในบันทึกโบราณที่เธอเคยอ่าน “หนีไปไม่ได้หรอก เซเลสเทีย” เสียงของอาจารย์ใหญ่ดังแทรกออกมา แต่มันเป็นเสียงประสานที่น่าขนลุก “กุญแจอยู่ในสายเลือดของเจ้า และวันนี้... ข้าจะปลดล็อกมันด้วยคมดาบของเจ้าเอง” เขายื่นมือออกมา มือข้างนั้นไม่ใช่เนื้อมนุษย์อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกรงเล็บเหล็กกล้าที่เต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์ต้องห้าม เซเลสเทียรวบรวมพลังสี่ธาตุไว้ในฝ่ามือ เธอรู้ดีว่าหากใช้พลังทั้งหมดตอนนี้ โรงเรียนแห่งนี้อาจไม่เหลือซาก แต่หากไม่ทำ ทุกคนที่นี่รวมถึงคาร์ลอสจะกลายเป็นเหยื่อของเงาสีดำนี้ เธอตัดสินใจในวินาทีนั้นเอง วงเวทสีทองสว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเธอ แต่ก่อนที่เธอจะได้ปลดปล่อยพลังตัดสิน อสูรกายเงากลับพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายลม ทว่าสิ่งที่หยุดมันเอาไว้ไม่ใช่เวทมนตร์ของเธอ แต่เป็นชายในชุดคลุมสีเทาที่ก้าวออกมาจากเงามืดหลังเสาหิน เขาคว้ากรงเล็บนั้นไว้ด้วยมือเปล่า ก่อนจะหันมามองเซเลสเทียด้วยแววตาที่เธอคุ้นเคยอย่างประหลาด “บทเรียนที่สำคัญที่สุดในหอคอยอาถรรพ์... คืออย่าเชื่อแม้แต่เงาที่อยู่ใต้เท้าของตัวเอง” เขาเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบก่อนจะกระชากหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ออกมา และสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น... ไม่ใช่ใบหน้าของอาจารย์ใหญ่มาคัส แต่เป็นใบหน้าที่เหมือนกับเซเลสเทียทุกประการ! เงาในกระจกที่เธอเคยเห็น... บัดนี้มันก้าวออกมามีตัวตนจริงๆ แล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่บีบหัวใจที่สุดในค่ำคืนนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%