"อย่าแตะต้องบันไดขั้นที่ห้า ก้าวข้ามมันไปเสีย"
เสียงกระซิบของเซเลสเทียแผ่วเบาราวกับไอหมอก แต่กลับสั่นประสาทคาร์ลอสได้ดีกว่าคำขู่ใดๆ เด็กสาวผู้มีนัยน์ตาสีน้ำเงินดั่งมหาสมุทรลึกในยามไร้แสงจันทร์กำลังจ้องมองขึ้นไปยังบันไดวนที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ความมืดมิดของหอคอยต้องห้าม บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ แม้ภายนอกหอคอยจะเป็นฤดูร้อนก็ตาม
คาร์ลอสหยุดชะงัก ฝ่ามือที่วางอยู่บนราวบันไดศิลาสีเทาซีดของเขาชื้นเหงื่อ เขาหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่บัดนี้แววตาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย "ทำไมเจ้าถึงรู้ เซเลสเทีย? บันทึกของตระกูลข้าไม่ได้ระบุโครงสร้างกลไกที่ซับซ้อนขนาดนี้ไว้เลย"
เซเลสเทียไม่ตอบในทันที เธอค่อยๆ ปลายนิ้วแตะลงบนรอยแยกของศิลาตรงขั้นบันไดที่ห้า แรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่คนธรรมดาไม่มีทางสัมผัสได้แล่นเข้าสู่ปลายนิ้วของเธอ มันไม่ใช่กลไกธรรมดา แต่มันคือเสียงสะอื้นของเวทมนตร์ที่ถูกกักขัง "กลิ่นของมัน... กลิ่นอายความตายที่คลุกเคล้ากับละอองเวทธาตุดินที่ถูกบิดเบือน อาจารย์มาคัสไม่ได้แค่สร้างหอคอยนี้ขึ้นมาเพื่อกักขังความลับหรอกนะ เขาใช้มันเป็น 'สุสาน' ของผู้ที่ล่วงรู้ความจริง"
เธอก้าวข้ามขั้นบันไดนั้นด้วยความปราดเปรียวราวกับแมวป่า เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินที่แคบและอับชื้น ผนังหอคอยขยับตัวราวกับสิ่งมีชีวิต เสียงอิฐที่เสียดสีกันดั่งเสียงฟันขบเคี้ยวสร้างความรู้สึกบีบคั้นหัวใจให้หนักอึ้งขึ้นทุกขณะ
"เรากำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนที่แม้แต่กฎฟิสิกส์เวทมนตร์ยังไร้ความหมาย" คาร์ลอสพึมพำขณะหยิบอุปกรณ์วัดค่าพลังเวทออกมา เข็มทิศสีทองในมือของเขาหมุนคว้างไม่หยุดนิ่ง ก่อนจะหยุดกึกชี้ตรงไปที่ใบหน้าของเซเลสเทีย
เซเลสเทียชะงัก เธอมองเข็มทิศนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าลึกๆ ในใจกลับเต้นรัวเป็นจังหวะที่ผิดปกติ "เข็มทิศของนายไม่ได้ชี้ไปที่ตัวข้า คาร์ลอส แต่มันกำลังบอกว่า... พลังที่อยู่ในตัวข้า คือกุญแจที่หอคอยนี้ต้องการจะกลืนกินต่างหาก"
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงโถงกลางของชั้นที่หนึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของกันและกัน แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่คาร์ลอสจุดขึ้นวูบไหวราวกับจะดับลงเสียให้ได้เมื่อมีเงามืดรูปร่างประหลาดวูบผ่านหน้าไป
"นั่นอะไรน่ะ?" คาร์ลอสยกคทาขึ้นในท่าเตรียมพร้อม
เซเลสเทียไม่ได้หันไปมองสิ่งนั้น แต่เธอกลับมองไปที่ผนังด้านหลัง รูปปั้นอัศวินไร้ศีรษะที่ประดับอยู่รอบห้องกำลังเปลี่ยนองศาการยืน ทีละนิด... ทีละนิด... จนกระทั่งสายตาที่ว่างเปล่าของพวกมันจับจ้องมาที่ทั้งคู่ราวกับกำลังรอคอยคำสั่ง
