"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้เงาของเธอเองกลายเป็นคมดาบเชือดคอเจ้าของ"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเซเลสเทีย มันไม่ใช่เสียงของคาร์ลอส และไม่ใช่เสียงของอาจารย์ใหญ่มาคัส แต่มันคือเสียงของ 'ความว่างเปล่า' ที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
เซเลสเทียหยุดกึก ความรู้สึกนุ่มหยุ่นใต้ฝ่าเท้าเปลี่ยนไปจากพื้นหินแกรนิตของหอคอยต้องห้าม กลายเป็นพื้นผิวที่ขรุขระคล้ายกับเปลือกไม้ที่กำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีเลือดไหลเวียนอยู่ข้างใต้ เธอค่อยๆ กวาดสายตาไปรอบตัว ความมืดมิดในหอคอยถูกแทนที่ด้วยม่านหมอกสีมรกตที่บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกทิ้งให้ละลายท่ามกลางสายฝน
ทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านมิติเวลานี้—หากมันเป็นมิติเวลาจริงๆ—ดูเหมือนจะย้อนแย้งกับความเป็นจริง ผนังด้านข้างเปลี่ยนรูปเป็นกระจกเงาขนาดยักษ์นับร้อยบาน แต่ละบานสะท้อนภาพเซเลสเทียในอิริยาบถที่แตกต่างกันไป บางบานเธอกำลังร้องไห้ บางบานเธอกำลังถือศัสตราเวททั้งสี่ในมือด้วยแววตาที่โหดเหี้ยม และบางบาน... ภาพสะท้อนนั้นกำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ยิ้มแบบที่เธอไม่เคยทำ
"นี่คือบททดสอบหรือกับดักกันแน่?" เซเลสเทียพึมพำ น้ำเสียงของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นตามนิสัย เธอยกมือขวาขึ้น พลังเวทธาตุไฟก่อตัวเป็นเปลวเพลิงสีครามจางๆ บนปลายนิ้ว
ทันใดนั้น ภาพสะท้อนในกระจกทุกบานก็หันขวับมามองเธอพร้อมกัน ดวงตาของพวกมันว่างเปล่าไร้แวว
"มันไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ เซเลสเทีย" เสียงของคาร์ลอสที่ควรจะอยู่ข้างหลัง กลับดังมาจากทุกทิศทุกทาง "มันคือ 'ความทรงจำที่เธอปรารถนาจะลืม' ต่างหาก"
"คาร์ลอส? นายอยู่ที่ไหน!" เธอหมุนตัวกลับ แต่กลับพบเพียงทางเดินเขาวงกตที่ทอดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
คาร์ลอสไม่ได้อยู่ตรงนั้น มีเพียงร่างเลือนรางของเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ไกลออกไป เด็กชายผู้สวมเครื่องแบบนักเรียนรุ่นเก่าของโรงเรียน... คนที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นพี่ชายที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน
หัวใจของเซเลสเทียกระตุกวูบ ความเยือกเย็นที่เธอพยายามรักษาไว้เริ่มปริร้าว เธอรู้ดีว่านี่คือ 'มนตราลวงตา' ขั้นสูงสุดที่อาจารย์ใหญ่มาคัสเคยกล่าวถึงในตำราต้องห้าม มันไม่ใช่การหลอกตา แต่มันคือการแทรกซึมเข้าไปใน 'ช่องโหว่ทางอารมณ์' เพื่อกัดกินมานาในร่างจนหมดสิ้น
เธอต้องตั้งสติ เซเลสเทียหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโอโซนและดินชื้น พยายามรวบรวมเวทธาตุดินให้ประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจ พื้นที่รอบข้างเริ่มสั่นไหว ภาพของพี่ชายเริ่มเลือนหายกลายเป็นไอระเหย แต่ในขณะที่เธอกำลังจะทำลายม่านลวงตานี้ ทันใดนั้น มือเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งก็แตะลงบนไหล่ของเธอ
"รู้ไหมคะว่าทำไมพ่อของเธอถึงต้องตาย?"
