เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 5

กับดักความโลภ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
“ถ้าพวกท่านกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!” เสียงประกาศกร้าวของหลินหว่านดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณห้องโถงคับแคบของบ้านพักรับรองกองพลน้อย เมล็ดข้าวสารในยุ้งฉางยังไม่ทันเต็มถังดี แต่ฝูงแร้งไร้ยางอายเหล่านี้กลับบินมาวนเวียนเหนือซากศพที่ยังไม่ทันตายเสียแล้ว เบื้องหน้าของเธอคือป้าสะใภ้ใหญ่หลิวซื่อ ผู้มีใบหน้าอวบอูมราวกับซาลาเปาขึ้นรา ดวงตาตี่รีราวกับงูพิษกวาดตามองไปรอบห้องด้วยความโลภโมโทสัน ตามติดมาด้วยลุงใหญ่จางจื้อเฉียงที่พ่นควันไปป์เหม็นหืนกลบเกลื่อนความกระวนกระวาย ทั้งสองคนคือตัวดูดเลือดชั้นดีที่สูบฉากชีวิตของตระกูลจางมาหลายทศวรรษ และบัดนี้ เมื่อพวกเขารู้ข่าวว่าหลินหว่าน ‘หย่าขาด’ และย้ายสัมภาระหนีออกมาจากบ้านเก่า พร้อมกับหีบไม้ทึบปริศนาที่เล่าลือกันว่าอัดแน่นไปด้วยสินเดิมของตระกูลสะใภ้ใหญ่ หมาป่าเหล่านี้จึงรีบวิ่งหน้าตั้งมาทวงสมบัติทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม “นังเด็กนี่! ปากคอเราะร้ายนักนะ! แกเป็นแค่สะใภ้รองที่ถูกหย่าร้างอย่างไร้ค่า ออกจากตระกูลจางแล้ว สมบัติทุกชิ้นในบ้านหลังนั้นก็ยังเป็นของตระกูลเรา!” หลิวซื่อเท้าสะเอวแหลมเปี๊ยด เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่แอบดูอยู่หลังหน้าต่างต้องเบ้หน้าด้วยความหมั่นไส้ “เอาหีบไม้ใบนั้นออกมา! แล้วก็น้ำมันหมูครึ่งไหกับตั๋วแป้งขาวที่แกซ่อนไว้ด้วย อย่าคิดว่าจะอมไว้คนเดียวได้นะ นังสารเลว!” หลินหว่านแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอยังจำภาพในความทรงจำของร่างเดิมได้ดี ตอนที่เจ้าของร่างเก่าป่วยเจ็บเจียนตาย นอนซมบนเตียงไม้แข็งๆ จนแผ่นหลังเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ คนพวกนี้ไม่เคยแม้แต่จะชายตานำเศษยาจีนราคาถูกมาให้สักเทียบ ซ้ำยังรุมทึททึ้งข้าวของเครื่องใช้จนแทบไม่เหลืออะไรให้ประทังชีวิต แต่วันนี้... เมื่อเธอเข้ามาแทนที่และจัดการตัดหางปล่อยวัดคนพวกนั้นแล้ว พวกมันยังมีหน้าหน้าด้านมาทวงของอีกหรือ? “สมบัติ? ของตระกูลจางงั้นหรือคะ?” หลินหว่านก้าวเท้าช้าๆ ออกมาประจันหน้า มือเรียวบางลูบไล้ขอบโต๊ะไม้เก่าอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเกินวัยทำให้หลิวซื่อชะงักไปชั่วขณะ “ถ้าฉันจำไม่ผิด หีบใบนี้แม่ฉันเป็นคนทิ้งไว้ให้เป็นสินเดิมติดตัว ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลจาง พวกท่านก็เอาแต่จ้องจะฮุบมันมาตลอดสิบปี จนกระทั่งตอนนี้... ฉันหย่าขาดจากบ้านพวกท่านตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว สถานะของเราคือคนแปลกหน้าต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ อยากได้ของเหรอคะ? ไปฟ้องศาลคอมมิวนิตีโน่นสิคะ เผื่อท่านผู้ใหญ่บ้านจะเมตตาแจกกระดาษทรายให้พวกท่านเอาไปขัดหน้าด้านๆ ของตัวเองเล่น!” “แก...!” ลุงใหญ่จางตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหยาบกร้านพยายามพุ่งเข้ามาคว้าแขนเรียวของเธอ “นังเด็กนี่ ปากดีนักนะ! วันนี้ถ้าแกไม่ยอมส่งกุญแจหีบมา อย่าหาว่าฉันใช้กำลังสั่งสอนคนอกตัญญูอย่างแก!” ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นจะทันได้แตะชายเสื้อของหลินหว่าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักก็ก้าวเข้ามาขวางกลางไว้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด! จางหยางไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าข้อมือของจางจื้อเฉียงบีบแน่นด้วยแรงมหาศาลจนเกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเข้มดุจพยัคฆ์จ้องมองผู้เป็นลุงด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา “ใครอนุญาตให้ท่านแตะต้องภรรยาผมครับ?” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ ทรงพลังและกดดันจนจางจื้อเฉียงหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “จ...จางหยาง! แก... แกมันก็แค่ไอ้ทหารไร้หัวนอนปลายเท้า แกกล้าดียังไงมาทำร้ายลุงตัวเองวะ!” หลิวซื่อกรีดร้องโวยวายด้วยความตกใจ พยายามดึงสามีกลับมา แต่ไม่กล้าสบตาคมกริบของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในสนามรบ “ลุง? พวกท่านเคยนับเขาเป็นญาติด้วยหรือคะ ตอนที่จางหยางบาดเจ็บกลับมาจากแนวหน้าแล้วพวกท่านขับไล่เขาออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา ปล่อยให้เขาอยู่กระท่อมปลายนาอย่างไร้การดูแล พวกท่านเคยจำคำว่า ‘ครอบครัว’ ได้ด้วยเหรอคะ?” หลินหว่านก้าวออกมาเคียงข้างสามี มือเรียวเอื้อมไปประสานเข้ากับอุ้งมือหนาอุ่นจัดของจางหยางอย่างเป็นธรรมชาติ สัมผัสที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยมาถึงหัวใจของเธออย่างประหลาด จางหยางเหลือบมองภรรยาหมาดๆ แววตาดุดันเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ ความรู้สึกพึงพอใจอิ่มเอมใจพุ่งพล่านอยู่ในอก เมื่อครู่เธอเรียกเขาว่า... สามี และยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของญาติผู้ใหญ่จอมปลอมเหล่านี้ “ออกจากบ้านเราไปซะ” จางหยางออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับสะบัดข้อมือของจางจื้อเฉียงออกราวกับปัดฝุ่น “ถ้าภายในสามวินาทียังไม่ไสหัวไป ผมจะถือว่าพวกท่านบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล และผมมีสิทธิ์ชอบธรรมที่จะใช้มาตรการทางทหารจัดการกับพวกโจรปล้นบ้าน” สิ้นคำพูดนั้น จางหยางก็ปลดกระดุมข้อมือเสื้อขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจากสนามรบที่น่าเกรงขาม แรงกดดันระดับทหารผ่านศึกแผ่ซ่านจนหลิวซื่อและสามีขาสั่นพับๆ ด้วยความกลัวฝังรากลึก ทั้งสองคนลนลานถอยหลังกรูดออกไปทางประตูแทบไม่ทัน พลางตะโกนด่าทอด้วยความแค้นเคือง “ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! แกสองคนไม่มีทางอยู่อย่างมีความสุขหรอก!” เสียงฝีเท้าวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปไกลจนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงอีกครั้ง หลินหว่านถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างกาย “มือคุณ... เจ็บไหมคะ?” หลินหว่านเอ่ยถามเสียงนุ่ม พลางพลิกฝ่ามือหนาที่มีรอยด้านจากการจับอาวุธขึ้นมาสำรวจดูรอยแดงอย่างเบามือ “ผมไม่เป็นไรครับ หว่านหว่าน...” จางหยางก้มมองใบละมุนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของหญิงสาวคล้ายกับกลิ่นสมุนไพรบริสุทธิ์ผสมกลิ่นไอดินหลังฝนตก ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานของเขาอบอุ่นจนแทบหลอมละลาย “ขอบคุณนะ... ที่ยอมยืนอยู่ข้างผม” “เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนี่คะ จะให้ยืนมองคุณถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไงเล่า” หลินหว่านยิ้มบางๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความซุกซน “เอาล่ะ ในเมื่อพวกตัวน่ารำคาญกลับไปแล้ว ได้เวลามาจัดการกับมื้อค่ำของเราเสียที วันนี้ฉันตั้งใจจะทำ ‘ไก่ตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมหิมะ’ สูตรลับเฉพาะในมิติฟาร์ม รับรองว่ากลิ่นหอมต้องลอยไปไกลจนบ้านข้างๆ น้ำลายสอแน่นอนค่ะ” พูดจบ หลินหว่านก็หมุนตัวเตรียมเดินเข้าครัวเพื่อจัดการเตรียมวัตถุดิบ ทว่าจู่ๆ จางหยางกลับคว้าเอวบางของเธอไว้เบาๆ แล้วดึงเข้ามาชิดแนบอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก “เดี๋ยวก่อนครับ ภรรยา...” เสียงทุ้มพร่ากระซิบแนบใบหู “เรื่องอาหารค่ำค่อยว่ากัน... แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าเรายังไม่ได้เคลียร์เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเลยนะ...” “เรื่อง... เรื่องอะไรคะ?” หลินหว่านใจเต้นรัว ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมาดั่งสัตว์ป่าหิวกระหาย จางหยางโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนสยิว “เรื่องใบทะเบียนสมรส... ที่เราต้องไปจดให้ถูกต้องตามกฎหมายพรุ่งนี้เช้าตรู่ไงล่ะครับ... พร้อมจะผูกมัดตัวเองไว้กับทหารยากจนคนนี้ไปตลอดชีวิตหรือยังล่ะ หว่านหว่าน?” [ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!]
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%