"ถอยออกไปจากวงเวทเดี๋ยวนี้ คาร์ลอส!"
เซเลสเทียตวาดก้อง เสียงของเธอสั่นพร่าท่ามกลางเสียงสั่นสะเทือนของหอคอยต้องห้ามที่ดูเหมือนกำลังจะถล่มลงมาทับถมพวกเขาทั้งสองคน เธอตวัดมือซ้ายสร้างโล่ลมคุ้มกันเบื้องหน้า ขณะที่มือขวากำคทาไม้โอ๊กแน่นจนนิ้วซีดเผือด
คาร์ลอสไม่ได้ตอบโต้อย่างที่เคยทำ เขายืนนิ่งอยู่กลางวงแหวนเวทสีม่วงอมดำที่เขาวาดขึ้นด้วยของเหลวสีเข้มที่ดูคล้ายเลือด—หรืออาจจะเป็นสารประกอบเวทมนตร์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จัก แววตาของเขาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอบอุ่นดั่งผืนป่า บัดนี้กลับกลายเป็นสีเทาไร้ชีวิต มันว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว
"เธอไม่เข้าใจหรอก เซเลสเทีย" เสียงของเขาเรียบสนิท เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ "แผนผังของหอคอยนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกักขัง แต่มันมีไว้เพื่อ 'แก้ไข' สิ่งที่ผิดพลาด... และฉันคือนักซ่อมแซมคนนั้น"
เขายกมือขึ้นปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าเวทมนตร์สีแดงฉานเข้าปะทะกับโล่ลมของเธออย่างรุนแรงจนเซเลสเทียต้องถอยกรูดไปติดผนังหินเย็นเยียบ รอยร้าวปรากฏบนโล่เวทมนตร์ของเธอทันที ความร้อนแรงของสายฟ้าเวทมนตร์นั้นกัดกินพลังธาตุลมของเธอราวกับน้ำกรด
"นี่ไม่ใช่ตัวคุณ! คาร์ลอส มองหน้าฉันสิ! ใครเป็นคนสั่งให้คุณทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้?" เธอพยายามตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของกลไกหอคอยที่เริ่มหมุนวนด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
คาร์ลอสไม่ฟัง เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอ ช้าๆ ทว่ามั่นคง ทุกก้าวย่างของเขาทำให้พื้นหินสั่นสะเทือนราวกับมีพลังงานมหาศาลกดทับอยู่ "อาจารย์ใหญ่มาคัสไม่ได้สั่ง... ท่านแค่เปิดดวงตาของฉันให้เห็นว่า 'สมดุล' ที่แท้จริงต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง"
"สมดุลคือการทำลายความทรงจำของเพื่อนตัวเองน่ะหรือคะ?" เซเลสเทียกัดฟันกรอด เธอเปลี่ยนกระแสพลังจากลมเป็นดิน สร้างกำแพงหนาขึ้นกั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงการสั่นไหวในจิตใต้สำนึก มือของเขาเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขาพยายามจะร่ายเวทบทต่อไป
เขากุมขมับ ร้องออกมาเบาๆ ราวกับกำลังทรมานจากการถูกบีบคั้นของเวทมนตร์บางอย่างในหัวสมอง "หยุด... ฉันต้องทำ... เพื่อหอคอย... เพื่อความบริสุทธิ์ของโรงเรียน..."
เซเลสเทียอาศัยจังหวะนั้นก้าวออกมาจากหลังกำแพงดิน เธอรวบรวมพลังธาตุน้ำเป็นเส้นเชือกยาวมุ่งหมายจะพันธนาการร่างของคาร์ลอสไว้ แต่ทันใดนั้น เขากลับเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเทาคู่เดิมของเขาบัดนี้มีละอองสีดำไหลวนอยู่ภายใน ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง เขาหันมาหาเธอด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ไม่ใช่รอยยิ้มของคาร์ลอสเพื่อนสนิทของเธอ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่อยู่เหนือการควบคุม
"เธอกำลังทำให้งานของฉันล่าช้านะ เซเลสเทีย" เขาพูดเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะใช้นิ้วชี้วาดกลางอากาศเป็นสัญลักษณ์เวทห้ามเลือด "กฎของโรงเรียนข้อที่สิบสาม... การขัดขวางการชำระล้าง ต้องได้รับโทษด้วยการกักขังชั่วนิรันดร์"
ทันใดนั้น โซ่ตรวนสีดำทมิฬก็พุ่งออกมาจากพื้นหินพันธนาการข้อเท้าและข้อมือของเธอไว้แน่น เซเลสเทียพยายามเรียกพลังธาตุไฟเพื่อเผาไหม้โซ่ แต่ละอองสีดำนั้นกลับดูดกลืนพลังของเธอเข้าไปจนหมดสิ้น
"คาร์ลอส... ถ้าคุณทำแบบนี้ เราจะไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลยนะคะ" เธอพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง หวังจะแตะต้องความทรงจำที่อาจจะยังเหลืออยู่ลึกๆ ในใจเขา
คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขารดหน้าผากเธอ เขายื่นมือมาแตะคางเธอเบาๆ ราวกับจะทะนุถนอม แต่ในวินาทีนั้นเอง เขาก็เหลือบไปมองเงาของใครบางคนที่ทอดยาวมาจากความมืดมิดในซอกตึกด้านหลัง
เงาสูงโปร่งที่คุ้นเคยในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์ใหญ่มาคัสก้าวออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม คาร์ลอสลดมือลงทันทีและถอยหลังไปก้มศีรษะให้ผู้มาใหม่ราวกับทาสที่ภักดีที่สุด
"เด็กดี..." เสียงของมาคัสดังขึ้นก้องหอคอย "ตอนนี้จัดการกับ 'ตัวแปรที่ไม่ต้องการ' คนนี้ให้จบสิ้นเสียที คาร์ลอส... แล้วความลับของหอคอยแห่งนี้จะเป็นของเธอเพียงผู้เดียว"
คาร์ลอสขานรับด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก เขาหันกลับมาหาเซเลสเทียอีกครั้ง คราวนี้ในมือของเขามีใบมีดสีเงินวาววับที่สลักอักขระเวทต้องห้ามเอาไว้ และเขากำลังก้าวตรงเข้ามาด้วยเจตนาที่ชัดเจนว่าต้องการจะพรากชีวิตของเพื่อนรักไปตลอดกาล
ขอบพระคุณที่ร่วมดำดิ่งลงไปในความมืดมิดของหอคอยอาถรรพ์และร่วมเป็นกำลังใจให้เซเลสเทียในตอนนี้นะคะ
แอสทริดธาตุมนต์
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 27
คาร์ลอสในความมืด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!