"อย่าขยับ" เธอเตือนเสียงเบา "หอคอยนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเข้า แต่มันถูกสร้างมาเพื่อเป็นคุกที่คอยกำจัดสิ่งแปลกปลอม... ซึ่งก็คือพวกเรา"
ทันใดนั้น เสียงกลไกหนักอึ้งดังขึ้นจากเบื้องบน บันไดวนที่พวกเขาเพิ่งก้าวผ่านมาเริ่มบิดเกลียวและเคลื่อนที่ ราวกับบันไดในปราสาทเวทมนตร์ที่กำลังเปลี่ยนเส้นทางของมันเอง หญิงสาวขมวดคิ้วแน่น มือของเธอเรืองแสงสีฟ้าอ่อน—ธาตุน้ำที่กำลังผสานกับแรงกดดันของธาตุดินรอบกาย เธอต้องสร้างเกราะป้องกันก่อนที่หอคอยจะปิดตาย
"เซเลสเทีย! ดูนั่น!" คาร์ลอสตะโกนขึ้นด้วยความตระหนก
บนพื้นหินตรงหน้าพวกเขา รอยเลือดเก่าแก่ที่แห้งกรังเริ่มเปล่งประกายสีแดงฉาน มันไม่ใช่แค่คราบเลือด แต่มันคือตราประทับอาคมที่เพิ่งจะถูกกระตุ้นขึ้นมาเมื่อครู่นี้เอง และกลางวงเวทนั้น... เงาร่างของชายชราผู้คุ้นเคยในชุดคลุมสีดำสนิทก็เริ่มปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนที่แท้จริงของโรงเรียนนี้... คุณหนูเซเลสเทีย" เสียงของอาจารย์ใหญ่มาคัสก้องกังวานมาจากความว่างเปล่า "ข้าเฝ้ารอวันที่เจ้าจะก้าวเข้ามาที่นี่ด้วยตัวเองมานานมากแล้ว พลังสี่ธาตุที่สมดุลของเจ้า... ช่างเป็นของหวานที่ข้ารอคอยจะลิ้มรสมาตลอดสิบปี"
ร่างของมาคัสไม่ได้อยู่ที่นั่นจริง แต่จิตสัมผัสของเขากำลังกดทับเซเลสเทียจนแทบทรุดฮวบ เธอพยายามตั้งสติ พลังในกายปั่นป่วน เธอรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือกับดักที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันที่เธอเดินเข้าสู่โรงเรียนวันแรก
"เจ้าหลอกใช้เรามาตลอด..." เซเลสเทียเค้นเสียงลอดไรฟัน ในขณะที่พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มแยกออกเผยให้เห็นห้วงเหวที่มืดมิดไร้ก้นบึ้งซึ่งกำลังรอคอยจะกลืนกินทุกชีวิตที่ตกลงไป
คาร์ลอสคว้าแขนเธอไว้แน่น ทว่าเขากลับชะงักไปเมื่อเห็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวบนใบหน้าของเซเลสเทีย—รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากความบ้าคลั่งที่เพิ่งตื่นขึ้น "ถ้าท่านต้องการพลังของข้านัก... ก็ลองดูว่าท่านจะกลืนกินข้าลงไปได้ไหม มาคัส!"
เธอปล่อยมือจากคาร์ลอสและทิ้งตัวลงสู่ความมืดเบื้องล่างด้วยความสมัครใจ ทิ้งให้คู่คิดหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงในเสี้ยววินาทีก่อนที่บันไดทั้งหมดจะถล่มลงมาทับถมปิดทางเดินจนสิ้น
ความมืดมิดกลืนกินทุกอย่าง เหลือเพียงเสียงกระซิบอันเย็นเยียบจากความว่างเปล่าที่ฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะของเด็กสาวที่เพิ่งถูกปลดปล่อยจากโซ่ตรวนแห่งเหตุผล
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
แอสทริดธาตุมนต์
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 21
บันไดวนสู่ความมืด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!