"ถ้าเจ้ากล้าที่จะแตะต้องรอยร้าวบนศิลาอาถรรพ์นี้ ชีวิตของเจ้าจะไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกนะ เซเลสเทีย"
คาร์ลอสเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือของเขาสั่นระริกขณะถือคบเพลิงเวทมนตร์ที่ส่องแสงสีครามริบหรี่ ท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับอยู่ในโถงใต้ดินลึกสุดของหอคอยอาถรรพ์ กลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณที่ตกค้างมานานหลายศตวรรษนั้นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน ราวกับซากปรักหักพังที่กำลังหายใจ
เซเลสเทียไม่ตอบเธอเพียงแต่ก้าวไปข้างหน้า ดวงตาสีรัตติกาลของเธอจับจ้องไปยังประตูกลทรงกลมขนาดมหึมาที่ถูกสลักด้วยอักขระสี่ธาตุ มันไม่ได้ทำจากไม้หรือเหล็ก แต่มันคือแผ่นหินสังเคราะห์ที่หมุนวนราวกับมีชีวิตอยู่ใต้ผิวชั้นนอก ในมือของเธอ ศิลาผนึกสีเงินที่ขโมยมาจากห้องลับของอาจารย์ใหญ่มาคัสกำลังสั่นสะท้าน มันตอบสนองต่อกลไกหลังบานประตูนี้อย่างบ้าคลั่ง
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะใช้ชีวิตแบบเดิมอยู่แล้ว คาร์ลอส" เซเลสเทียตอบพลางขยับนิ้วเรียวผ่านอากาศ แผ่ไอเย็นของธาตุน้ำแข็งเพื่อชะล้างฝุ่นหนาเตอะที่เกาะกินอักขระบนประตู "ถ้าที่นี่คือสุสานความลับของตระกูลฉัน ฉันก็ควรจะเป็นคนเดียวที่จะปลุกมันขึ้นมา"
"เจ้ากำลังเล่นกับสิ่งที่ไม่ควรเล่น!" คาร์ลอสพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบนั้นสื่อถึงความกังวลที่ท่วมท้น "มาคัสจับตาดูพวกเราอยู่ เขาส่งกระแสจิตผ่านตึกโรงเรียนมาตลอดทาง ถ้าประตูนี่เปิดออก เขาจะรู้ทันทีว่าเราอยู่ที่ไหน"
เซเลสเทียหันกลับมามองเขา แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวต่อคำขู่ของอาจารย์ใหญ่เลยแม้แต่น้อย "ถ้าเขาอยากจะจับฉัน เขาก็คงทำไปนานแล้ว แต่ที่เขายังปล่อยให้ฉันเดินเตร็ดเตร่ในโรงเรียนนี้ นั่นก็เพราะเขากำลังรอ... รอให้ฉันเป็นคนไขประตูบานนี้ให้เขาต่างหากล่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง เซเลสเทียสะบัดข้อมือเบาๆ หลุดจากการเกาะกุม เธอทาบฝ่ามือลงบนใจกลางประตู หินศิลาเย็นเฉียบซึมลึกเข้าไปในผิวหนังของเธอทันที เธอหลับตาลง สัมผัสถึงกระแสเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่หลังบานประตู มันไม่ใช่พลังธาตุธรรมดา แต่มันคือเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังของจอมเวทนับพันที่เคยเสียสละชีวิตให้แก่หอคอยแห่งนี้
"คาร์ลอส... เตรียมตัวให้พร้อม ธาตุทั้งสี่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำลาย แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ 'ค้ำจุน' บานประตูนี้"
เธอเริ่มร่ายเวทมนตร์ด้วยภาษาโบราณที่ไม่มีในตำราเรียน เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วโถงมืด ประกายแสงสี่สี—แดงเพลิง, ฟ้าคราม, เขียวพฤกษา, และเหลืองทอง—เริ่มทะลักออกมาจากรอยร้าวบนศิลาในมือเธอ มันไหลเข้าสู่ช่องว่างของประตูราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดโลหิตกลับคืนสู่ร่างกายที่ตายซาก
กลไกฟันเฟืองหินยักษ์เริ่มบดขยี้กัน เสียงดังครืดคราดสะเทือนไปถึงพื้นดินเบื้องบน คาร์ลอสชักดาบเวทมนตร์ออกมาป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นจนต้องหรี่ตา แต่เซเลสเทียยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เธอรู้สึกได้ว่าจิตสำนึกของเธอกำลังถูกดึงดูดเข้าไปในรอยแยกของมิติเวลา
ในวินาทีที่ประตูเริ่มแยกออกจากกัน เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหลังพวกเขา
"น่าประทับใจมาก... เซเลสเทีย"
เซเลสเทียชะงัก ร่างของอาจารย์ใหญ่มาคัสปรากฏขึ้นในเงาของเสาหินดึกดำบรรพ์ เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง ข้างกายเขามีร่างของชายสวมหน้ากากเหล็กที่ทุกคนในโรงเรียนต่างหวาดกลัว—นักล่าเงาที่คอยกำจัดนักเรียนผู้ละเมิดกฎ
"ผมคิดว่าคุณจะใช้เวลามากกว่านี้เสียอีกที่กว่าจะหา 'กุญแจ' เจอ" มาคัสยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่เคยไปถึงดวงตาที่เย็นชาคู่นั้น "ขอบใจมากนะ ที่ช่วยเปิดเส้นทางไปสู่ขุมพลังที่ข้าตามหามาตลอดสามสิบปี"
เซเลสเทียละมือจากประตูที่เปิดออกเพียงครึ่งทาง เธอหันไปเผชิญหน้ากับอาจารย์ใหญ่ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น เธอรู้ดีว่าเธอพลาดพลั้งไปแล้ว แต่เธอก็รู้เช่นกันว่าหอคอยนี้มีกฎของมันเอง กฎที่แม้แต่อาจารย์ใหญ่ก็ไม่อาจละเมิดได้
"คุณเข้ามาไม่ได้หรอก มาคัส" เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เพราะกุญแจที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ศิลา... แต่อยู่ที่เลือดเนื้อของคนตระกูลฉัน และคุณไม่มีวันมีวันนั้น"
มาคัสหัวเราะลั่น เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส เขาเดินเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัวเธอ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงที่ทำให้คาร์ลอสต้องเบิกตากว้าง
"งั้นข้าก็คงต้องเปลี่ยนวิธี... ด้วยการทำให้เจ้าเป็นคนลงมือสังหารเพื่อนคนเดียวของเจ้าตรงนี้ เพื่อให้เลือดที่หยดลงบนประตูนี้นำพาข้าเข้าไปแทนที่ไงล่ะ"
ทันใดนั้น มาคัสยกมือขึ้นพร้อมอักขระพันธนาการเวทมนตร์ คาร์ลอสถูกตรึงไว้กับผนังด้วยโซ่สีดำสนิทที่มองไม่เห็น เซเลสเทียรู้สึกถึงไอความตายที่คืบคลานเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอจากมือของอาจารย์ใหญ่
การเดินทางที่เธอคิดว่ากำลังจะได้คำตอบ กลับกลายเป็นกับดักที่เดิมพันด้วยชีวิตของคนที่เธอรักที่สุด หรือนี่คือบทสรุปที่ถูกเขียนไว้ตั้งแต่วันที่เธอเหยียบเข้ามาในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้กันแน่?
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
แอสทริดธาตุมนต์
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 20
ประตูบานแรก
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!