"แม่! หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของจางหยางดังสะท้าน ทำเอาแม่สามีที่กำลังจะพุ่งเข้ามาถึงกับชะงักกึก หน้าถอดสีด้วยความตกใจ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อเห็นลูกชายแท้ๆ ยืนขวางหน้าภรรยาด้วยแววตาดุดันดั่งพญาเสือโคร่งที่กำลังปกป้องอาณาเขต
หลินหว่านกะพริบตาปริบๆ เล็กน้อย นางไม่ได้หวาดกลัวเงาร่างสูงใหญ่ของสามีที่แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากอิ่มกลับยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนให้เขารู้ว่านางรับมือได้ แต่ทว่า... ไออุ่นจากฝ่ามือที่ส่งผ่านไปนั้น กลับทำให้หัวใจของนายทหารผู้แข็งกร้าวอ่อนยวบลงในพริบตา
"พี่หยาง..." นางเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าดวงตากลับคมกริบกวาดมองแม่สามีที่กำลังอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"หว่านหว่านไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ ใครหน้าไหนก็รังแกเธอไม่ได้ทั้งนั้น" จางหยางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมปลาบหันไปจ้องเขม็งใส่ผู้เป็นแม่จนนางผถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
แม้เหตุการณ์เผชิญหน้าในห้องครัวจะยังคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความขัดแย้ง แต่หลินหว่านรู้ดีว่า เวลาและโอกาสไม่เคยรอคอยใคร ยุคเจ็ดศูนย์ที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ หากมัวแต่ต่อปากต่อคำกับคนตระกูลจางที่เห็นแก่ตัว นางย่อมไม่มีวันพลิกชีวิตหรือสร้างฐานะให้มั่นคงได้ การจะก้าวไปข้างหน้า สิ่งแรกที่ต้องมีคือ "ทุน"
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนเร็วกว่าที่คิด ท้องฟ้ายังคงแต่งแต้มด้วยสีเทาหม่น ไอหมอกบางเบาลอยคลอเคลียทิวสนหลังหมู่บ้าน หลินหว่านลืมตาขึ้นในความเงียบงัน นางขยับตัวลุกขึ้นอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ปลุกสามีที่นอนเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน จางหยางแม้จะนอนหลับแต่สัญชาตญาณนายทหารยังคงตื่นตัวเสมอ เขารีบขยับตัวตามทันทีเมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว
"จะไปไหน?" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามในความมืด พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาคว้าข้อแขนเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ
"ฉันจะไปจัดการธุระข้างนอกค่ะ..." หลินหว่านหันไปสบตากับเขา แววตาของนางนิ่งสงบแต่เด็ดเดี่ยว "พี่นอนต่อเถอะค่ะ ฉันไปไม่นาน"
จางหยางมองภรรยาด้วยแววตาซับซ้อน เขารู้ว่านางเปลี่ยนไป นางฉลาดขึ้น กล้าหาญขึ้น และมีความลับที่เขาเลือกจะเคารพและไม่ซักไซ้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยให้นางไปเสี่ยงอันตรายคนเดียว
"รอเดี๋ยว" จางหยางผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวทหารมาสวมทับ "ฉันไปด้วย"
ตลาดมืดแห่งอำเภอผิง An ในยามวิกาลก่อนฟ้าสาง เป็นสถานที่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังตรอกแคบๆ ด้านหลังโรงงานทอผ้า กลิ่นอับชื้นของซากพืชผเนกกับกลิ่นคาวปลาและควันจากเตาถ่านลอยคละคลุ้งในอากาศ ผู้คนในชุดเสื้อผ้าสีหม่นเดินสวนกันไปมาด้วยความเร่งรีบ สายตาแต่ละคู่สาดส่องระแวดระวังเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าตรวจค้นได้ทุกเมื่อ
หลินหว่านในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ คลุมทับด้วยผ้าพันคอผืนใหญ่จนบังใบหน้าเกือบมิด เดินเคียงคู่มากับจางหยางที่คอยเดินกันผู้คนพลุกพล่านให้ห่างจากตัวนาง ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาโดยธรรมชาติ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเถื่อนแถวนั้นไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองเข้ามาหาเรื่อง
นางหยุดยืนอยู่หน้าซอกตึกมืดทึบแห่งหนึ่ง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ในมิติลำธารวิญญาณ... สมุนไพรโสมคนป่าอายุอานามไม่ต่ำกว่าร้อยปีที่นางเพาะปลูกและเร่งเวลาด้วยน้ำพุวิญญาณ ถูกเก็บเกี่ยวไว้อย่างประณีตในกล่องไม้เนื้อหอม ลำต้นอวบอ้วน รากแก้วอัดแน่นไปด้วยพลังงานปราณบริสุทธิ์ แค่เพียงเปิดฝาออกเล็กน้อย กลิ่นหอมเย็นชื่นใจก็โชยแตะจมูกจนจางหยางต้องก้มมองด้วยความทึ่ง
