บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 26

พิษร้ายแห่งวารี

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“ถ้าขืนเธอยังพยายามกรองน้ำนั่นด้วยเวทมนตร์สายลมอีกครั้ง ร่างกายของเธอก็คงกลายเป็นศพเฝ้าหอคอยไปจริงๆ แล้วล่ะ เซเลสเทีย” คาร์ลอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น หากแต่แฝงด้วยความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด มือหนาคว้าข้อมือของเด็กสาวไว้มั่น ในขณะที่ปลายนิ้วของเซเลสเทียกำลังสั่นระริกเหนืออ่างแก้วบรรจุน้ำใสสะอาดที่ดูไร้พิษภัย หากแต่กลิ่นอายความตายที่ลอยคละคลุ้งกลับบอกความจริงที่ต่างออกไป เซเลสเทียขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นดุจน้ำแข็งยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายแววหงุดหงิด เธอสะบัดข้อมือออกอย่างไม่ใยดีก่อนจะใช้นิ้วแตะที่ผิวหน้าของน้ำเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบจนผิดปกติทำให้เธอชะงัก “มันไม่ใช่สารพิษทั่วไป คาร์ลอส” เสียงของเธอแหบพร่า “มันคือเศษเสี้ยวของ 'น้ำตาอาถรรพ์' ที่ไหลเวียนอยู่ในหอคอยต้องห้าม... ใครบางคนจงใจผสมมันลงในแหล่งน้ำของหอพักนักเรียน” “น้ำตาอาถรรพ์?” คาร์ลอสทวนคำ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที “นั่นเป็นสิ่งต้องห้ามที่มีเพียงอาจารย์ใหญ่มาคัสเท่านั้นที่เข้าถึงคลังเก็บรักษาได้ เธอจะบอกว่าคนผู้นั้น...” “อย่าเพิ่งสรุป” เซเลสเทียขัดขึ้น พลางลุกขึ้นยืนด้วยอาการหน้ามืดเล็กน้อย เธอประคองตัวเองไว้กับโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ในห้องทดลองลับ สายตาจับจ้องไปที่วงจรเวทมนตร์ที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้จากก้นอ่าง “ดูนี่สิ ร่องรอยการสลักรูนบนอ่างน้ำนี้ ไม่ใช่ฝีมือของคนจากหอคอย ต้องเป็นคนที่คุ้นเคยกับการควบคุมกลไกเวทมนตร์เป็นอย่างดี” คาร์ลอสขยับเข้ามาใกล้ แสงไฟสีนวลจากตะเกียงเวทมนตร์ส่องให้เห็นตราสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้คราบตะกรันสีเข้ม มันไม่ใช่รูนทั่วไป แต่มันคือตราประทับของ ‘ตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูง’ ที่ควรจะสาบสูญไปแล้ว “ตราสัญลักษณ์ของตระกูลวาลีเรียส...” คาร์ลอสพึมพำ “แต่ตระกูลนั้นถูกกวาดล้างไปตั้งแต่ก่อนที่พวกเราจะเข้าเรียนเสียอีก ทำไมตรานี้ถึงมาปรากฏที่นี่ได้ล่ะ?” เซเลสเทียไม่ได้ตอบทันที เธอหยิบขวดแก้วใบเล็กขึ้นมาบรรจุน้ำพิษนั้นด้วยความระมัดระวัง จิตใต้สำนึกของเธอเตือนถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทุกย่างก้าวในหอคอยแห่งนี้เหมือนการเดินบนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกเมื่อ ความโดดเดี่ยวที่เธอพยายามแบกรับไว้เริ่มหนักอึ้งขึ้นในอก เมื่อเธอตระหนักว่าศัตรูไม่ได้มีเพียงแค่ ‘คนนอก’ แต่เป็นความทรงจำที่บิดเบี้ยวของโรงเรียนแห่งนี้เอง “คาร์ลอส นายต้องไปที่หอสมุดต้องห้าม” เซเลสเทียหันมาสบตาเขาด้วยสายตาที่จริงจัง “ค้นหาบันทึกการเบิกจ่ายสารเคมีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นชื่อของอาจารย์คนไหน หรือแม้แต่ชื่อของนักเรียนทุนที่ได้รับสิทธิ์พิเศษให้เข้าถึงชั้นใต้ดิน” “แล้วเธอล่ะ?” “ฉันจะไปที่ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่มาคัส” เธอกล่าวคำนั้นออกมาอย่างไม่ลังเล