เสียงนั้นแหบต่ำและเต็มไปด้วยความสมเพช เซเลสเทียลืมตาขึ้นทันที เธอไม่ได้สะบัดตัวหนี แต่กลับหมุนตัวกลับพร้อมกับรวบรวมพลังธาตุลมเป็นใบมีดวายุพุ่งเข้าใส่เงาร่างที่ยืนอยู่ข้างหลัง
ทว่า... ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก 'ตัวเอง' ในร่างที่สวมชุดคลุมของอาจารย์ใหญ่มาคัส!
"เธอพยายามจะไขความลับหอคอยนี้ เพื่อหาคำตอบว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของเธอ" ร่างลวงตานั้นหัวเราะเบาๆ "แต่เธอกลับไม่เคยสังเกตเลยว่า 'กุญแจ' ที่ใช้เปิดประตูนรกบานนี้ มันถูกฝังอยู่ในสายเลือดของเธอเอง... เซเลสเทีย เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อไขคดี แต่เธอถูกดึงมาที่นี่เพื่อเป็นภาชนะรองรับคำสาปที่จะปลุก 'เขา' ให้ตื่นขึ้น"
เซเลสเทียรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง ความทรงจำที่เธอพยายามผนึกไว้เริ่มพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตก เธอเห็นภาพอาจารย์ใหญ่มาคัสในวัยหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางกองเพลิง และเห็นมือของตัวเองที่กำลังชี้ไปยังคนเบื้องหน้า... เธอไม่ใช่ผู้ที่สูญเสียครอบครัวจากเหตุการณ์นั้นเพียงอย่างเดียว แต่เธอคือ 'อาวุธ' ที่ถูกสร้างขึ้นในคืนนั้น!
"ไม่จริง... ฉันไม่มีทางทำแบบนั้น" เธอสั่นหน้า ปฏิเสธความจริงที่กำลังกัดกินจิตใจ
"มองดูมือของเธอสิ" ร่างลวงตานั้นแสยะยิ้ม
เซเลสเทียก้มลงมองมือตัวเอง ในตอนนี้มันไม่ได้เป็นสีผิวปกติ แต่มันกลับเรืองแสงด้วยอักขระเวทสีดำสนิทที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน พลังธาตุทั้งสี่ในร่างกำลังปั่นป่วนและเปลี่ยนสีไปเป็นสีม่วงคล้ำ... สีของความมืดมิดที่เป็นจุดกำเนิดของหอคอยแห่งนี้
ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเธอก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงดึงดูดมหาศาลกำลังลากเธอลงสู่ก้นบึ้งของความว่างเปล่าที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในจังหวะที่สติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะดับวูบ เสียงที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิตก็ดังแทรกเข้ามา
"เซเลสเทีย! อย่ามองกระจกนั่น! ให้มองที่สร้อยคอของฉัน!"
คาร์ลอสปรากฏตัวขึ้นที่ปากหลุมลึก เขากำลังพยายามยื่นมือมาคว้าตัวเธอ แต่ทว่า... เงาที่ทอดลงมาบนตัวเขา กลับไม่ใช่เงาของคน แต่เป็นเงาร่างของอาจารย์ใหญ่มาคัสที่ยืนซ้อนหลังเขาอยู่ พร้อมกับใบหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มอย่างผู้ชนะในความมืดมิด
คาร์ลอสค่อยๆ หันกลับไปมองสิ่งที่อยู่ข้างหลัง และแววตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่เสียงกระซิบสุดท้ายของอาจารย์ใหญ่จะดังขึ้นผ่านม่านหมอก
"ขอบใจมากนะ... ที่พาแม่กุญแจมาส่งถึงที่"
เซเลสเทียถูกฉุดลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ในขณะที่ดวงตาของเธอกำลังเปลี่ยนเป็นสีม่วงสนิท... อวสานของความไร้เดียงสาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาที่กำลังจะเปิดเผยความจริงอันน่าสลดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
แอสทริดธาตุมนต์
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 22
มนตราลวงตา
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!