"ถ้าเจ้ายังควบคุมแรงสั่นสะเทือนของธาตุไฟไม่ให้นิ่งพอเช่นนี้ ต่อให้รวมธาตุลมเข้าไปอีกสิบครั้ง ผลลัพธ์ก็มีเพียงความพินาศ... เซเลสเทีย"
เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสที่ลอดผ่านรอยแยกของกลไกเวทมนตร์ดังก้องอยู่ในโถงฝึกฝนใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวเซเลสเทียกำลังร้อนระอุจนอากาศบิดเบี้ยว เธอไม่ได้ตอบโต้ ดวงตาสีไพลินของเธอจดจ้องไปยังแกนกลางที่ทำจากผลึกมังกรหิน ซึ่งกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถาโถม
"ฉันทำตามสูตรที่อาจารย์ใหญ่มาคัสทิ้งไว้ให้แล้วคาร์ลอส" เซเลสเทียกัดริมฝีปากจนห่อเลือด "แต่มันเหมือนมีบางอย่าง... บางอย่างที่ขัดแย้งอยู่ในแกนกลางธาตุ"
"บางอย่างที่ว่า คือความกลัวในใจของเธอเอง" คาร์ลอสขยับแว่นสายตาที่ทำจากเลนส์ตรวจจับมานา เขาก้าวเท้าเข้ามาในระยะอันตราย วงเวทป้องกันที่เขาร่ายไว้เริ่มส่งเสียงกรีดร้องเหมือนแก้วที่ถูกบีบอัด "ธาตุสี่ชนิดไม่ใช่แค่สสาร แต่มันคือตัวตน เธอต้องเลิกบังคับมันให้เป็นหนึ่งเดียว แต่จงเรียนรู้ที่จะให้มัน 'โอบกอด' กันและกัน"
เซเลสเทียหลับตาลง ภาพของหอคอยต้องห้ามที่เธอเคยย่างกรายเข้าไปในนิมิตย้อนกลับมา ความมืดมิดที่นั่นไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยเสียงกระซิบของธาตุที่สูญเสียสถานะดั้งเดิม อาจารย์ใหญ่มาคัสเคยบอกเธอว่า 'ความสมดุลคือความอ่อนแอ' แต่ในวินาทีนี้ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าคำกล่าวนั้นคือคำลวงเพื่อหวังจะให้เธอทำลายกลไกความสมดุลในตัวเอง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกถึงไอเย็นของธาตุน้ำที่ไหลเวียนในเส้นเลือด ก่อนจะผสานเข้ากับไออุ่นของธาตุไฟที่ปะทุอยู่ในปอด ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกรอบตัวเธอ!
*ตึง!*
พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม คาร์ลอสกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว มือข้างหนึ่งของเขามีรอยไหม้จากการพยายามพยุงวงเวทป้องกัน เขาหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงไปด้วยความชื่นชม
"เธอทำสำเร็จ... การผสานธาตุในระดับโครงสร้างโมเลกุล" คาร์ลอสพึมพำขณะมองดูละอองแสงสี่สีที่หมุนวนรอบตัวเซเลสเทียราวกับดวงดาวในจักรวาลขนาดจิ๋ว
"ยังไม่พอ" เซเลสเทียลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเธอบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบเหมือนนัยน์ตาของสิ่งมีชีวิตโบราณ "การผสานธาตุไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือ 'กุญแจ' ต่างหาก คาร์ลอส... อาจารย์ใหญ่ไม่ได้ให้ตำรานี้แก่ฉันเพื่อฝึกฝน แต่มันคือรหัสลับในการเปิดผนึกประตูด้านล่างหอคอย"
เธอหยุดพูดเมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในห้องโถง ความเงียบที่ผิดปกติเข้าปกคลุมจนเสียงหอบหายใจของเธอกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุดในพื้นที่นี้ มือที่รวบรวมธาตุของเธอสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เพราะสัมผัสได้ถึง 'ตัวตน' บางอย่างที่กำลังจ้องมองจากเงามืดหลังกำแพง
คาร์ลอสเบิกตากว้าง เขารีบชี้มือไปยังเงาที่ทอดยาวมาจากประตูทางเข้า "เซเลสเทีย! หยุดเดี๋ยวนี้! อย่าปลดปล่อยพลังงานธาตุในตอนนี้!"
แต่สายเกินไป...
แสงสีทองจากการผสานธาตุของเธอสะท้อนไปยังผนังหอคอย กลไกที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินถูกกระตุ้นจนส่งเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหว พื้นที่โถงฝึกฝนแยกออกเป็นช่องว่างมหาศาลเผยให้เห็นบันไดเวียนที่ทอดลึกลงสู่ความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง และที่ปลายบันไดนั้น ร่างสูงโปร่งของอาจารย์ใหญ่มาคัสยืนรออยู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอิ่มเอมราวกับรอคอยการมาถึงของเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับด้วยความเต็มใจ
"ยินดีด้วย เซเลสเทีย..." เสียงของมาคัสดังก้องผ่านความมืด "เธอคือกุญแจดอกสุดท้ายที่ฉันเฝ้ารอมาตลอดหนึ่งศตวรรษ เพื่อเปิดประตูสู่อำนาจที่แท้จริงของหอคอยนี้"
คาร์ลอสคว้าแขนของเซเลสเทียไว้แน่นเพื่อดึงเธอกลับมา แต่ในจังหวะนั้นเอง อักขระเวทสีเลือดก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเซเลสเทียโดยที่เธอไม่ได้ร่ายมันขึ้นมา รอยสักโบราณที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังเปล่งประกายร้อนแรงเผาผลาญผิวหนังของเธอเอง เธอไม่ใช่คนควบคุมพลังนี้อีกต่อไป แต่มันคือพลังที่กำลังกลืนกินและควบคุมทุกการเคลื่อนไหวของเธออย่างเบ็ดเสร็จ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนบ้าคลั่งและดิ่งลึกไปกับศัสตราเวทของเซเลสเทียร่วมกับแอสทริดธาตุมนต์นะคะ
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 40
บททดสอบแห่งธาตุที่สี่
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!