"นี่มัน..." จางหยางกระซิบถามเสียงเบา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะไม่ใช่เซียนปรุงยา แต่สัญชาตญาณบอกเขาได้ทันทีว่า สมุนไพรในมือภรรยานี้ไม่ใช่ของธรรมดาตามท้องตลาดทั่วไป มันคือสมุนไพรล้ำค่าที่ต่อให้มีเงินทองมากมายก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้
"ของดีค่ะ..." หลินหว่านยิ้มมุมปาก ดวงตาสดใสเป็นประกายในความมืด "และมันจะเปลี่ยนชีวิตของเราในวันนี้"
นางก้าวเข้าไปหาชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังนั่งยองๆ สูบบุหรี่ใบตองแห้งอยู่มุมตึก ชายคนนั้นมีท่าทางระแวดระวัง สายตากวาดมองซ้ายขวาตลอดเวลา เจ้าตัวคือ "เฒ่าเฉิน" ผู้กว้างขวางในตลาดมืดแห่งนี้
"ต้องการอะไร แม่สาวน้อย?" เฒ่าเฉินเอ่ยถามเสียงแหบแห้งโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
หลินหว่านไม่พูดพร่ำทำเพลง นางค่อยๆ เปิดฝากล่องไม้ในมือออกช้าๆ ไอหมอกจางๆ และกลิ่นหอมสมุนไพรล้ำค่าพวยพุ่งทะลักออกมาในเสี้ยววินาทีนั้น ทำเอาเฒ่าเฉินที่กำลังอัดควันบุหรี่ถึงกับสำลักไอโขลกหน้าดำหน้าแดง เขาดีงบุหรี่ออกจากปาก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างจ้องมองรากโสมในกล่องราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า
"นี่มัน... โสมป่าร้อยปี! ของแท้..." เฒ่าเฉินอุทานเสียงหลง มือหยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมจะหยิบขึ้นมาดู แต่หลินหว่านกลับขยับกล่องหลบอย่างนิ่มนวล
"ของแท้หรือไม่ เฒ่าเฉินย่อมดูออกดีกว่าใคร" น้ำเสียงของหลินหว่านราบเรียบแต่มั่นใจ ทรงพลังสะกดให้พ่อค้ามือเก๋าต้องกลืนน้ำลายลงคอ "ท่านให้ราคาเท่าไหร่?"
เฒ่าเฉินเงยหน้าขึ้นจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของจางหยางที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้านหลัง แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มทำเอาเฒ่าเฉินรู้สึกหนสันหลังวาบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คิดจะกดราคากลืนหายลงคอไปทันที
"แปด... ไม่สิ หนึ่งพันหยวน! ฉันให้หนึ่งพันหยวนกับตั๋วอาหารอีกปึกใหญ่!" เฒ่าเฉินกัดฟันเสนอราคาที่สูงลิ่ว ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนของคนงานในโรงงานเกือบครึ่งปี
หลินหว่านเลิกคิ้วเล็กน้อย นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยตกลง เพราะเงินจำนวนนี้มากพอที่จะตั้งตัวและซื้อหาวัตถุดิบมาทำทุนได้สบายๆ
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังสะท้านมาจากปากตรอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมืดแตกตื่นวงแตก
"ตรวจค้นตลาดมืด! ห้ามใครขยับ!"
แสงไฟฉายสาดส่องกราดไปทั่วบริเวณความมืด ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา เฒ่าเฉินหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบคว้ากล่องโสมในมือหลินหว่านหวังจะวิ่งหนี แต่จางหยางเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเฒ่าเฉินไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก พร้อมกับกระชากกล่องไม้คืนมาอย่างแม่นยำ
"ระวัง!" จางหยางคำรามลั่น พร้อมกับดึงร่างของหลินหว่านเข้าสู่อ้อมอกแกร่งเพื่อปกป้องจากฝูงชนที่กำลังวิ่งหนีตายอลหม่าน
ในความมืดสลัวและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แสงไฟฉายสาดส่องมาหยุดตรงหน้าซอกตึกที่พวกเขายืนอยู่พอดี ใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่มก้มลงมองภรรยาในอ้อมกอด ขณะที่หัวใจของหลินหว่านเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ... แต่เป็นเพราะเงาร่างในชุดเครื่องแบบที่ก้าวพ้นมุมตึกออกมาขวางทางหนีของพวกเขาไว้ คือใบหน้าที่นางคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าใคร—อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงที่ตามมาแก้แค้น!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มา ณ ที่นี้นะคะ
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 9
สมุนไพรเปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!