บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 24

หลักฐานชิ้นที่สอง

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"หยิบมันขึ้นมาสิเซเลสเทีย... อย่าให้ความกลัวมาสั่นคลอนมือของเธอในตอนนี้" เสียงกระซิบของคาร์ลอสแผ่วเบาราวกับสายลมที่ลอดผ่านช่องโหว่ของหินปูนในหอคอยต้องห้าม ทว่าสำหรับฉัน มันดังก้องราวกับเสียงระฆังยามวิกาล ในมือของฉันสั่นเทาขณะที่พยายามประคองเข็มกลัดโลหะสีเงินหมองคล้ำที่พบซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระเบื้องปูพื้นหินอ่อนชั้นที่เจ็ด แสงจากคทาเวทมนตร์ธาตุลมของฉันสั่นไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ฉันใช้ปลายนิ้วสัมผัสสลักลวดลาย 'มังกรคาบศัสตรา' อันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลเวนเดล กลิ่นอายจางๆ ของเวทมนตร์ธาตุดินที่เคยโอบอุ้มเข็มกลัดชิ้นนี้ไว้ยังคงหลงเหลืออยู่... กลิ่นที่ฉันจำได้แม่นยำ ไม่ใช่เพียงเพราะมันเป็นตราประจำตระกูล แต่มันคือกลิ่นกายของ 'เอ็ดเวิร์ด' พี่ชายที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของหอคอยแห่งนี้เมื่อสามปีก่อน "ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่" ฉันพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง "พี่บอกฉันว่าเขาจะไปที่หอสมุดหลวง ไม่ใช่หอคอยที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา" คาร์ลอสขยับตัวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากกลไกเวทมนตร์ในมือเขาเผยให้เห็นใบหน้าที่เคร่งเครียด "เซเลสเทีย มองดูด้านหลังเข็มกลัดสิ มีรอยขีดข่วนที่ไม่ได้เกิดจากกาลเวลา แต่มันคือสัญลักษณ์เวทมนตร์ที่ถูกจงใจทำขึ้น" ฉันพลิกเข็มกลัดกลับด้าน หัวใจแทบหยุดเต้น รอยขีดข่วนเล็กๆ สามจุดเรียงตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ—สัญลักษณ์ของ 'กุญแจผนึกระดับสูง' ที่มีเพียงอาจารย์ใหญ่มาคัสเท่านั้นที่ครอบครองความรู้เรื่องนี้ ความจริงที่ชวนสะอิดสะเอียนเริ่มก่อตัวในใจ ราวกับพิษที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือด พี่ชายของฉันไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุหรือความโง่เขลา แต่เขาถูกล่อลวงหรืออาจจะถูกกำจัดเพราะล่วงรู้สิ่งที่มาคัสพยายามซ่อนไว้ "เธอคิดว่าเขาโดนจับขังไว้ หรือ..." คาร์ลอสเว้นจังหวะ สายตาคมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาของฉัน "หรือว่าหอคอยนี้ไม่ใช่สถานที่ศึกษา แต่เป็นสุสานของเหล่าจอมเวทที่รู้มากเกินไป" "ถ้ามันคือสุสาน พี่ฉันก็ต้องยังอยู่ที่นี่" ฉันตอบเสียงแข็ง ข่มความสั่นไหวในน้ำเสียง "คาร์ลอส เธอช่วยตรวจสอบร่องรอยเวทมนตร์ตกค้างรอบๆ รอยแตกนี้ที ฉันจะลองใช้เวทมนตร์ธาตุแสงดูว่ามีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่ไหม" บรรยากาศรอบข้างกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบในหอคอยเหมือนกับมีชีวิต มันพร้อมจะกลืนกินเราทั้งคู่หากเราก้าวพลาดเพียงนิดเดียว ฉันรวบรวมสมาธิ ปล่อยให้พลังเวทมนตร์สี่ธาตุหมุนวนอยู่ในร่างอย่างสมดุล ก่อนจะรวบรวมธาตุแสงไว้ที่ปลายนิ้ว แสงนวลตาสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นไอหมอกสีดำจางๆ ที่เกาะกลุ่มอยู่บนพื้น มันไม่ใช่เวทมนตร์ปกติ แต่มันคือเวทมนตร์ที่ถูกดัดแปลงด้วยความแค้นและอำนาจมืด ในวินาทีที่แสงของฉันกระทบเข้ากับไอหมอกนั้น เงาสีดำสนิทก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง มันคือภาพสะท้อนของเหตุการณ์ในอดีต ภาพชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นตา—เอ็ดเวิร์ด กำลังยืนเผชิญหน้ากับใครบางคนที่สวมผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนก แต่สิ่งที่ทำให้ฉันแทบกรีดร้องออกมาคือมือของคนร้ายที่ยกขึ้น... บนนิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนประจำตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ที่ฉันจำได้ติดตา "มาคัส..." ฉันกัดฟันแน่น ความโกรธแค้นปะทุขึ้นจนพลังธาตุไฟในตัวเผลอหลุดรอดออกมาจนหินรอบข้างเริ่มร้าว ทว่าก่อนที่ภาพเหตุการณ์จะชัดเจนไปกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะที่มั่นคงและทรงอำนาจ คาร์ลอสรีบดับแสงไฟจากกลไกในมือทันที เราทั้งคู่ทรุดตัวลงหลบหลังเสาหินขนาดใหญ่ ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่เหลือ แสงสว่างจากคทาปลายหัวกะโหลกของใครบางคนสาดส่องเข้ามาในห้องโถงกว้าง เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูจอมปลอมดังขึ้นทำลายความเงียบงัน "ขยันหาความรู้กันจริงนะ เด็กๆ... แต่การแอบเข้ามาในสถานที่ที่ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย มันอาจทำให้พวกเธอต้องพบกับบทเรียนที่ไม่มีวันลืมได้นะ" อาจารย์ใหญ่มาคัสยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มของเขาดูใจดีเหมือนวันที่เขามอบเหรียญตราให้ฉันเมื่อปีก่อน แต่นัยน์ตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คิ้วหนานั้นกลับเย็นเยียบราวกับขั้วน้ำแข็ง เขากำลังเดินตรงมายังจุดที่เข็มกลัดชิ้นนั้นเคยถูกวางอยู่ สายตาของเขากวาดผ่านร่องรอยเวทมนตร์ที่เราเพิ่งสร้างไว้ ก่อนจะหยุดลงตรงที่ที่ฉันยืนอยู่เมื่อครู่เพียงไม่กี่เซนติเมตร เขายกคทาขึ้นช้าๆ ปลายคทาเปล่งแสงสีม่วงประหลาดราวกับกำลังสูบกลืนความมืดมิดในหอคอยเข้าไป "ออกมาเถอะ... เซเลสเทีย ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และฉันเชื่อว่าเธอคงอยากเห็น 'ของขวัญ' อีกชิ้นที่พี่ชายของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังหอคอยนี้" หัวใจของฉันบีบคั้นจนแทบระเบิด พี่ชายของฉันไม่ได้แค่หายไป... เขาถูกทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหอคอยนี้จริงๆ หรือ? ในขณะที่ฉันกำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง มือของคาร์ลอสก็เอื้อมมาจับไหล่ฉันไว้แน่น เขาบีบมันเป็นสัญญาณเตือน แต่ในจังหวะที่อาจารย์ใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเขาทาบทับตัวเรา ฉันสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอเสื้อของมาคัส... มันคือเศษผ้าที่ทำจากใยไหมเวทมนตร์แบบเดียวกับเสื้อของพี่ชายที่หายไป ถ้าฉันพุ่งออกไปตอนนี้ ฉันอาจจะตาย แต่ถ้าฉันอยู่นิ่งๆ ฉันอาจจะได้รับความจริงที่เจ็บปวดที่สุดของตระกูลเวนเดล ฉันสูดลมหายใจลึก เตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดเพื่อเดิมพันกับความจริงที่อยู่ตรงหน้า! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%