“ถ้าคำพูดนั้นคือคำขู่... ท่านอาจารย์มาคัสคงเลือกเวลาได้เลวร้ายที่สุดค่ะ”
เซเลสเทียเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องสมุดต้องห้าม ลมหายใจของเธอคงที่ แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองศึกที่รอเวลาประจันหน้า เธอไม่หันกลับไปมองชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในสถาบัน แต่เลือกที่จะจ้องมองรอยร้าวบนแผ่นหนังเก่าคร่ำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กแทน
มาคัสไม่ได้ตอบรับในทันที เขาเพียงขยับก้าวเดิน กลิ่นอายของกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวเขาทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก ก่อนที่เขาจะเดินหายลับไปในเงามืดของชั้นหนังสือ ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหนาวเหน็บที่ฝังลึกลงไปในกระดูก
“เขาไม่ได้ขู่หรอกเซเลสเทีย...” คาร์ลอสที่แอบหลบอยู่หลังตู้เก็บตำราดึงแขนเสื้อของเธอเบาๆ “เขาแค่กำลังประกาศศักดาว่า ‘เจ้าของที่แท้จริง’ กำลังจะกลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเขา... และนั่นอาจหมายถึงชีวิตของเธอด้วย”
เซเลสเทียไม่ตอบ เธอใช้ปลายนิ้วสัมผัสอักขระเวทที่ซีดจางบนบันทึกฉบับนั้น มันไม่ใช่ตำราเรียนทั่วไป แต่มันคือ ‘บันทึกกักกันไอเวท’ ที่เคยถูกใช้โดยจอมเวทระดับสูงเมื่อร้อยปีก่อน ในขณะที่เธอกำลังใช้พลังธาตุลมแผ่วเบาเพื่อคลี่คลายกลไกเวทที่ล็อคบันทึกไว้นั้น ประกายไฟสีครามก็วูบไหวขึ้นในดวงตาของเธอ
“คาร์ลอส ดูนี่สิ” เธอเรียกให้เขาเข้ามาใกล้ แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สะท้อนให้เห็นภาพวาดร่างโครงสร้างหอคอยต้องห้ามที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีเลือด “มันไม่ใช่หอคอยสำหรับคุมขังนักโทษหรือหอคอยดาราศาสตร์อย่างที่ตำราหลักสูตรสอนเรา... แต่มันคือ ‘ห้องแล็บลับ’ ที่ใช้สำหรับการทดลอง ‘ผนึกวิญญาณธาตุ’”
คาร์ลอสเบิกตากว้าง “ห้องแล็บลับ? แต่การทดลองเรื่องผนึกวิญญาณธาตุถูกสั่งห้ามมานานตั้งแต่ยุคสงครามศิลาศักดิ์สิทธิ์แล้วนะ ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไป โรงเรียนนี้ต้องถูกยุบและมาคัสอาจจะต้องรับโทษทัณฑ์ขั้นสูงสุดเลยทีเดียว”
เซเลสเทียพลิกหน้ากระดาษถัดไป ลายมือที่เขียนด้วยความรีบร้อนปรากฏขึ้น มันไม่ใช่ลายมือของอาจารย์ใหญ่คนปัจจุบัน แต่เป็นลายมือของคนที่กุมความลับของโรงเรียนมาหลายทศวรรษ
*‘วันที่ 14 เดือนแห่งเถ้าถ่าน... การทดลองผิดพลาด วิญญาณธาตุที่สี่ไม่ได้ถูกผนึก แต่มันเลือกที่จะสิงสู่ในร่างของภาชนะที่มันพึงพอใจ ข้าจำต้องกักขังมันไว้ในชั้นที่ลึกที่สุดของหอคอย... หวังว่าผู้สืบทอดที่จะมาถึง จะไม่ใช่เหยื่อรายถัดไป’*
มือของเซเลสเทียสั่นเทา เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในหอคอยแห่งนี้ พลังธาตุที่เธอมักจะได้ยินเสียงเพรียกหาเสมอมา บัดนี้มันไม่ได้เป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่มันคือเสียงโหยหวนจากอดีตที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความเห็นแก่ตัวของใครบางคน
“หมายความว่ายังไง... ผู้สืบทอดงั้นเหรอ?” คาร์ลอสพึมพำขณะพยายามแกะรหัสผ่านของบันทึกเล่มนั้นด้วยเครื่องกลวงแหวนเวทมนตร์ “เซเลสเทีย เธอมีพลังธาตุสมดุล เธอคือจอมเวทที่หาได้ยากที่สุดในรอบศตวรรษ หรือว่าการที่เธอถูกดึงดูดเข้ามาในหอคอยนี้... จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญตั้งแต่แรก”
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาพบในหน้าถัดมาทำให้ลมหายใจของเซเลสเทียแทบหยุดนิ่ง มันคือแผนผังของร่างมนุษย์ที่มีอักขระเวทมนตร์สี่ธาตุปักตรึงอยู่ตามจุดชีพจรต่างๆ และชื่อที่เขียนอยู่ใต้ภาพวาดนั้น ทำให้ความจริงที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอดพุ่งเข้าใส่ดั่งคมหอก
มันคือชื่อของมารดาผู้ล่วงลับของเธอ... หญิงสาวผู้เป็นตำนานที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของหอคอย
“แม่ของฉัน...” เซเลสเทียเสียงสั่นเครือ “แม่ไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุการทดลอง แต่แม่คือหนึ่งในกุญแจที่ถูกใช้เพื่อสร้างหอคอยนี้ขึ้นมา”
ขณะที่พวกเขากำลังจมดิ่งอยู่กับความโหดร้ายที่ถูกปกปิดไว้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า ไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่รีบร้อน แต่เป็นจังหวะเนิบนาบที่ดูมั่นใจจนน่าเกรงขาม แสงจากคบเพลิงที่ผนังห้องสมุดดับลงทีละดวงๆ เหลือเพียงความมืดมิดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ
“ฉันเตือนพวกเธอแล้วนะว่าอย่าขุดคุ้ยสิ่งที่ควรหลับใหล” เสียงของมาคัสก้องกังวานมาจากความมืด แต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงความกดดัน หากแต่เจือไปด้วยความกระหายที่น่าสะพรึงกลัว “บันทึกเล่มนั้นน่ะ... มันรอคอยร่างใหม่มานานมากแล้ว และดูเหมือนว่าเจ้าของที่แท้จริงคนปัจจุบันจะยินดีต้อนรับพวกเธอทั้งสองคน... ด้วยความตาย”
เงาขนาดมหึมาทอดยาวผ่านพื้นห้องสมุด เซเลสเทียคว้าคทาเวทคู่ใจขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะก้าวออกมาจากความมืดมิด ทันใดนั้น บันทึกในมือเธอก็เริ่มเปล่งแสงสีม่วงดำที่รุนแรงจนทำลายโครงสร้างของตู้หนังสือรอบข้าง บานประตูห้องสมุดที่เคยปิดสนิทถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงดันเวทมหาศาล และร่างที่ปรากฏตัวขึ้นไม่ใช่มาคัส... แต่เป็นเงาร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวที่สวมหน้ากากศิลา ซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับเซเลสเทียราวกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน
ร่างนั้นเอื้อมมือมาที่เธอ เสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบดังแทรกเข้ามาในหัวของเซเลสเทียโดยตรง
“ในที่สุด... ร่างที่สมบูรณ์ก็กลับมาหาแม่สักที”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด•ตอนที่ 16
ร่องรอยในบันทึกเก่า
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเงาในหอคอยต้องห้าม: ปริศนาสี่ธาตุแห่งแอสทริด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!