บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 38

ความล้มเหลวครั้งแรก

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“มันไม่ควรเป็นแบบนี้ คาร์ลอส!” เสียงของเซเลสเทียสั่นพร่าขณะที่เธอกระชากเศษกระดาษหนังที่ไหม้เกรียมออกจากกองเถ้าถ่านตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวบางของเธอสั่นเทา มือของเธอเปื้อนคราบเขม่าสีดำสนิท ซึ่งตัดกับผิวขาวซีดที่ดูไร้ชีวิตชีวาในยามนี้ ดวงตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นและเฉลียวฉลาดบัดนี้คลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น ภายในห้องสมุดลับใต้ดินชั้นที่เจ็ดของหอคอยต้องห้าม กลิ่นไอของเวทมนตร์ที่ถูกฉีกกระชากยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่ไฟธรรมดา แต่มันคือ ‘เพลิงลบเลือน’ เวทมนตร์ชั้นสูงที่ใช้ทำลายหลักฐานจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของวิญญาณข้อมูล คาร์ลอสยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง ร่างสูงโปร่งของเขาดูซูบตอบลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่วันก่อน เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “เราประเมินมาคัสต่ำไป เซเลสเทีย เขาไม่ได้แค่จับตามองเรา… เขาเล่นเกมกับเรามาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในโรงเรียนนี้” “ข้อมูลนั่นคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าพ่อกับแม่ฉันไม่ได้ทรยศต่อสภาเวทมนตร์!” เซเลสเทียตวาดเสียงแหลม ความเยือกเย็นที่เธอพยายามรักษาไว้พังทลายลงสิ้น เธอทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเฉียบ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เธอยึดเหนี่ยวไว้กำลังแตกสลายกลายเป็นผุยผง “ทุกอย่างที่ฉันทุ่มเท ทุกคดีที่ฉันไข ทุกความเจ็บปวดที่ฉันยอมทน… มันหายไปในพริบตาเดียวเพราะน้ำมือของคนที่เราคิดว่าเขาคืออาจารย์” คาร์ลอสทรุดเข่าลงข้างเธอ เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเด็กสาวเบาๆ สัมผัสของเขาสั่นไหว “ฟังนะ… ข้อมูลอาจถูกทำลาย แต่ความจริงไม่ได้หายไปไหน คนที่สั่งการเรื่องนี้ย่อมต้องมีร่องรอย มาคัสไม่สามารถปิดบังรอยรั่วของเวทมนตร์ที่เขาใช้ได้ตลอดไปหรอก” “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ?” เซเลสเทียเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ว่างเปล่าจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของเขา “เราไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน และตอนนี้… แม้แต่ความหวังที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัวฉันก็ถูกเผาไปพร้อมกับกระดาษพวกนี้แล้ว คาร์ลอส ความล้มเหลวครั้งนี้มันมากเกินไป มากเกินกว่าที่ฉันจะแบกรับไว้ได้” เขามองดูเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง “เราไม่ได้ล้มเหลวเพียงลำพัง ฉันยังอยู่ตรงนี้ และตราบใดที่ลมหายใจของฉันยังคงมีไอเวทมนตร์หมุนเวียน ฉันจะช่วยเธอหาทางใหม่เสมอ แม้ต้องแลกด้วยการเป็นศัตรูกับคนทั้งสภาก็ตาม” ทว่า ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องที่เงียบสงัดก็เปลี่ยนไป ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ กลิ่นอายเวทมนตร์ที่แผ่ออกมานั้นคุ้นเคยอย่างประหลาด มันเย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง ทั้งสองคนหันขวับไปทางทางเข้าห้องสมุดลับที่ถูกลงอาคมไว้แน่นหนา เงาร่างหนึ่งทอดผ่านแสงเทียนที่ริบหรี่ อาจารย์ใหญ่มาคัสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนรอยยิ้มใจดีที่ดูน่าสยดสยองยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวใดๆ ในมือของเขามีไม้เท้าหัวกะโหลกมังกรที่ส่องแสงสีม่วงหม่น “นักเรียนที่รัก… การแอบเข้ามาในห้องเก็บข้อมูลของสถาบันยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่พฤติกรรมที่น่าชื่นชมเลยนะ” เสียงของเขาแหบพร่าแต่นุ่มนวล หากทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่กดทับจนแม้แต่จะหายใจยังทำได้ยากลำบาก เซเลสเทียลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ขาของเธอจะสั่น แต่เธอก็รวบรวมสมาธิ กางม่านพลังสี่ธาตุออกปกป้องตนเองและคาร์ลอส “อาจารย์ใหญ่… ท่านคือคนที่เผาสิ่งเหล่านี้ทิ้งสินะ ท่านกลัวอะไรกันแน่? กลัวว่าความลับที่ท่านซ่อนไว้ในหอคอยต้องห้ามจะถูกเปิดเผยงั้นหรือ?” มาคัสหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรู้สึก “ความกลัวคือเครื่องมือของผู้อ่อนแอ เซเลสเทีย เธอเป็นเด็กฉลาด… แต่โชคร้ายที่ความฉลาดของเธอมักจะนำพาหายนะมาสู่ตัวเองเสมอ” เขาโบกไม้เท้าเพียงครั้งเดียว ม่านพลังสี่ธาตุของเซเลสเทียที่เธอภูมิใจนักหนากลับแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก เซเลสเทียกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างของเธอกระเด็นไปกระแทกกับผนังหิน “จบกันเสียทีกับความพยายามอันไร้ค่าของเธอ” มาคัสเดินเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที “เพราะสิ่งที่เธอหามาได้นั้น… มันไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่มันคือใบสั่งตายของเธอเอง” เขายกไม้เท้าขึ้น ปลายไม้เท้าชี้มาที่อกของเธอ แสงสีม่วงเริ่มรวมตัวกันเป็นวงแหวนอาคมที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ คาร์ลอสพุ่งตัวเข้าขวางหน้าเซเลสเทียด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ แต่มาคัสเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ คาร์ลอสก็ลอยกระเด็นไปติดผนังอีกด้าน หมดสติไปในทันที “คาร์ลอส!” เซเลสเทียกรีดร้องพยายามจะลุกขึ้น แต่แรงกดดันมหาศาลตรึงร่างเธอไว้กับพื้น มาคัสก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง “ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจนะว่า ในโลกของเวทมนตร์… ผู้ที่กุมอำนาจไม่ได้มีไว้เพื่อความยุติธรรม แต่มีไว้เพื่อกำหนดว่าอะไรคือ ‘ความจริง’” เขาร่ายเวทบทสุดท้ายที่ทำให้อากาศรอบตัวเซเลสเทียหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก ทันใดนั้น พื้นหินที่เท้าของเซเลสเทียพลันเปิดออก เผยให้เห็นก้นบึ้งของเหวที่เต็มไปด้วยไอหมอกสีดำมืดสนิท เธอถลำตกลงไปในความว่างเปล่าโดยไม่มีโอกาสได้ร้องขอความช่วยเหลือ ในวินาทีที่ร่างของเธอใกล้จะลับหายไปในความมืดมนนั้น มือหนึ่งที่หยาบกร้านและเย็นเยียบได้คว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ไม่ใช่มาคัส... และไม่ใช่คาร์ลอส แต่เป็นร่างในชุดคลุมสีเงินที่เธอมักจะเห็นในภาพนิมิตที่เธอพยายามลืมมาโดยตลอด “อย่าเพิ่งตายตอนนี้ เซเลสเทีย... เพราะคนที่ต้องตัดสินความจริงคนต่อไป คือตัวเธอที่กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่เธอเกลียดชังที่สุด” น้ำเสียงนั้นกระซิบข้างหูเธอด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว! *** ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ร่วมกับแอสทริดธาตุมนต์นะคะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%