บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 25

ภัยเงียบในคาบเรียน

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“นั่นไม่ใช่การตอบสนองของมานาที่ปกติ... คาร์ลอส ดูเส้นเลือดที่ขมับของเขาสิ มันกำลังเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ” เซเลสเทียกระซิบเสียงต่ำพลางดึงมือกลับจากการสัมผัสข้อมือเพื่อนร่วมชั้นที่ฟุบลงกับโต๊ะเรียนไม้โอ๊ค กลิ่นอายจางๆ ของกำมะถันและสนิมเหล็กโชยออกมาจากร่างกายของเด็กหนุ่มผู้โชคร้าย แม้จะเป็นคาบเรียนประวัติศาสตร์เวทมนตร์ที่น่าเบื่อหน่าย แต่บัดนี้บรรยากาศในห้องเรียนระดับสูงกลับกดดันจนแทบหยุดหายใจ คาร์ลอสขยับแว่นสายตาเลนส์คริสตัลของเขา ดวงตาสีไพลินฉายแววเคร่งเครียดเกินกว่าเด็กวัยรุ่นทั่วไป “ไม่ใช่แค่คนเดียว เซเลสเทีย... ดูที่แถวหลังนั่นสิ เอลร่าก็เริ่มไอเป็นเลือดแล้ว” เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้องเรียน อาจารย์ผู้สอนซึ่งเป็นจอมเวทชราพยายามโบกไม้คทาเพื่อร่ายเวทป้องกัน แต่กลับกลายเป็นว่าละอองสีม่วงที่ลอยออกมาจากตัวเด็กที่ล้มป่วยนั้น กลับดูดกลืนพลังเวทของอาจารย์ไปจนสิ้น ประหนึ่งเชื้อร้ายที่กินมานาเป็นอาหาร “อย่ายุ่งกับพวกเขา!” เซเลสเทียตะโกนลั่น เธอไม่ได้ใช้พลังเวทพร่ำเพรื่อ แต่ดวงตาของเธอเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น... เส้นใยสีดำมืดที่เชื่อมโยงระหว่างตัวนักเรียนที่ป่วย กับช่องว่างระหว่างมิติที่เปิดออกเพียงเล็กน้อยบนเพดานห้องเรียน “มันเป็นเวทสาปแช่งสายดึกดำบรรพ์... มาจากหอคอยต้องห้าม” เธอพึมพำขณะคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาออกมาจดข้อมูลอย่างรวดเร็ว มือที่ถือปากกาขนนกสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโกรธแค้น “ใครบางคนกำลังใช้พวกเราเป็นหนูทดลอง” คาร์ลอสขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ “มาคัสเพิ่งประกาศเมื่อเช้าว่าหอคอยต้องห้ามมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นขึ้น แล้วความชั่วร้ายพวกนี้จะหลุดรอดออกมาได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะคนข้างในเป็นคนเปิดประตูให้มัน?” เซเลสเทียไม่ตอบ เธอใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่หน้าต่างบานใกล้ตัว พลังสี่ธาตุในกายหมุนวนเพื่อสร้างม่านกั้นบางๆ ไม่ให้ละอองสีม่วงนั้นขยายวงกว้าง เธอสังเกตเห็นว่านักเรียนที่ป่วยแต่ละคนล้วนเป็นผู้ที่มีสายเลือดจอมเวทระดับสูงทั้งสิ้น มันไม่ใช่โรคระบาด แต่มันคือ ‘การคัดกรอง’ “คาร์ลอส นายจำที่อาจารย์ใหญ่มาคัสพูดในงานเลี้ยงต้อนรับได้ไหม?” เซเลสเทียเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบมองไปยังรูปภาพของอาจารย์ใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าห้องเรียน “เขาบอกว่าเวทมนตร์ที่แท้จริงต้องแลกมาด้วยความเสียสละ... ดูเหมือนว่าตอนนี้ เขาคงตัดสินใจเลือกผู้เสียสละเหล่านั้นแล้ว” ทันใดนั้น เสียงประตูไม้บานยักษ์ของห้องเรียนถูกกระชากออกอย่างแรง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์ใหญ่มาคัสปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศรอบตัวเขาราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลที่กดทับทุกคนให้สยบลงกับพื้น “ดูเหมือนพวกเธอจะมีความสงสัยที่ยังไม่ได้รับคำตอบนะ เซเลสเทีย” มาคัสก้าวเข้ามา ใจกลางของละอองสีม่วงที่แพร่กระจายอยู่ เขากลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ซ้ำยังดูเหมือนมันจะโคจรล้อมรอบตัวเขาประหนึ่งภัคดี เซเลสเทียก้าวออกมาข้างหน้า ร่างเล็กของเธอเผชิญหน้ากับอำนาจมืดอย่างไม่หวั่นเกรง “นี่ไม่ใช่โรคระบาดทั่วไป แต่มันคือเวท ‘กลืนกินวิญญาณมานา’ ท่านอาจารย์... ท่านปล่อยให้มันหลุดออกมาเพื่อเป้าหมายอะไรกันแน่?” มาคัสหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก เขาก้มลงมองเด็กหนุ่มที่นอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น ก่อนจะหันมามองเซเลสเทียด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ความรู้ที่ไร้การทดสอบ ก็เป็นเพียงแค่ลมปากนะเซเลสเทีย... และถ้าหากอยากจะรู้ความจริงนักล่ะก็...” เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ละอองสีม่วงเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเพื่อนร่วมชั้นอีกห้าคนพร้อมกัน จนพวกเขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ดังไปถึงกระดูกดำ “ไปที่หอคอยต้องห้ามในคืนนี้สิ ถ้าเธอแน่จริง... แล้วฉันจะเปิดเผยความลับที่ครอบครัวของเธอทิ้งไว้ให้ ก่อนที่พวกเขาจะตายด้วยน้ำมือของสิ่งที่เธอกำลังพยายามปกป้องอยู่ตอนนี้” มาคัสหันหลังกลับ ทิ้งให้เซเลสเทียยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางเสียงโอดครวญของผู้ที่กำลังถูกกัดกินพลังชีวิต คาร์ลอสคว้าแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นเตือนให้เธอรู้ว่าสถานการณ์นี้อันตรายเกินกว่าจะก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว แต่ก่อนที่อาจารย์ใหญ่จะก้าวพ้นประตูไป เขาก็หยุดชะงักและหันกลับมาส่งยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเซเลสเทียแทบแข็งเป็นน้ำแข็ง “อ้อ... เกือบลืมไป ในหอคอยคืนนี้ ไม่ได้มีแค่เธอสองคนหรอกนะ เพราะคนที่แอบฟังพวกเธอคุยกันอยู่หลังตู้หนังสือเล่มนั้น... ก็ดูเหมือนจะมีความลับที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว” เซเลสเทียหันขวับไปยังเงามืดหลังตู้หนังสือ ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้น พร้อมกับไอเวทสีขาวบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากของทุกคนที่เธอเคยรู้จัก และทันทีที่ใบหน้านั้นปรากฏชัดภายใต้แสงสลัว เซเลสเทียก็ต้องหยุดหายใจ... เพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เธอเห็นในบันทึกของพ่อว่า ‘ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน’ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาอันดำมืดในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%