แม้คาร์ลอสจะทำหน้าเหมือนเห็นผี “ถ้าหากท่านต้องการให้พวกเราตายด้วยพิษนี้ ท่านคงไม่ปล่อยให้มันทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจนขนาดนี้หรอก... บางที 'คนทรยศ' อาจจะอยู่ใกล้กว่าที่พวกเราคิด” ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวออกจากห้องทดลอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ทั้งคู่หยุดชะงัก เซเลสเทียรีบดับไฟจากตะเกียงเวทมนตร์ทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องจนแทบมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านช่องประตูเข้ามา กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานโบราณที่คุ้นเคยทำให้นิ้วของเซเลสเทียกระตุกด้วยความตื่นตัว นั่นไม่ใช่กลิ่นของอาจารย์ใหญ่มาคัส แต่มันคือกลิ่นของ ‘อาจารย์เอลาร่า’ ผู้สอนวิชาปรุงยาที่ทุกคนต่างเคารพรัก เงาร่างนั้นหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทดลองก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ชวนให้ขนลุก “เซเลสเทีย... เธออยู่ที่นั่นใช่ไหมจ๊ะ? ฉันได้ยินว่านักเรียนที่น่ารักของฉันกำลังตามหาความจริงเกี่ยวกับน้ำที่ปนเปื้อนพิษอยู่... ช่างเป็นเด็กที่ขยันหมั่นเพียรเหลือเกิน” คาร์ลอสขยับจะก้าวออกไปขวาง แต่เซเลสเทียคว้าแขนเขาไว้แน่นพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ในความมืด มืออีกข้างของเธอรวบรวมพลังเวทมนตร์ธาตุวารีไว้ที่ปลายนิ้วอย่างเงียบเชียบ หากแต่ในจังหวะที่อาจารย์เอลาร่ากำลังจะผลักประตูเข้ามานั้นเอง เซเลสเทียกลับสังเกตเห็นบางอย่างผ่านรอยแยกของบานประตู มือของอาจารย์เอลาร่าที่วางบนลูกบิดประตูไม่ได้สวมถุงมือหนังเหมือนปกติ หากแต่มันคือ ‘กรงเล็บเหล็กกล้า’ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ผิวหนังมนุษย์ที่ดูแนบเนียน และที่สำคัญที่สุด... ที่ข้อมือของอาจารย์ผู้นั้น มีรอยสักรูปตราประทับของตระกูลวาลีเรียสที่เพิ่งพบในอ่างน้ำ ประทับอยู่อย่างชัดเจน เอลาร่าเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำท่ามกลางความสลัว “ในเมื่อเธอก็อยากรู้ความลับของหอคอยนัก... งั้นฉันจะพาเธอไปดูให้เห็นกับตา ว่าน้ำที่ปนเปื้อนพิษจริงๆ มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร” ประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับกลิ่นไอของพิษร้ายที่พุ่งเข้าใส่เซเลสเทียและคาร์ลอสจนตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางวิกฤตการณ์นี้ สิ่งที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่การเผชิญหน้ากับศัตรู แต่เป็นภาพของอาจารย์ใหญ่มาคัสที่ก้าวเดินตามหลังเอลาร่าเข้ามาด้วยท่าทีนิ่งเฉย พร้อมกับคำพูดที่ทำให้หัวใจของเซเลสเทียแทบหยุดเต้น “อย่าได้ขัดขวางนางเลย เซเลสเทีย... เพราะคนที่เทพิษลงในอ่างน้ำนั้นด้วยมือของตัวเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ‘คนใกล้ตัว’ ที่เธอไว้ใจที่สุดต่างหากล่ะ” แล้วสายตาทุกคู่ก็หันมาจับจ้องที่คาร์ลอส ซึ่งกำลังยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหลังเซเลสเทีย... ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาอันดำมืดและหักมุมในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%