เสียงกรรไกรตัดริบบิ้นสีทองอร่ามดังขึ้นท่ามกลางเสียงปรบกร้องเกรียวกราวของเหล่าไฮโซและเซเลบริตี้ระดับแถวหน้าของเมืองหลวง ทว่ารินรดากลับไม่ได้แยแสต่อเสียงสรรเสริญเยินยอเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบของเธอนั้นงดงามราวกับงานศิลปะชั้นยอด ทว่ากลับเย็นชาและไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
สายตาสีดำสนิทภายใต้ขนตางอนงามกวาดมองไปรอบห้องโถงของ "Le Cœur Secret" ร้านเบเกอรี่ฝรั่งเศสสุดหรูที่เธอใช้เวลาสามปีเต็มในการสร้างมันขึ้นมาจากเศษซากปรักหักพังของชีวิตที่เคยถูกเหยียบยละ
สามปี... สามปีที่เธอหอบท้องโตๆ และหัวใจที่แตกสละไปรักษาแผลใจในต่างแดน สามปีที่คณิน อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา เคยนั่งลงบนโต๊ะอาหารหรูแล้วบอกว่าผู้หญิงอย่างเธอก็เป็นได้แค่เครื่องประดับไร้ค่าในสังคมของเขา เป็นเพียงภรรยาในนามที่เขาไม่เคยชายตานับหัว
"ยินดีด้วยนะคะคุณริน... ไม่คิดเลยว่าเชฟขนมหวานโนเนมในวันนั้น จะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรเบเกอรี่ร้อยล้านในวันนี้ได้"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นเบาๆ ข้างกาย ร่างสูงโปรดของธันวา ทายาทมหาเศรษฐีคู่อริทางธุรกิจของคณินก้าวเข้ามาประชิด เขาถือแก้วแชมเปญในมือ รอยยิ้มมุมปากของเขามีความหมายลึกซึ้งที่คนนอกไม่มีวันเข้าใจ
รินรดาไม่หันไปมองเขาทันที เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ ปล่อยให้ความซ่าบาดลึกแผ่ซ่านลงคอก่อนจะปรายตามองคู่สนทนาด้วยแววตานิ่งสงบ
"ขอบคุณค่ะคุณธันวา แต่ฉันคิดว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย... และแน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเมตตาจากใครบางคนเหมือนในอดีต"
ธันวาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองหญิงสาวข้างกายด้วยความทึ่งผสมผสานความปรารถนา "คุณนี่มัน... ร้ายกาจขึ้น ๓๐๐% จริงๆ รินรดา คนที่เคยร้องไห้ฟูมฟายในคืนวันนั้น หายไปไหนเสียแล้วล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดคำว่าครับไปหน่อย" เขาแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นหางตาคมดุของเธอตวัดมอง
รินรดาเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ไม่ได้ถือสาความพลั้งปากนั้น บรรยากาศรอบตัวเธอกลิ่นอายของแป้งพัฟอบเนยหอมกรุ่นคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายของความสำเร็จอันหอมหวาน แต่มันกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยคมมีดแห่งการแก้แค้นที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุก1คนทีเคยเหยียบย่ำเธอให้จมดิน
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวที่เคยครึกครื้นก็พลันเงียบเสียงลงไปถนัดตา ราวกับมีกระแสลมหนาวพัดผ่านเข้ามากลางห้องโถง รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่คุ้นเคย... แรงกดดันจากรัศมีของความเย่อหยิ่งที่เธอจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปนานหลายปี
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาทางประตูหน้าของร้าน เสียงซุบซิบของแขกเหรื่อดังระงมขึ้นราวกับผึ้งแตกแตกรัง
รินรดาไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร
คณิน ก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบ ทว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมปลาบที่เคยฉายแววหยิ่งผยองบัดนี้กลับมีร่องรอยของความเคร่งเครียดและร้าวราน เขากำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ในบริษัทที่ใกล้จะล้มละลาย และข่าวลือเรื่องการกลับมาของอดีตภรรยาที่เขาสลัดทิ้งคือฟางเส้นสุดท้ายที่ดึงให้เขาต้องมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ คณินหยุดยืนอยู่ห่างจากรินรดาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคู่คมจดจ้องร่างบางในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับผิวให้โดดเด่นยิ่งกว่าใคร รอยยิ้มที่เธอมอบให้แขกเหรื่อเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของชายหนุ่ม
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอื้อnเอ่ยออกมาแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปกับเสียงดนตรีคลอเบาๆ ในงาน
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เธอยังคงยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชินีบนบัลลังก์ เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับเสียงนาฬิกาแห่งการพิพากษา
"ยินดีต้อนรับนะคะ คุณคณิน... ไม่คิดว่าคนงานยุ่งระดับคุณจะสละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเปิดร้านเล็กๆ ของ 'อดีตภรรยา' คนนี้" คำว่าอดีตภรรยาถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจของเขาบีบรัดด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวถ่วงชีวิต
"คุณเปลี่ยนไปมาก... รินรดา" เขาเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก
"คนเราต้องเติบโตค่ะ โดยเฉพาะเมื่อผ่านจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตมาแล้ว... ขอบคุณนะคะที่เคยใจร้ายกับฉันในวันนั้น ไม่อย่างนั้น วันนี้ฉันคงไม่มีทางยืนอยู่ตรงนี้ด้วยศักดิ์ศรีที่สูงกว่าคุณ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่วาจาราวกับอาบยาพิษ
ก่อนที่คณินจะได้ทันเอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังมาจากห้องรับรองด้านหลังร้าน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาลมหายใจของคณินสะดุดกึกลงไปทันที
"คุณแม่ขา! น้องรันหิวพายแอปเปิ้ลแล้วค่ะ ทำไมคุณแม่คุยกับแขกนานจังเลยคะ?"
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมสีครีมวิ่งเข้ามาโอบกอดขาเรียวของรินรดาไว้แน่น เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบเศษ ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาว จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากหยักได้รูปนั้น... ช่างถอดแบบมาจากใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ราวกับพิมพ์เดียวกัน!
คณินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองของเขาขาวโพลนเมื่อก้มลงสบตากับเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย
รินรดาย่อตัวลงโอบกอดลูกสาวแน่น สายตาสคมกริบตวัดกลับมามองอดีตสามีที่กำลังหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เธอแย้มยิ้มหยันให้เขาช้าๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายสติของคณินจนพังทลายลงไม่เป็นท่า
"แนะนำให้รู้จักนะคะ... ลูกสาวของฉันเองค่ะ คุณพ่อ... อดีตสามีที่แสนดี"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ
"เมฆหมอกสีชมพู"
หวานรักหักเหลี่ยมร้าย: กับดักหัวใจนายอดีตสามี•ตอนที่ 1
กลิ่นอายที่คุ้นเคย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวานรักหักเหลี่ยมร้าย: กับดักหัวใจนายอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!