บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 14

การเผชิญหน้ากับสัตว์เวท

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถอยไปคาร์ลอส! อย่าเพิ่งขยับ!" เสียงตวาดของเซเลสเทียเฉียบขาดพอที่จะทำให้ทายาทตระกูลสูงศักดิ์หยุดชะงักลงกลางคัน กลิ่นอายของกำมะถันและซากศพที่เน่าเฟะลอยฟุ้งอยู่ในโถงทางเดินชั้นที่เจ็ดของหอคอยต้องห้าม ความมืดมิดที่นี่ไม่เหมือนความมืดที่เธอเคยรู้จัก มันดูดกลืนแสงจากคทาเวทมนตร์ของเธอจนเหลือเพียงรัศมีจางๆ ราวกับดวงตาที่กำลังหิวโหย คาร์ลอสกัดฟันแน่น มือที่สั่นเทาของเขาประคองกลไกเวทมนตร์รูปทรงแปลกตาไว้มั่น "มันไม่ได้มีตัวเดียว เซเลสเทีย... รอยแยกที่พื้นนั่นมันขยายออกแล้ว ถ้าเราไม่รีบไปจากจุดนี้ แรงดันเวทมนตร์จะบีบอัดจนกระดูกพวกเราแหลกคามือ" "ถ้าถอยตอนนี้ เราก็ตกเป็นเป้านิ่งของมันน่ะสิ" เซเลสเทียกระซิบ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงพินิจเงาร่างมหึมาที่กำลังคืบคลานออกมาจากความว่างเปล่า สัตว์เวทกึ่งอสุรกายรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายแมงมุมยักษ์ แต่ผิวกายของมันทำจากเหล็กกล้าที่หลอมละลายจากเศษซากของหอคอย นี่ไม่ใช่สัตว์เวทตามธรรมชาติ แต่มันคือ 'ผู้พิทักษ์ที่ถูกบิดเบือน' โดยมนตราดำ อสุรกายพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ คาร์ลอสกลิ้งตัวหลบไปอีกด้านหนึ่งอย่างเฉียดฉิว เศษหินจากผนังหอคอยระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อกรงเล็บเหล็กนั้นตะปบพลาด เซเลสเทียไม่รอช้า เธอรวบรวมสมาธิ ความว่างเปล่าในใจถูกแทนที่ด้วยกระแสพลังสี่ธาตุที่หมุนวนอย่างรุนแรงในแก่นวิญญาณ เธอไม่ได้ใช้เพียงธาตุใดธาตุหนึ่งตามตำราเรียน แต่เธอ 'ประสาน' พวกมันเข้าด้วยกัน เปลวไฟสีครามลุกโชนขึ้นที่มือซ้าย พร้อมกับกระแสลมที่หมุนวนสร้างเป็นเกราะกำบังรอบกาย ก่อนที่ไอเย็นจัดจากธาตุน้ำจะแปรเปลี่ยนเป็นผลึกน้ำแข็งแหลมคมพุ่งเข้าขวางทางกรงเล็บนั่น *เคร้ง!* เสียงโลหะปะทะน้ำแข็งดังก้องไปทั่วโถง เซเลสเทียใช้จังหวะนี้เหยียบพื้นดินที่เธอยกขึ้นมาเป็นฐานเพื่อดีดตัวไปด้านหลัง พลังธาตุดินสั่นสะเทือนตามจังหวะก้าวเท้าของเธอ เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากพลังที่ฝืนธรรมชาติ แต่เธอยังถอยไม่ได้ "คาร์ลอส! ใช้กลไกผสานช่องว่างตอนที่ฉันตรึงมันไว้!" เซเลสเทียตะโกน พลางคว่ำมือลงสู่พื้น พลังธาตุดินระเบิดออกเป็นรากไม้เวทมนตร์ที่แข็งแกร่งกว่าเหล็ก พุ่งเข้าพันธนาการขาอสุรกายยักษ์ไว้แน่น ในขณะที่มือขวาของเธอร่ายมนตร์สายฟ้าผ่านหยดน้ำที่กระจายตัวอยู่กลางอากาศจนเกิดเป็นตาข่ายไฟฟ้าแรงสูง คาร์ลอสที่ตั้งหลักได้รีบเปิดใช้งานกลไกในมือ เสียงฟันเฟืองหมุนขัดกันอย่างรวดเร็วก่อนจะยิงลำแสงเวทมนตร์เข้าใส่จุดอ่อนที่กลางหน้าอกของสัตว์ร้าย อสุรกายกรีดร้องด้วยเสียงที่ฟังดูเหมือนโลหะครูดกัน