“ถ้าคิดว่าการลอบโจมตีด้วยไอมนตราอาบยาพิษจะทำให้ข้าหยุดหายใจได้ เจ้าก็ประเมินค่าพลังของข้าต่ำเกินไปแล้วนะคะ”
เซเลสเทียเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดินชั้นที่เจ็ดของหอคอยต้องห้าม เสียงรองเท้าบูทหนังของเธอขยับเพียงเล็กน้อยบนพื้นหินเย็นเยียบ ไอเวทสีครามที่อบอวลรอบตัวสะท้อนกับผนังหินที่สั่นสะเทือนจากแรงปะทะก่อนหน้า
ตรงหน้าของเธอคือ 'วาลคอส' ชายร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากากเหล็กฉลุลายเถาไม้เลื้อยที่ดูผิดธรรมชาติ มือขวาของมันกุมกริชสีเงินวาววับที่หยดหยาดของเหลวสีม่วงคล้ำออกมาเป็นระยะ กลิ่นเหม็นไหม้ของเวทมนตร์ต้องห้ามตลบอบอวลอยู่ในอากาศ
วาลคอสไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา มันเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อย กริชในมือกรีดผ่านอากาศเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำทมิฬที่ฉีกกระชากมิติรอบข้าง เซเลสเทียไม่ได้ถอยหนี เธอสูดลมหายใจลึก รับรู้ถึงกระแสมานาทั้งสี่ธาตุที่หมุนวนอยู่ในแก่นพลังของเธอ
“เจ้าทำงานให้มาคัส... เพราะความภักดี หรือเพราะมันกุมโซ่ตรวนที่ผูกมัดวิญญาณเจ้าไว้กันแน่คะ?” เซเลสเทียถามพลางขยับนิ้วมือ เวทสายลมหมุนวนเป็นวงแหวนคมกริบที่ปลายนิ้ว
“คำถามของเจ้า... ไร้ค่าพอๆ กับชีวิตของเจ้าในตอนนี้” วาลคอสพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เงาร่างของมันแยกออกเป็นสามสาย พุ่งเข้าหาเธอจากทุกทิศทาง
เซเลสเทียเบิกตากว้าง สัญชาตญาณอัจฉริยะทำงานเร็วกว่าความคิด เธอดีดตัวขึ้นกลางอากาศ ผสานเวทดินสร้างโล่ผลึกหนาทึบขึ้นรองรับแรงกระแทกจากกริชเล่มแรก เสียงโลหะปะทะหินดังก้องไปทั่วหอคอย แรงสั่นสะเทือนทำให้เศษหินร่วงกราวลงมา แต่เธอยังไม่หยุดแค่นั้น มือซ้ายของเธอสะบัดออก ปล่อยกระแสเวทอัคคีที่ร้อนแรงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเข้าปะทะกับเงาร่างที่สอง
ทว่าวาลคอสกลับเร็วกว่าที่คาด มันทิ้งร่างลวงตาแล้วหมุนตัวกลับมาด้านหลังเธอ กริชเล่มนั้นพุ่งตรงมาที่จุดตายบริเวณต้นคอ
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟ คาร์ลอสที่โผล่มาจากเงามืดด้านหลังใช้กลไกเวทมนตร์ขัดขวางการโจมตีนั้นไว้ได้ทันเวลา “อย่าคิดจะแตะต้องตัวเธอ ถ้ายังไม่ได้ข้ามศพข้าไปก่อน!”
