บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 6

เสียงกระซิบจากกำแพง

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"อย่าแม้แต่จะขยับตัว... เซเลสเทีย" เสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนเกือบจะเป็นส่วนหนึ่งของความมืดนั่นไม่ได้มาจากคาร์ลอส หรือใครก็ตามในหอพักชาย แต่มันดังมาจาก... กำแพงหินเย็นเยียบที่แผ่นหลังของฉันพิงอยู่ ฉันหยุดหายใจ แสร้งทำเป็นจดจ่ออยู่กับตำราเวทมนตร์โบราณที่กางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า ในขณะที่มือขวาใต้โต๊ะค่อยๆ รวบรวมละอองธาตุน้ำให้กลายเป็นน้ำแข็งบางเฉียบเพื่อเป็นเกราะป้องกัน คาร์ลอสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นจากกลไกนาฬิกาดาราศาสตร์ในมือ เขาสบตาฉันเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีเทาเข้มของเขาหรี่ลงเป็นเชิงถาม แต่ฉันทำเพียงแค่ส่งสายตาบอกให้เขาอยู่นิ่งๆ 'เครื่องสังเวย' คำนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว ตั้งแต่ที่ฉันได้ยินมันในเงามืดของห้องสมุดหอคอยเมื่อคืนก่อน ชีวิตในโรงเรียนเวทมนตร์อันเงียบสงบดูเหมือนจะเป็นเพียงฉากละครที่อาจารย์ใหญ่มาคัสปูทางไว้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง "เธอได้ยินใช่ไหม" คาร์ลอสเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็นการขยับริมฝีปากที่แทบไม่มีเสียง ฉันไม่ตอบ แต่ค่อยๆ วางปากกาขนนกในมือลงอย่างใจเย็น เสียงของเหลวไหลวนเบาๆ เหมือนน้ำกระทบหินดังขึ้นจากข้างในกำแพง มันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ... ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่หลังก้อนหินหนาทึบ *ครืด...* รอยแยกขนาดเท่าเส้นผมปรากฏขึ้นบนผนังหินสีเทาหม่น ไอเย็นจัดที่พุ่งออกมาไม่ได้มาจากเวทมนตร์ธาตุน้ำของฉัน แต่มันเป็นความเย็นเยือกของความตายที่หยั่งรากลึกเกินกว่าจะอธิบายได้ เซเลสเทีย สติของเธอต้องมั่นคงไว้... ฉันเตือนตัวเอง "มันเรียกหาเจ้าของเดิมนะ เซเลสเทีย" เสียงนั้นเปลี่ยนโทนไป มันไม่ใช่เสียงกระซิบที่น่าหวาดหวั่นอีกต่อไป แต่มันกลับฟังดูอ่อนหวานอย่างประหลาด ราวกับเสียงของแม่ที่ฉันไม่ได้ยินมานานนับสิบปี "องค์หญิงแห่งหอคอย... ทำไมถึงปล่อยให้บัลลังก์ของเธอถูกล้อมรอบด้วยฝุ่นละอองและเหล่านักเรียนที่ไร้ค่าเช่นนี้" "คาร์ลอส" ฉันเรียกชื่อเขาเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "กางม่านพลังป้องกันเสียงเดี๋ยวนี้" เขารีบตวัดนิ้ววาดวงเวทกลางอากาศ ประกายไฟสีครามวาบขึ้นชั่วพริบตาเพื่อสร้างเขตแดนเงียบสงัดตัดขาดเราออกจากโลกภายนอก ทันทีที่ม่านพลังทำงาน เสียงกระซิบที่เคยโอบล้อมห้องก็หายไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนน่าขนลุก "กำแพงไม่ได้พูดหรอก" คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่า "มันคือกระแสจิตตกค้างที่ถูกกักขังไว้ในหินเวทมนตร์ แต่คำเรียกที่ใช้... มันบ่งบอกว่ามีคนจงใจใช้ตราเวทสื่อสารส่งตรงมาถึงเธอ" "ใครจะกล้าทำแบบนั้นในโรงเรียนที่อาจารย์ใหญ่มาคัสคุมเข้มขนาดนี้?" ฉันลุกขึ้นยืน เดินไปแตะกำแพงหินนั้น แรงสั่นสะเทือนจางๆ แผ่ผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด มันเหมือนมีใครบางคนกำลังดึงดูดพลังธาตุทั้งสี่ในตัวฉันให้ปั่นป่วน "มาคัสเองนั่นแหละ" คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้ ประกายความกังวลในแววตาของเขาซ่อนไม่มิด "เขากำลังเร่งกระบวนการบางอย่าง ยิ่งเธอเข้าใกล้ความจริงเท่าไหร่ สัญญาณเตือนภัยพวกนี้ก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น เขาต้องการบีบให้เธอเปิดเผยตัวตน หรือไม่ก็... ทำให้เธอเสียสติจนเผลอใช้พลังโดยไม่รู้ตัว" "แล้วถ้าฉันลองฟังมันให้จบดูล่ะ?" "เซเลสเทีย! นั่นมันฆ่าตัวตายชัดๆ!" ฉันไม่ฟังเสียงค้าน ฉันหลับตาลง รวบรวมสมาธิไปที่ธาตุดินและธาตุลมในร่าง ปล่อยให้จิตสัมผัสแทรกซึมเข้าไปในรอยแยกของกำแพงราวกับหมอกควัน ทันใดนั้น ภาพนิมิตก็กระชากวิญญาณฉันออกไป... ฉันเห็นโถงทางเดินที่ไม่มีวันสิ้นสุด เห็นร่างของเด็กสาวคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวเปื้อนเลือดที่กำลังจมลงสู่ก้นบึ้งของหอคอย และร่างนั้น... คือตัวฉันเอง *กรี๊ด!* ฉันกระชากมือกลับ พลังธาตุที่สะสมไว้ระเบิดออกจนกำแพงหินแตกร้าวเป็นวงกว้าง ฝุ่นผงควันคลุ้งไปทั่วห้อง คาร์ลอสรีบพุ่งเข้ามาคว้าไหล่ฉันไว้ แต่ฉันยังคงสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสิ่งที่ฉันเห็นในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนภาพนิมิตจะดับลง ในห้องลับที่ลึกที่สุดใต้หอคอย... ฉันเห็นคาร์ลอสในชุดเครื่องแบบของอาจารย์ใหญ่ กำลังยืนอยู่ข้างร่างที่ไร้วิญญาณของฉันเอง "เซเลสเทีย! มองหน้าฉัน!" คาร์ลอสเขย่าตัวฉันแรงขึ้น แววตาของเขาในตอนนี้ดูสับสนและตื่นตระหนก "เธอเห็นอะไร บอกฉันมา!" ฉันเงยหน้ามองเขา ชายหนุ่มที่ฉันไว้ใจที่สุดในโรงเรียน ผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตั้งแต่เด็ก แต่ภาพนิมิตนั้น... มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงจินตนาการ ในจังหวะนั้นเอง ประตูนอนของหอพักก็ถูกเคาะด้วยจังหวะที่คุ้นเคย สามครั้งสั้น หนึ่งครั้งยาว... มันเป็นรหัสลับที่ใช้เฉพาะในหมู่สภานักเรียนที่อาจารย์ใหญ่มาคัสดูแลอยู่เท่านั้น คาร์ลอสผละออกจากฉัน เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว ราวกับจะเลี่ยงไม่ให้คนข้างนอกสงสัย แต่ก่อนที่เขาจะไปถึงประตู เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเย็นชาก็ดังขึ้นข้างหลังเรา ทั้งที่เราอยู่ในห้องที่ปิดตาย "ดูเหมือนการสนทนาของพวกเธอจะลึกซึ้งเกินกว่าที่ข้าจะปล่อยผ่านไปได้นะ" อาจารย์ใหญ่มาคัสยืนอยู่ตรงนั้น... ไม่ใช่หน้าประตู แต่เขาปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศท่ามกลางละอองฝุ่นที่ยังไม่จางหาย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยพลังเวทสีดำสนิท และที่มือของเขานั้น... กำลังถือสร้อยคอที่มีหยดเลือดของฉันบรรจุอยู่ข้างใน "องค์หญิง... เครื่องสังเวยชิ้นสุดท้ายไม่ได้มาถึงโรงเรียนหรอกนะ" เขาแสยะยิ้มที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ "เพราะมันอยู่ในสายเลือดของเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว... ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%