มันสะบัดกรงเล็บอย่างบ้าคลั่งจนกำแพงหอคอยสั่นคลอน เซเลสเทียกัดฟันกรอด ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินแรงกาย พลังสี่ธาตุที่สมดุลเริ่มสั่นคลอนเมื่อเธอพยายามประคองสติท่ามกลางความกดดันมหาศาล "อีกนิดเดียว! แค่อีกนิดเดียวเท่านั้น..." เธอพึมพำกับตัวเอง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ในจังหวะที่สัตว์เวทเริ่มหมดแรงจากการถูกช็อตด้วยสายฟ้า เซเลสเทียรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย เธอไม่เพียงแค่ใช้ธาตุ แต่เธอ 'ทำลาย' สมดุลของพวกมันในพริบตาเดียว แรงระเบิดจากการปะทะกันของไฟและน้ำสร้างคลื่นกระแทกมหาศาล จนร่างของอสุรกายแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านโลหะไปในพริบตา ร่างของเซเลสเทียทรุดฮวบลงกับพื้น เธอหอบหายใจถี่ด้วยความอ่อนเพลีย คาร์ลอสรีบวิ่งเข้ามาประคอง แต่สายตาของเขากลับไม่ได้มองที่อสุรกายที่ตายไปแล้ว เขากำลังจ้องมองไปที่รอยแยกบนกำแพงที่เผยให้เห็นบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้หลังก้อนอิฐ "เซเลสเทีย... ดูนี่สิ" เสียงของคาร์ลอสแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เซเลสเทียฝืนยันตัวลุกขึ้นมองตามนิ้วมือของเขา ที่หลังกำแพงนั้น ไม่ใช่ความว่างเปล่าอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือห้องลับขนาดเล็กที่มีโต๊ะวางอยู่ บนโต๊ะมีสมุดบันทึกที่เก่าจนกระดาษเกือบเปื่อยยุ่ย พร้อมกับ 'ตราประทับ' ของอาจารย์ใหญ่มาคัสที่วางเด่นหราอยู่บนนั้น ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าจะมีใครสักคนมาถึงจุดนี้ ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของเซเลสเทียเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่ตราประทับนั่น... หากแต่เป็นภาพวาดในสมุดบันทึกที่กางค้างไว้ มันคือภาพใบหน้าของเธอ... ในวัยเด็ก เมื่อครั้งที่ครอบครัวของเธอยังมีชีวิตอยู่ และใต้ภาพนั้นมีลายมือที่เขียนด้วยหมึกสีเลือดว่า: *'ตัวทดลองชิ้นที่สี่... ประสบความสำเร็จเกินคาด'* ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลัง เงาร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ความหนาวเหน็บแล่นไปถึงกระดูกสันหลัง "ช่างเป็นเด็กที่เก่งกาจเหลือเกิน เซเลสเทีย... และคาร์ลอส" เสียงของอาจารย์ใหญ่มาคัสเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "พวกเธอทำได้ดีมากที่เปิด 'ประตู' บานนี้ให้ฉัน... ถึงเวลาที่บทเรียนที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว" หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมจังหวะการหายใจของตัวเองไปเสียก่อนนะคะ เพราะความจริงที่เซเลสเทียกำลังจะเผชิญต่อจากนี้ คือจุดเปลี่ยนที่จะทำลายทุกความเชื่อมั่นที่เธอเคยมีค่ะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%