บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 5

คู่หูผู้ต่างขั้ว

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเสียที คาร์ลอส ถ้าไม่อยากให้ไม้เท้าคริสตัลนี่เผลอซัดหน้าหล่อๆ ของคุณเข้าสักที" น้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังก้องกังวานอยู่ในห้องเก็บสมบัติโบราณ ชั้นที่เจ็ดของหอคอยอาถรรพ์ เซเลสเทียสะบัดข้อมือเบาๆ เปลวเพลิงสีฟ้าครามก็ลุกโชนขึ้นบนปลายนิ้ว ขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นอัปปรีย์ของซากปรักหักพังให้ถอยร่นไป ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มผู้ยืนกอดอกพิงผนังหินด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างไม่สบอารมณ์ คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและระคนความขบขัน ขณะที่ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเพรียวบางในชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นผง "ระวังหน่อยสิ เซเลสเทีย... ไม้เท้าคริสตัลด้ามนั้นไม่ได้มีไว้ใช้ตบหน้าใครเล่นหรอกนะ มันคือสื่อกลางเวทมนตร์สี่ธาตุที่บรรพบุรุษของคุณทิ้งไว้ไม่ใช่หรือไง?" เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ แววตาสีเทาเข้มสะท้อนประกายไฟสีฟ้า "อีกอย่าง... ผมแค่กำลังคิดว่า ภาพที่คุณยืนตะลึงงันกับท่าทีคุกเข่าของอาจารย์ใหญ่มาคัสเมื่อครู่ มันช่างเป็นภาพที่... น่าประทับใจเสียจริง" คำพูดนั้นจี้ใจดำของเด็กสาวเข้าอย่างจัง ภาพของอาจารย์ใหญ่มาคัส ชายผู้ทรงอำนาจและน่าเกรงขามที่สุดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ที่ยอมคุกเข่าลงต่อหน้าเธอท่ามกลางเศษซากหินที่ถล่มลงมา พร้อมกับพึมพำคำว่า *'นายหญิง'* ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมองราวกับภาพหลอน มันไม่ใช่เรื่องปกติ และมันยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงในใจของเด็กสาวอัจฉริยะผู้โดดเดี่ยวคนนี้เป็นทวีคูณ เซเลสเทียหุบเปลวไฟในมือลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานหินด้านบนที่ดังติ๋ๆ เป็นจังหวะ หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสม The ปนเปกันระหว่างความโกรธ ความสงสัย และความหวาดกลัวที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าอันเยือกเย็น "เขาไม่ใช่คนรับใช้ของฉัน... และคุณก็รู้ดีว่าฉันไม่ได้ต้องการคำเหน็บแนมจากคุณในเวลานี้ คาร์ลอส" เซเลสเทียหันหลังให้เขา ก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในตัวหอคอย มือเรียวบางลูบไล้ไปตามผนังหินเย็นเฉียบเพื่อค้นหาร่องรอยของกลไกเวทมนตร์ "เรามีเวลาไม่มากก่อนที่เวทย์เขตAura ของมาคัสจะตรวจสอบพบว่าเราแอบเข้ามาที่นี่ ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่ ก็ช่วยหุบปากแล้วใช้สมองอัจฉริยะของคุณหาทางเปิดประตูบานนั้นซะที" คาร์ลอสถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยอมก้าวตามหลังเธอมาติดๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่เต็มใจ แต่แววตาของทายาทตระกูลจอมเวทผู้สูงศักดิ์กลับฉายแววท้าทายและตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด สำหรับเขาแล้ว การได้ร่วมมือกับเด็กสาวผู้กุมความลับของธาตุทั้งสี่ถือเป็นความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่หาไม่ได้ในตำราเรียนเล่มไหน "คุณนี่ใจร้อนเสียจริง แม่ตัวแสบ..." คาร์ลอสเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูหินยักษ์ที่สลักลวดลายประหลาด มันไม่มีรูกุญแจ ไม่มีกลไกเฟืองเหล็กแบบที่เขาคุ้นเคย มีเพียงร่องรอยส Amulet รูปวงกลมสี่วงที่ว่างเปล่า "สมบัติโบราณไม่ได้เปิดด้วยกำลังหรอกนะ มันต้องใช้ 'ความเข้าใจ' ต่างหาก" เซเลสเทียปรายตามองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ "แล้วคุณเข้าใจอะไรเกี่ยวกับประตูบานนี้ล่ะ?" "เข้าใจว่า... มันกำลังรอคอยพลังงานที่สมบูรณ์แบบ" คาร์ลอสเอื้อมมือไปแตะที่ร่องรอยสัญลักษณ์บนประตู นิ้วเรียวยาวของเขาปลดปล่อยละอองเวทมนตร์สีเงินยวงออกมาเพื่อทดสอบปฏิกิริยา "และโชคดีเหลือเกินที่คุณมีครบทั้งดิน น้ำ ลม และไฟ อยู่ในตัวคนเดียว... ลองดูสิ เซเลสเทีย พิสูจน์ให้ผมเห็นทีว่าข่าวลือเรื่องอัจฉริยะสี่ธาตุสมดุลมันไม่ใช่เรื่องโกหก" เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่น เธอรู้ดีว่าการปลดปล่อยพลังเวทมนตร์สี่ธาตุพร้อมกันในสถานที่ปิดตายเช่นนี้มีความเสี่ยงสูงเพียงใด หากควบคุมไม่ได้ พลังงานย้อนกลับอาจฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ แต่เมื่อหันกลับไปมองสายตาที่คาดหวังแกแกมท้าทายของคาร์ลอส เธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น เซเลสเทียสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงเพื่อดึงสมาธิจากแก่นแท้ของพลังงานภายใน กลิ่นอายของธาตุทั้งสี่เริ่มหมุนวนรอบกายเธอ สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเส้นผมสีดำสนิท ตามมาด้วยประกายไฟสีฟ้าที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแผ่นดินใต้เท้าที่สั่นสะเทือนเบาๆ และละอองน้ำใสบริสุทธิ์ที่ลอยละล่องอยู่กลางอากาศ *โคร้ม!* พลังงานทั้งสี่สายพุ่งทะยานเข้าสู่ร่องสัญลักษณ์บนประตูหินพร้อมกัน เสียงกลไกโบราณบด ั งสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล แสงสว่างจ้าเจิดจฝ่าความมืดมิดจนทั้งคู่ต้องยกมือขึ้นปัดป้องสายตา ประตูหินบานยักษ์ค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นห้องโถงลับด้านในที่อัดแน่นไปด้วยตำราโบราณและลูกแก้วเวทมนตร์นับร้อย ทว่า... รอยยิ้มแห่งความสำเร็จยังไม่ทันปรากฏบนใบหน้าของเซเลสเทีย เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยและเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังพวกเขา "ทำได้ดีมาก... ทั้งสองคน" เซเลสเทียและคาร์ลอสสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปรดในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์ใหญ่มาคัสก้าวออกมาจากเงาน้ำยาเคมีเก่าๆ รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้านั้นไม่ได้อบอุ่นเหมือนเช่นเคย แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกและแววตาที่ลุกโชนด้วยความกระหายบางอย่าง และก่อนที่เซเลสเทียจะทันได้ยกไม้เท้าขึ้นตั้งรับ มาคัสก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็ง "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... องค์หญิงแห่งหอคอย... และดูเหมือนว่า 'เครื่องสังเวย' ชิ้นสุดท้ายของเรา ก็มาถึงพอดีสินะ คาร์ลอส?" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%