“คาร์ลอส! ถอยไป มันไม่ใช่เวทมนตร์ทั่วไป!” เซเลสเทียตะโกนบอก พร้อมกับผนึกกำลังธาตุน้ำและดินเข้าด้วยกัน สร้างพันธนาการกักขังวาลคอสไว้ในคุกผลึกความดันสูง
ทว่าสิ่งที่น่าขนลุกคือ วาลคอสไม่ได้ดิ้นรน มันกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าราวกับเสียงใบไม้แห้งเสียดสีกัน “พวกเจ้ายังไม่รู้อะไรเลย... หอคอยนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อกักขังพวกเจ้า แต่ถูกสร้างมาเพื่อ ‘กลืนกิน’ ต่างหาก”
ทันใดนั้น หน้ากากของวาลคอสก็แตกออก เผยให้เห็นดวงตาที่ไร้แววตาและผิวหนังที่แปรสภาพเป็นสีเทาหม่น มันไม่ใช่คน แต่มันคือ ‘ตุ๊กตาเวท’ ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของคนร้ายตัวจริงที่ซ่อนอยู่หลังเงามืดของอาจารย์ใหญ่มาคัส
เซเลสเทียรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชิงไหวชิงพริบ แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีตเพื่อทดสอบขีดจำกัดพลังของเธอ
“คาร์ลอส ดูที่พื้นนั่น!” เธอชี้ไปที่ตราประทับบนพื้นหินที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อเลือดของวาลคอสหยดลงไป มันคือสัญลักษณ์ของการ ‘ถ่ายโอนพลัง’
คาร์ลอสมองตราประทับนั้นด้วยความตระหนก “นี่มัน... วงเวทดูดกลืนมานา! เซเลสเทีย ออกมาเดี๋ยวนี้!”
“สายไปแล้วค่ะ” เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องบน ไม่ใช่วาลคอส แต่เป็นอาจารย์ใหญ่มาคัสที่ยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง “การทดลองขั้นที่สี่สิบสาม... เริ่มต้นขึ้นแล้ว และข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ เซเลสเทีย”
เซเลสเทียก้มลงมองมือของตัวเอง พลังเวทสี่ธาตุในกายเริ่มไหลออกไปตามตราประทับบนพื้นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามดึงพลังกลับมาแต่กลับพบว่า ยิ่งขัดขืนเธอกลับยิ่งดึงรั้งความมืดเข้าหาตัว
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในจิตใจของเธอ—เป็นเสียงของแม่ผู้ล่วงลับที่เธอมักจะได้ยินยามตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
‘ลูกรัก... อย่าต้านทานความมืด แต่จงกลายเป็นความมืดที่ส่องสว่าง’
เซเลสเทียตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เธอหลับตาลง ปล่อยให้เวทมนตร์สี่ธาตุที่เคยสมดุลแตกกระจายออกและหลอมรวมกันใหม่ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้า พื้นหอคอยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนคาร์ลอสต้องถอยกรูดไปด้านหลัง ทว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้ามาคัสไม่ใช่ร่างที่หมดแรง แต่เป็นกระแสพลังงานมหาศาลที่ฉีกกฎเกณฑ์เวทมนตร์ทั้งหมดในโรงเรียนนี้
เซเลสเทียลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นสีปกติอีกต่อไป แต่กลับเรืองรองด้วยประกายสีทองที่น่าเกรงขาม “ท่านอาจารย์คะ... เกมที่ท่านสร้างขึ้นมานี้ มันจบลงตั้งแต่วินาทีที่ท่านคิดจะดึงพลังของข้าไปใช้แล้วค่ะ”
เมื่อสิ้นคำพูดของเธอ หอคอยทั้งหอคอยก็พลันมืดสนิทไปชั่วขณะ ก่อนที่กำแพงหินแกร่งจะเริ่มร้าวและแตกละเอียดเป็นผุยผงเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังห้องลับ—ไม่ใช่สมบัติ ไม่ใช่ตำรา แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่วางอยู่บนแท่นพิธี
ภาพนั้นคือรูปของเซเลสเทียในวัยเด็กที่ยืนอยู่ข้างมาคัส... ในฐานะพ่อลูก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับเซเลสเทียในทุกๆ ตอนนะคะ แอสทริดธาตุมนต์จะรอพบทุกท่านในตอนถัดไปค่ะ
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 43
การเผชิญหน้าครั้งที่สอง
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!