กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้นำเข้าจากฝรั่งเศสที่ลอยอวนอยู่ทั่วพื้นที่ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในร้านเบเกอรี่ ‘Aroma de Amore’ ยามบ่ายนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อน ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงตกแต่งช็อกโกแลตทาร์ตชิ้นสุดท้ายด้วยความประณีต ทว่าดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามกลับไหวระริกด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่เธอพยายามกด
เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน—ในวันที่เธอหอบเอาหัวใจที่แตกสลายและคราบน้ำตาเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลคณินทร์โดยไม่ได้รับแม้แต่เศษเสี้ยวความเห็นใจ ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ในวันนั้น... เขาผู้เป็นสามีทางนิตินัยมองเธอเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่า เป็นภาระที่น่ารำคาญ และเป็นตัวถ่วงความเจริญของธุรกิจตระกูลใหญ่ ทว่าวันนี้ ผู้ชายคนเดียวกันนั้นกำลังยืนอยู่หลังบานกระจกใสของร้าน เผยให้เห็นสภาพที่ร่วงโรยและเต็มไปด้วยร่องรอยความเครียดอย่างเห็นได้ชัด
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ ขัดจังหวะความคิด
คณินก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีที่ต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง สูทแบรนด์เนมตัดเย็บอย่างดีที่เคยสวมใส่ดูยับย่นเล็กน้อย เส้นผมที่เคยเซ็ตเข้ารูปอย่างเนี๊ยบกลับยุ่งเหยิงอย่างไร้ระเบียบ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับมีร่องรอยของความอ่อนล้าและความหวาดหวั่นฉายชัดอยู่ภายใน
"ยินดีต้อนรับค่ะ... รับอะไรดีคะคุณลูกค้า"
รินรดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าราบเรียบไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ เธอจงใจไม่เงยหน้าขึ้นมองเขาทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ตอกย้ำระยะห่างระหว่างเขากับเธอในเวลานี้
คณินชะงักฝีเท้าลง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกยามเมื่อได้ยินเสียงหวานที่คุ้นเคย ยิ่งได้กลิ่นอายของแป้งและขนมหวานที่ลอยมาจากตัวเธอ ภาพในอดีตก็ยิ่งย้อนกลับมาทับถม รินรดาในอดีตผู้เคยยืนรอเขาด้วยรอยยิ้มพร้อมอาหารอุ่นๆ บนโต๊ะทุกค่ำคืน รินรดาผู้เคยใช้หยาดน้ำตาอ้อนวอนขอความรักจากเขา... บัดนี้ได้หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย หญิงสาวตรงหน้าเขาในยามนี้คือเชฟสาวเจ้าของร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ผู้มีใบหน้าเรียบเฉย แววตาเด็ดเดี่ยว และรัศมีแห่งความสำเร็จที่เปล่งประกายจนเขาเกือบแสบตา
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับคนกำลังขาดอากาศหายใจ
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ เผชิญหน้ากับอดีตสามี ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความโกรธเกลียด หรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาจนน่ากลัว รอยยิ้มบางเบาถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างสุภาพ ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"ขออภัยด้วยนะคะคุณคณิน พอดีตอนนี้ที่ร้านไม่มีโต๊ะว่างสำหรับแขกที่ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าค่ะ และถ้าคุณต้องการจะมาซื้อขนม ฉันเกรงว่าสินค้าของเราสำหรับวันนี้ถูกจองเต็มหมดแล้วค่ะ"
คำพูดปฏิเสธที่ร้อยเรียงด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่มันคมกริบราวนใบมีดที่อาบยาพิษ กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของคนฟังจนคณินต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก
"พี่... ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมริน" คณินก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด มือหนาเผลอยื่นออกไปราวกับอยากจะเอื้อมไปคว้ามือเรียวนั้น แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า *'อย่าล้ำเส้น'*
"กรุณาเรียกฉันว่าคุณรินนะคะคุณคณิน และเราก็ไม่มีเรื่องอะไร ธุรกิจ หรือธุระส่วนตัวใดๆ ที่จะต้องพูดคุยกันอีก" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เธอไม่ได้หลบตาเขาแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมรวมกลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง "ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่องการซื้อขายขนม ฉันต้องขอตัวไปดูแลลูกค้าท่านอื่นก่อนนะคะ"
ท่าทีที่เย่อหยิ่งและเย็นชาของเธอ ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์ย่ำแย่ที่คณินกำลังเผชิญอยู่ข้างนอก บริษัทกำลังจะล้มละลาย หุ้นส่วนรายใหญ่ถอนทุนคืน ธันวาคู่แข่งคนสำคัญกำลังหัวเราะเยาะบนความพินาศของเขา และที่พึ่งสุดท้ายที่เขาคิดถึง—ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหน้า กำแพงที่เธอก่อขึ้นสูงเสียดฟ้าจนแม้แต่เงาของเขาก็ไม่อา2ทาบถึง
"บริษัทของพี่กำลังจะ..." คณินหลุดปากพูดออกมาด้วยความจนตรอก น้ำเสียงของชายผู้เคยคุมเกมธุรกิจกลับสั่นเครืออย่างน่าสมเพช
"เรื่องนั้น... ไม่เกี่ยวกับฉันค่ะ" รินรดาดักคอขึ้นทันท่วงที รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "คุณเคยบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าความอ่อนแอและปัญหาของคุณ ไม่ใช่ภาระของฉัน จำไม่ได้แล้วหรือคะ?"
ประโยคเดียวที่สะท้อนย้อนกลับไปในอดีตวันนั้น ทำเอาคณินหน้าซีดเผือดราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความสำนึกผิดและหยาดเงาแห่งความเจ็บปวดตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ทว่าลำคอตีบตันจนไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมาได้
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงผลักประตูกระจกพร้อมกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ
"อ้าว... คุณคณิน ไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญเจอคุณที่นี่"
เสียงทุ้มกวนประสาทของธันวาเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมกวาดมองคณินที่มีสภาพยับเยินสลับกับรินรดาที่ยืนสง่านิ่งหลังเคาน์เตอร์
คณินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความโกรธเกลียดที่พุ่งพล่านขึ้นมาทันที ธันวาคือคนที่อยู่เบื้องหลังการฮุบหุ้นบริษัทของเขา แต่ก่อนที่คณินจะได้พุ่งเข้าไปซัดหน้าศัตรูตัวฉกาจ เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังมาจากหลังร้านก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ทำให้ลมหายใจของคณินหยุดชะงักไปชั่วขณะ
"คุณแม่ครับ! น้องพายทำคุกกี้รูปดาวหักแล้ว... แง"
เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบเศษ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนราวกับพิมพ์เดียวกัน วิ่งเข้ามาซุกตัวกับชายกระโปรงของรินรดาพลางส่งเสียงออดอ้อน
คณินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน ความรู้สึกราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลกเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยคนนั้นชัดๆ... เด็กคนนั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนความดราม่าเข้มข้นนี้นะคะ
"เมฆหมอกสีชมพู"
หวานรักหักเหลี่ยมร้าย: กับดักหัวใจนายอดีตสามี•ตอนที่ 2
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวานรักหักเหลี่ยมร้าย: กับดักหัวใจนายอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!