กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะปนมากับกลิ่นอายดินชื้นแฉะหลังฝนตกในป่าลึก หลินหว่านใช้มือข้างหนึ่งกดแผลฉีกขาดที่ต้นแขนของชายหนุ่มแปลกหน้าไว้แน่น แรงกดนั้นมั่นคงและแม่นยำราวกับคีมเหล็ก แม้ใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าดิน แต่แววตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
“อดทนหน่อยค่ะ ถ้าคุณขยับอีกนิด เส้นประสาทตรงหัวไหล่คงได้ขาดสะบั้นจริงๆ แน่”
น้ำเสียงของหลินหว่านราบเรียบแต่น่าเกรงขาม เธอใช้มืออีกข้างกวาดหา "หญ้าจื่อเฉ่า" ที่ขึ้นอยู่ตามซอกหินชื้นๆ อย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวสวยขยี้สมุนไพรในมือจนแหลกละเอียด ก่อนจะแปะลงบนปากแผลฉีกขาดที่เกิดจากรอยกรงเล็บสัตว์ป่า ความเย็นเฉียบของสมุนไพรผสานกับพลังปราณแพทย์จากมิติฟาร์มที่เธอแอบถ่ายเทเข้าไปช่วยห้ามเลือดและสมานเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มผู้บาดเจ็บสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาคมกลาบดุจเหยี่ยว แวบแรกที่สบตากัน ความระแวกระวังฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น แต่เมื่อเขาพบว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่มีท่าทีคุกคาม มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและสมาธิแน่วแน่ ความตึงเครียดรอบตัวจึงค่อยๆ คลายลง
“คุณ... เป็นใคร?” เสียงทุ้มต่ำแห้งผากเอ่ยถาม ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนพยายามจะยันกายลุกขึ้น แต่บาดแผลที่สาหัสทำให้เขาต้องทรุดฮวบลงไปพิงกับโคนต้นสนใหญ่อีกครั้ง
“ฉันชื่อหลินหว่าน เป็นสะใภ้รองตระกูลเฉินแห่งหมู่บ้านหงซิงค่ะ” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น ขณะใช้เศษผ้าสะอาดพันแผลให้อย่างคล่องแคล่ว “แล้วคุณล่ะคะ นายทหารผู้รอดตายจากปากมัจจุราชกลางป่าลึกคนนี้ มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร หรือว่าชอบมานอนให้สัตว์ป่าแทะเล่นเป็นงานอดิเรก?”
คำพูดเหน็บแนมแต่นุ่มนวลนั้นทำให้มุมปากหนาของจางหยางกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดจากบาดแผลดูเหมือนจะบรรเทาลงครึ่งหนึ่งเมื่อได้ยินวาจาคมคายที่ไม่เกรงกลัวใครของหญิงสาวตรงหน้า ในยุคสมัยที่ผู้หญิงชนบทส่วนใหญ่ก้มหน้ายอมจำนนต่อโชคชะตาและอำนาจของตระกูลสามี ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขากลับมีออร่าบางอย่างที่แข็งแกร่งและอิสระราวกับนกอินทรีบนยอดเขา
“จางหยาง” เขาเอ่ยชื่อตัวเองสั้นๆ สายตาคมกวาดมองสำรวจร่องรอยการปฐมพยาบาลแล้วอดทนประหลาดใจไม่ได้ วิธีการใช้สมุนไพรป่าของเธอนั้นแม่นยำรา4กับหมอหลวงโบราณ ไม่มีร่องรอยความลังเลแม้แต่น้อย “ขอบคุณที่ช่วยชีวิต”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ฉันแค่มือลั่นช่วยคนตามสัญชาตญาณแพทย์ก็เท่านั้น” หลินหว่านเก็บห่อสมุนไพรที่เหลือใส่ตะกร้าไม้ไผ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษดินตามชายเสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจ “อีกอย่าง ฉันไม่อยากลากศพหนักๆ กลับหมู่บ้านให้เป็นภาระชาวบ้านนินทาเล่นหรอกนะคะ”
จางหยางมองตามร่างเพรียวบางที่ยืนเด่นเป็นสง่าท่าศมพงไพร แววตาคมปลาบฉายประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด ทหารปลดประจำการอย่างเขาผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่สลัดความกลัวต่อหน้าคนแปลกหน้าและสัตว์ป่าได้สนิทใจเท่านี้มาก่อน
“บาดแผลนี้ต้องพักฟื้นอย่างน้อยสามวัน ห้ามโดนน้ำ และห้ามขยับตัวรุนแรงเด็ดขาด” หลินหว่านหันกลับมามองเขาด้วยสายตาคาดโทษเล็กน้อย “ถ้าคุณไม่อยากแขนพิการกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ก็จงนอนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้ซะ ส่วนอาหาร... เดี๋ยวฉันจะโยนมันเทศเผาไว้ให้ใต้โคนต้นไม้”
