บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 23

สายลมที่หวนคืน

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“ถอยออกไปคาร์ลอส ถ้าขืนดึงดันจะเปิดประตูบานนี้ด้วยกลไกปกติ แรงดันเวทที่ซ่อนอยู่ข้างหลังจะฉีกแขนคุณเป็นชิ้นๆ ค่ะ” เซเลสเทียกระชากเสียงต่ำ มือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยกดลงบนผนังหินเย็นเฉียบของหอคอยต้องห้าม นัยน์ตาสีเทาหม่นของเธอไม่ได้มองกำแพงที่ว่างเปล่า แต่มองทะลุผ่านมิติซ้อนทับไปถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนราวกับงูพิษอยู่เบื้องหลัง คาร์ลอสหยุดชะงัก นิ้วของเขายังคงค้างอยู่บนสลักเวทมนตร์รูปมังกรที่บิดเบี้ยว เขาสูดหายใจลึก กลิ่นอายของความตายและกระดาษเก่าๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนแทบสำลัก “เซเลสเทีย คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้ากำแพงนี้ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นผนึกเลือด... เราสองคนจะถูกขังอยู่ในนี้ตลอดกาล” “ฉันรู้ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ โดยไม่หันมามอง “แต่ความจริงที่อาจารย์ใหญ่ซ่อนไว้ มันคุ้มค่าพอที่จะเสี่ยง” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงชีพจรที่เต้นตุบอยู่ในหู เซเลสเทียหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึง ‘ลม’ ไม่ใช่ลมจากธรรมชาติที่พัดพาความเย็น แต่เป็นลมที่เกิดจากความไม่สมดุลของธาตุที่ถูกกักขังไว้ในช่องว่างระหว่างมิติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ปลายนิ้ว เวทมนตร์สี่ธาตุในกายหมุนวนอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทรงพลัง เธอไม่ได้พยายามจะทำลายกำแพงด้วยแรงปะทะ แต่นี่คือการ ‘สื่อสาร’ กับสายลมที่ถูกจองจำ *หมุนวน... แทรกซึม... และปลดปล่อย* เธอสะบัดข้อมือเบาๆ สายลมที่ดูไร้ตัวตนรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นใบมีดวายุที่แหลมคมดุจเพชร มันกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดหู คาร์ลอสถอยหลังกรูดเมื่อเห็นมวลอากาศบิดเบี้ยวกลายเป็นเกลียวคลื่นพุ่งเข้าใส่ผนังหินตรงหน้า *เพล้ง!* เสียงเหมือนแก้วผลึกราคาแพงแตกกระจายดังสนั่น กำแพงที่ดูแข็งแกร่งและหนาทึบเริ่มร้าวฉาน ราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำสาดใส่ สีสันและมิติลวงตาค่อยๆ ละลายหายไป เผยให้เห็นเส้นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวไปสู่หัวใจของหอคอย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครมองเห็น “คุณทำได้...” คาร์ลอสพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง เซเลสเทียหอบหายใจถี่ เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามไรผม ความเหนื่อยล้าจากการควบคุมธาตุลมให้ละเอียดอ่อนถึงขีดสุดทำให้ขาของเธอแทบทรุด แต่เธอไม่ยอมให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมา เธอขยับตัวก้าวเข้าไปในความมืดที่เพิ่งถูกเปิดออก กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอายเวทมนตร์ต้องห้ามเตะจมูกอย่างรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน “นั่นมันอะไรน่ะ?” คาร์ลอสชี้ไปที่พื้นตรงกลางโถงทางเดิน บนพื้นหินมีร่างของใครบางคนนอนขดตัวอยู่ ท่ามกลางวงเวทย์สีดำสนิทที่ยังคงเปล่งประกายจางๆ เซเลสเทียค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ เมื่อเธอก้มลงมองใบหน้าของบุคคลนั้น ร่างกายเธอก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป “ไม่ใช่... เป็นไปไม่ได้” เธอพึมพำ เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ คนที่นอนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่จอมเวทฝึกหัดคนอื่น แต่คือ ‘อาจารย์ใหญ่มาคัส’ ในสภาพที่ไร้สติ ผิวหนังของเขาซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... สร้อยคอที่สวมอยู่บนลำคอของเขามันคือ ‘ศัสตราเวทธาตุลม’ ที่ควรจะสูญหายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน! ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะได้เข้าไปตรวจสอบใกล้กว่านี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นจังหวะที่มั่นคงและเงียบเชียบจนน่าขนลุก ทั้งสองหันขวับไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจของเซเลสเทียหยุดชะงักไปชั่วขณะ ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้น คืออาจารย์ใหญ่มาคัส... ในชุดคลุมสีดำสนิท เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ “ยินดีด้วยที่มาถึงที่นี่ได้นะคะ เซเลสเทีย” ร่างในชุดคลุมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย แต่ทว่าแฝงไปด้วยความอำมหิตที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน “แต่ถ้าอาจารย์ใหญ่ที่นอนอยู่ตรงนั้นคือตัวจริง... แล้วใครกันล่ะที่ยืนอยู่ตรงนี้?” ความเย็นเยือกแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง เมื่อเงาของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าค่อยๆ บิดเบี้ยวและแผ่ขยายออกไปตามผนัง กลายเป็นสัตว์ร้ายที่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบดวงที่กำลังจับจ้องมาที่พวกเธอด้วยความหิวโหย ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาที่กำลังจะเปิดเผยความจริงอันน่าสลดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%