พูดจบ หลินหว่านก็ไม่รอช้า เธอสะพายตะกร้าเดินหายลับเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบของป่าลึก ทิ้งให้นายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครต้องนั่งมองรอยเท้าของเธอด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความอ้างว้างหนาวเหน็บในป่าลึกถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจางๆ จากกลิ่นอายสมุนไพรและคำสั่งเด็ดขาดเมื่อครู่
ยามเย็นเยียบมาเยือนอย่างรวดเร็ว หลินหว่านใช้เวลาช่วงบ่ายขุดรากโสมป่าอายุหลายสิบปีเข้าไปเก็บไว้ในมิติฟาร์ม พร้อมทั้งใช้พื้นที่อุดมสมบูรณ์ในมิติเพาะปลูกพืชผักชุดใหม่เพื่อเตรียมตัวใช้ทำมาหากินในเมืองหลวงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อกลับมาถึงเรือนพักหลังเล็กของบ้านตระกูลเฉิน ความเงียบสงบมักจะไม่เคยอยู่กับเธอนานนัก
เสียงทุบประตูดังโครมครามพร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมเค็มดังทะลุเข้ามาในห้อง
“หลินหว่าน! นังตัวดี! แกกล้าดีอย่างไรถึงแอบหนีเข้าป่าตั้งแต่เช้า ไม่ยอมซักผ้าตักน้ำให้เรียบร้อยก่อนหะ! คิดว่าแต่งเข้ามาแล้วจะเป็นคุณนายหรือไง ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
หลินหว่านถอนหายใจเบาๆ เธอดึงกลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า" ที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จออกจากเตาในมิติฟาร์ม กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อไก่และสมุนไพรล้ำค่าโชยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเก่าๆ และเล็ดลอดออกไปนอกหน้าต่างจนเตะจมูกคนทั้งบ้าน
แม่สามีที่กำลังยืนเท้าสะเอวด่าทออยู่หน้าประตูถึงกับชะงัก กลิ่นหอมนั้นรุนแรงและเย้ายวนจนต่อมน้ำลายในปากผลิตน้ำย่อยออกมาแทบไม่ทัน นางสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเป็นประกายโลภทันที
ในขณะที่หลินหว่านกำลังจะเดินไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับความวุ่นวายด้วยรอยยิ้มเย็นเฉียบ จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านหลังบ้านก็ดังขึ้นเบาๆ สามครั้งซ้อน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
หลินหว่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินเลี่ยงไปเปิดหน้าต่างบานกระทุ้งด้านหลังความมืดสลัว
ร่างสูงใหญ่ของจางหยางยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเงาไม้ แขนขวาถูกพันด้วยผ้าพันแผลเรียบร้อย ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่ายามบ่าย
“ฉันบอกให้นอนพักไงคะ นายทหารจาง?” หลินหว่านกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความระอา
จางหยางไม่ตอบคำถามนั้น เขาก้าวเข้ามาประชิดหน้าต่าง ยื่นมือที่ใช้การได้ดีส่งห่อผ้าใบเล็กให้เธอ ดวงตาคมกวาดมองไปทางประตูหน้าบ้านที่กำลังถูกทุบเสียงดังลั่น ก่อนจะโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหมาปากของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
“สามีเก่าจอมปลอมของเธอและแม่สามีตัวแสบกำลังวางแผนขายเธอให้ตาแก่โรงงานแป้งแลกกับตั๋วเนื้อสามใบ... สนใจจะหนีตามทหารยากจนคนนี้ไปจดทะเบียนสมรสตอนนี้เลยไหมล่ะภรรยา?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความมันส์นี้ไปพร้อมกับไป๋เป่าเปานะคะ!
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 4
พบพานนายทหารน้ำแข็ง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!